ในประวัติศาสตร์ของการอยู่ร่วมกัน มนุษย์ใช้แอลกอฮอล์เป็น “น้ำมันหล่อลื่นทางสังคม” มานานพอ ๆ กับที่เรารู้จักคำว่าเฉลิมฉลอง มันคือเครื่องมือหลบหนีความเครียด สวิตช์เปิดบทสนทนา และบางครั้งก็เป็นข้ออ้างให้เราพักจากบทบาทที่ต้องแบกในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อนานวันขึ้นกลไกนี้กำลังถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง ด้วยความเข้าใจใหม่ว่า “ความสนุก” อาจไม่จำเป็นต้องแลกกับความเมามายอีกต่อไป ตรงนี้เองที่เทรนด์ Sober-Curious ปรากฏตัวขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง มันคือความสงสัยใคร่รู้ในการใช้ชีวิตแบบไม่พึ่งพาแอลกอฮอล์ การทดลองกับชีวิตที่มีสติชัด เช้าวันรุ่งขึ้นแฮงค์เบาลง และการสังสรรค์ไม่ต้องใช้ความเมาเป็นตัวเชื่อม บทความนี้ Future Trends จะพาไปเจาะลึกเทรนด์ของ Sober-Curious ที่กำลังส่งผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่ม พร้อมกรณีศึกษาแบรนด์ไทยที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์ แปลเทรนด์นี้ให้เป็น “รสชาติ” ได้อย่างน่าทึ่งอย่างไร [ “ไม่ดื่ม” ไม่ได้แปลว่า “น่าเบื่อ” ] ...
ในปัจจุบัน โลกไม่ได้กำลังถูกเขย่าด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของรูปแบบการใช้ชีวิต มนุษย์กำลังก้าวออกจากสังคมที่ยึดโยงด้วยครอบครัวแบบดั้งเดิม สู่สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยตัวคนเดียวอย่างเต็มรูปแบบ และการเปลี่ยนผ่านนี้กำลังนิยามพฤติกรรมการบริโภคใหม่ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Solo Economy หรือเศรษฐกิจของคนอยู่คนเดียว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่คือฐานใหม่ของดีมานด์ในตลาดโลกและประเทศไทย บทความนี้ Future Trends จะพาไปสำรวจโลกที่ “การอยู่คนเดียว” ไม่ได้หมายถึงความโดดเดี่ยว หากแต่คืออำนาจในการเลือกใช้จ่าย และออกแบบชีวิต ก่อนจะถอดรหัสกรณีศึกษาของแบรนด์ไทยอย่าง บาร์บีคิวพลาซ่าที่เริ่มก่อนใคร [ Solo Living และจิตวิทยาเบื้องหลังความสันโดษ ] ข้อมูลจาก Visa Business and Economic Insights และหน่วยงานระดับโลกสะท้อนภาพเดียวกันอย่างชัดเจน สัดส่วนของครัวเรือนที่อยู่อาศัยเพียงลำพังกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ...
พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2026 กำลังเปลี่ยนแปลงไปยังทิศทางใหม่ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เราอาจจะเคยกินเพื่อความอิ่ม แต่ในปัจจุบันมีหลายกลุ่มผู้บริโภคที่กินเพื่อฮีลจิตใจ ในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสุขไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่ต้องเกิดขึ้นได้บ่อย เกิดมาเป็นเทรนด์ที่ชื่อว่า ‘Everyday Indulgence’ หรือความสุขเล็กๆ ในทุกๆ วัน มันกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในปีนี้ บทความนี้ Future Trends จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมผู้บริโภคถึงเลือกความสบายใจควบคู่ไปกับสุขภาพ พร้อมกับกรณีศึกษาแบรนด์ ‘ชาตรามือ’ แบรนด์ชาไทยระดับตำนานที่เลือกพัฒนาไปพร้อมกับยุคสมัย ตอบโจทย์ Clean Label และความยั่งยืน โดยไม่ทิ้งรากเหง้าที่ผู้บริโภครู้จักและผูกพันมาอย่างยาวนาน [ ถอดรหัส ‘Everyday Indulgence’ เมื่อความสุขเล็กๆ กลายเป็นกลไกเอาตัวรอดของคนยุคนี้ ] เทรนด์ ...
