LOADING

Type to search

เครียดกับการดูแลงานในทีม จนลืมดูแลตัวเอง ลองใช้ 5 เทคนิค ‘Self-Care’ จากนักวิจัยเจ้าของหนังสือขายดีบน ‘Amazon’

เครียดกับการดูแลงานในทีม จนลืมดูแลตัวเอง ลองใช้ 5 เทคนิค ‘Self-Care’ จากนักวิจัยเจ้าของหนังสือขายดีบน ‘Amazon’
Share

คุณเป็นคนที่เครียดกับงาน จนลืมดูแลตัวเองหรือเปล่า?

ปัญหาความเครียด เป็นหนึ่งในปัญหาสุดคลาสสิกตลอดกาลของชาวออฟฟิศ เพราะขึ้นชื่อว่า เป็นการทำงานก็ต้องมีความยาก และมีเรื่องให้ท้าทายความสามารถอยู่เสมอ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดความเครียดจากการทำงานได้ตลอดเวลา ยิ่งคนที่มีตำแหน่งสูงๆ หรือมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเยอะๆ อย่างเมเนเจอร์หรือหัวหน้าทีม ยิ่งเกิดความเครียดได้ง่ายขึ้นมากๆ

จากการสำรวจในปี 2021 ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association หรือ APA) พบว่า พนักงานชาวอเมริกันมากถึง 79 เปอร์เซ็นต์ มีความเครียดจากการทำงานในช่วงไม่กี่เดือนก่อนที่จะมีการสำรวจ อีกทั้งพนักงานราว 3 ใน 5 ยังบอกอีกว่า พวกเขาได้รับผลกระทบจากความเครียดอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงานลดลง รู้สึกเหนื่อยล้า จนไม่อยากทำงาน รวมถึงปัญหาสุขภาพที่ตามมามากมาย

ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่า ความเครียดเป็นโทษกับร่างกายมากขนาดไหน แต่ความยากของงานตรงหน้า และการดูแลการทำงานของทีม ก็ทำให้รู้สึกอดที่จะเครียดขึ้นมาไม่ได้ มิหนำซ้ำ สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ยังเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เครียดมากขึ้นอีก

ถึงแม้ว่า เราจะหลีกเลี่ยงสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดไม่ได้ แต่เราสามารถรับมือกับมันได้ด้วยการถอยออกมาจากงานตรงหน้าหนึ่งก้าว และปล่อยวางบทบาทของหัวหน้าทีมที่ทำงานอย่างจริงจัง แล้วหันมาใส่ใจกับความรู้สึกของตัวเองแทน

เราจึงนำ 5 เทคนิค ‘Self-Care’ หรือการดูแลตัวเองที่ทำได้ง่ายๆ มาฝากทุกคน โดยเป็นเทคนิคสุดพิเศษจาก ‘ไดอาน่า ราบ’ (Diana Raab) นักวิจัยและนักเขียนที่มีผลงานหนังสือด้านจิตวิทยาออกมามากมาย อีกทั้งหนังสือของเธอยังขึ้นแท่นเป็นหนังสือขายดีในแอมะซอน (Amazon) ด้วย

self-love

1. ฟังเสียงของร่างกายตัวเอง

“Knowing yourself is the beginning of all wisdom” (การรู้จักตัวเองคือจุดเริ่มต้นของความฉลาดทั้งปวง)

คำพูดของ ‘อริสโตเติล’ นักปราชญ์ยุคโบราณชื่อดัง สามารถสะท้อนใจความสำคัญของการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเราเข้าใจขีดจำกัดของร่างกาย เราจะไม่ฝืนใช้ร่างกายจนเกิดความเครียด และยังทำให้เราค้นพบช่วงเวลาที่ตัวเองมีความโปรดักทีฟมากที่สุด ซึ่งเป็นประโยชน์กับการจัดสรรเวลาในการทำงานด้วย

2. ใช้เวลากับสิ่งที่ชอบ

การที่ได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก การทานอาหารอร่อยๆ การดูหนังเรื่องโปรด และอื่นๆ อีกมากมาย จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุข ซึ่งในขณะนั้น สมองจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า ‘เอ็นโดรฟิน’ (Endorphin) ออกมา เพื่อยับยั้งระดับการหลั่งฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดหรือ ‘คอร์ติซอล’ (Cortisol) นั่นเอง

3. พาตัวเองออกไปสัมผัสธรรมชาติ

การพาตัวเองออกไปสัมผัสธรรมชาติในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการออกไปเดินป่า ปีนเขา หรือทำกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีมแต่อย่างใด แต่หมายถึงการพาตัวเองออกจากห้องสี่เหลี่ยมไปพบเจอแสงแดดอ่อนๆ เพื่อช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย หรือไปทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่สวนสาธารณะ เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้ตัวเอง

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 7-8 แก้ว เป็นสิ่งที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยากเช่นกัน เพราะความต้องการในการทำงานที่ติดพันให้เสร็จในคราวเดียว ทำให้คนส่วนใหญ่ละเลยการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายไป ส่งผลให้สมองทำงานช้าลง และเกิดความเครียดได้ง่ายขึ้นด้วย

ดังนั้น การดื่มน้ำให้ได้ตามความต้องการของร่างกาย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งการฝึกนิสัยให้เป็นคนดื่มน้ำเก่ง อาจจะเริ่มจากการตวงน้ำใส่ขวดในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน แล้วจิบน้ำอย่างสม่ำเสมอจนหมด เมื่อทำไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดเป็นความเคยชินขึ้นมาเอง

5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายมีประโยชน์ครอบจักรวาลมากๆ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพใจแข็งแรงด้วย เพราะการออกกำลังกาย ถือเป็นการสร้างสมดุลของสารเคมีในสมองวิธีหนึ่ง ทำให้การหลั่งฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดลดลงด้วย

ซึ่งวิธีการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่การหักโหมออกแรงอย่างหนัก เพราะจะทำให้ร่างกายรู้สึกเครียดมากกว่าเดิม แต่เป็นการใช้วิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง อาจจะเป็นการวิ่งเหยาะๆ วันละ 15-30 นาที การปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน หรือการออกกำลังกายตามวิดีโอในยูทูบ (Youtube) ก็ได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่า เทคนิค Self-Care ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะเป็นเทคนิคที่เคยได้ยินกันมาอยู่แล้ว แต่หลายๆ ครั้ง คำว่า “ไม่มีเวลา” ก็ทำให้เทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการดูแลตัวเองเสียที เราจึงหวังว่า หลังจากที่ทุกคนอ่านบทความนี้จบ คงจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดู ถือเป็นการให้ของขวัญสุดพิเศษสำหรับตัวเองที่ต้องต่อสู้กับความเครียดจากการทำงานมาโดยตลอด

แล้วทุกคนคิดว่า นอกจากเทคนิค Self-Care 5 ข้อที่เรานำมาฝากกัน ยังมีเทคนิคใดที่น่าสนใจอีกบ้าง?

Sources: https://bit.ly/3AIuFLs

https://bit.ly/3NYpNVh

https://bit.ly/3RqTlxN

Tags::

You Might also Like