ในขณะที่โลกกำลังเดินทางเข้าสู่ปี 2026 ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ (Wellness Beverage) กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด เราไม่ได้กำลังพูดถึงยุคสมัยของการดื่มเพียงเพื่อดับกระหายหรือเติมความสดชื่นอีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เครื่องดื่มต้องทำหน้าที่เป็น โซลูชันด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Health Solutions) ที่ผสานวิทยาศาสตร์ อาหาร และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลกที่จะกำหนดทิศทางตลาดในปี 2026 ก่อนจะเจาะลึกกรณีศึกษาของ ‘GAPPLE’ แบรนด์น้องใหม่จาก iberry Group ที่สามารถถอดรหัสเทรนด์เหล่านี้และนำมาปั้นเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงเวลานี้ [ มองภาพรวมตลาดสุขภาพ 4 เทรนด์เปลี่ยนโลกปี 2026 ] จากการวิเคราะห์รายงานจาก Innova Market Insight และ BevSource ...
การพัฒนาในหลายชุมชนอาจต้องพึ่งพาเงินทุนเป็นหลัก แต่บนเส้นทางของ “ตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง” กลับถูกสร้างด้วยพลังของคนในชุมชนเอง กลายเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่สะท้อนว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนคือ การพึ่งพาตนเองและการเชื่อมั่นในศักยภาพของคนรอบข้าง โดยใช้แนวคิด “การพัฒนร่วม” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ซึ่ง“พี่ปู–กัญญ์ศิริ ยิ้มประสิทธิ์” ประธานเครือขายโอทอป อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และประธานตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง ได้เรียนรู้จากโครงการ “ผู้นำชุมชนประโยชน์สุข” ของเอสซีจี มองปัญหาอย่างเข้าใจ ลุกขึ้นสร้างโอกาสด้วยตัวเอง อ.ท่ามะกา ประตูสู่เมืองกาญจน์ และเป็นพื้นที่ย่านอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งปัญหาชาวบ้านรายได้น้อยและไม่มั่นคงมักถูกมองข้าม “พี่ปู” จึงลุกขึ้นมาสร้าง “ตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง” เพื่อฟื้นชีวิตชุมชนโบราณที่ตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 แม้ต้องเริ่มจากศูนย์ เพื่อเปลี่ยนเมืองผ่านที่ถูกลืมให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว โดยใช้พื้นที่วัดตะคร้ำเอนจัดทำเป็นตลาดนัดคนไทย เนื่องจากเป็นวัดที่คนนิยมเดินทางมากราบไหว้บูชาขอพร “หลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังเป็นวัดที่มีความสวยงาม ตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง ณ วัดตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี แผนที่ตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง จุดหมายปลายทางของชุมชน วัดตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พี่ปูมองว่า หากทำตลาดนัดทั่วไปร้านค้าน่าจะขายได้ไม่มาก จึงตั้งใจทำเป็นตลาดท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยดึงคนเข้าวัดเพิ่มได้ด้วย โดยมีปัญหาสำคัญที่ต้องแก้คือ อาจเกิดความขัดแย้งกับแม่ค้าพ่อค้ารายเดิมในวัด ทำให้ต้องคิดหนักทั้งนี้ เป็นจังหวะที่ได้รับการติดต่อจากทางเอสซีจีให้ชวนสมาชิกกลุ่มโอทอปเข้าร่วมในโครงการ “ผู้นำชุมชนประโยชน์สุข” จึงนำปัญหามาปรึกษากับวิทยากร และได้รับคำแนะนำชี้ให้เห็นสิ่งที่ต้องทำ บรรยากาศตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง ที่มีการแสดงพื้นถิ่นสะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชุมชน “สิ่งที่ได้มาคือคำว่า การพัฒนาร่วมกัน หรือพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม เราเลยเอาแม่ค้าทั้งหลายมาเป็นกรรมการร่วมกัน จากนั้นก็มาวิเคราะห์ SWOT ประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค พร้อมตั้งเป้าหมายทำให้ตลาดติดภายใน 3 เดือน เพราะอย่างทุกอย่างคือ การลงทุนของชาวบ้าน หากขายไม่ได้เขาต้องขาดทุน เราปล่อยให้ตลาดนัดเจ๊งชาวบ้านจะอยู่ไม่ได้” ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก หลังจากการเปิดตลาดวัฒนธรรมลาวเวียงตามแผน โดยได้รับการสนับสนุนไม้พาเลทจากเอสซีจีเพื่อใช้ทำที่นั่งรับประทานอาหาร ผลลัพธ์คือ ภายใน 2 เดือน มียอดขายกว่า 100,000 บาทต่อสัปดาห์ และสร้างรายได้ให้แม่ค้าเพิ่ม จากวันละไม่กี่ร้อยบาทเป็นหลายพันบาท อีกทั้งดึงนักท่องเที่ยวแวะเช็กอินก่อนเดินทางไปสถานที่อื่น ทำให้อ.ท่ามะกาไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป แต่หลังเทศกาลสงกรานต์คนเริ่มไม่ค่อยมีเงินใช้จ่าย ส่งผลให้ยอดขายรวมของตลาดลดลงจากหลักแสนเหลือแค่ 5-6 หมื่นบาท กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ แต่ในครั้งนี้พี่ปูบอกว่า รู้สึกเหนื่อยมาก จนคิดอะไรไม่ออก เพราะเป็นคนคิดและสั่งการทุกอย่าง พลังความร่วมมือของชุมชน ภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง นับเป็นจังหวะดีโครงการ “ผู้นำชุมชนประโยชน์สุข” วนกลับมา และ “พี่ปู” ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการอีกครั้ง ซึ่งนอกจากจะได้มุมมองในการแก้ปัญหาเรื่องยอดขายแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ การได้ทบทวนและปรับเปลี่ยนตัวเอง เช่นลดท่าทีที่ดุดัน และลดน้ำเสียงการพูดให้เบาลง จากที่เคยเสียงดังมาก จนที่ประชุมกลัวไม่มีใครกล้าตอบโต้หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารตลาดมากขึ้น เป็นการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แค่รับฟังคำสั่งอย่างเดียว นอกจากนี้ ตลาดวัฒนธรรมลาวเวียงยังรวมของกินขึ้นชื่อที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น อาทิ ผัดไทยสูตรขวัญจิรา เต้าหู้ทอดไหหลำ ขนมต๊ายลืม ทอดมันป่าปลายี่สก ห่อหมกน้ำพริก 3ภาค น้ำพริกผักกาดดอง ทอดมันป่าปลายี่สก หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่นำปลายี่สกมาคลุกเคล้ากับพริกแกงป่ารสชาติต้นตำรับกาญจนบุรี พลังการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม “พอได้รับคำแนะนำจากวิทยากร เราเลยลดวอลุ่มตัวเองลง วันรุ่งขึ้นเรียกประชุม ปรากฎว่าทุกคนให้การตอบรับกลับมาดีมาก วันนี้เราสามารถบริหารตลาดได้แบบไม่เหนื่อยอีกต่อไป ขอขอบคุณเอสซีจีอย่างมากที่เป็นพี่เลี้ยงให้เราและขอขอบคุณ “โครงการผู้นำชุมชนประโยชน์สุข” ที่เป็นแสงสว่างนำทาง ทำให้เราสามารถพาญหา เพราะทุกการทำงานย่อมมีปัญหาเสมอ และทุกปัญหามีทางออกตลอด” วันนี้ตลาดวัฒนธรรมลาวเวียง กลายเป็นศูนย์รวมของความรัก ความสามัคคี และรายได้ของชาวบ้าน จนพัฒนาเป็นตลาดประจำจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนเมืองผ่านให้กลายเป็น เมืองแห่งโอกาส ด้วยพลังของคนในชุมชนเอง โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การนำแนวคิดการพัฒนาจากโครงการ “โครงการผู้นำชุมชนประโยชน์สุข” ของเอสซีจีที่เน้น “การพัฒนาร่วม” และ “การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม” ในชุมชนมาปรับใช้และแก้ปัญหา
ในทุกๆ ปี วงการสีทาอาคาร ต่างตั้งตารอการประกาศเทรนด์สีใหม่จาก บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำตลาดสีอาคารอันดับหนึ่งของไทยและสำหรับปี 2026 นี้ TOA ได้ก้าวข้ามคำว่า ‘เฉดสี’ ไปสู่การสร้างพลัง แรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนชีวิต ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดล้ำที่ชื่อว่า “The Pigmentum” ประกอบด้วย 4 กลุ่มเทรนด์สีที่สะท้อนถึงพลังของอารมณ์ ความคิด และจิตใจ โดยความร่วมมือกับ 5 สถาปนิกนักออกแบบชั้นนำของประเทศไทย ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่บนความเร่งรีบ การแข่งขัน และการเปรียบเทียบอย่างต่อเนื่อง ...
เมื่อมองไปยังพฤติกรรมผู้บริโภคบนเส้นทางสู่ปีหน้า หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนและน่าจับตาที่สุด คือการกลับมาของ “พื้นที่ค้าปลีกกายภาพ” แต่ไม่ใช่ในฐานะร้านขายของแบบเดิม หากเป็นการกลับมาในบทบาทใหม่ บทบาทของเวทีแสดงตัวตนของแบรนด์ หรือ ‘Brand Showmanship’ ร้านออฟไลน์ในยุคถัดไปไม่ได้ถูกคาดหวังให้ทำหน้าที่ปิดการขายเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ของประสบการณ์ ความรู้สึก และการมีส่วนร่วม จนเกิดเทรนด์ที่เรียกว่า ‘Awesperiences’ ประสบการณ์ที่ทำให้ผู้คนกลับมารู้สึกตื่นตา และเชื่อมโยงกับโลกตรงหน้าอีกครั้ง บทความนี้ Future Trends จะพาผู้อ่านไปสำรวจว่าเหตุใดร้านค้าในโลกจริงจึงกำลังกลายเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟู “จิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์” ในยุคดิจิทัล ก่อนจะพาไปสัมผัสเรื่องราวของแบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทย ที่เปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกให้กลายเป็นโลกแห่งความลับ ความพิถีพิถัน และความมหัศจรรย์ที่ยากจะสัมผัสได้ผ่านหน้าจอ [ รุ่งอรุณแห่ง Awesperiences และความโหยหาในโลกความจริง ] วิวัฒนาการของระบบเศรษฐกิจโลกกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรากำลังเคลื่อนออกจากยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับความเร็วและความสะดวก ...
ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล เมื่อเรามองไปยังปี 2026 ภาพที่เราเห็นอาจไม่ใช่ความล้ำสมัยของยานยนต์บินได้หรือตึกระฟ้าโฮโลแกรมอย่างที่นิยายวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้ แต่กลับเป็นการหวนคืนสู่ ‘ความจริงแท้’ (Authenticity) และการโหยหาความเป็นมนุษย์ที่สัมผัสได้ บทความนี้ Future Trends จะพาไปเจาะลึกถึงเทรนด์สุนทรียภาพแห่งปี 2026 ที่กำลังก่อตัวขึ้น และเรื่องราวของ ‘ดิบ บางกอก’ ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยใหม่ [ Year of Redirection เมื่อโลกหมุนกลับสู่สามัญ ] โลกในปี 2026 ได้ถูกนิยามโดยนักวิเคราะห์และสถาบันชั้นนำว่าเป็น ‘Year of Redirection’ หรือปีแห่งการเปลี่ยนทิศทาง นี่คือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สังคมโลกเริ่มตั้งคำถามกับความเร่งรีบของวิถีชีวิตแบบดิจิทัล และการรุกคืบของปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์ความสมบูรณ์แบบจนเกินจริง เมื่ออัลกอริทึมสามารถเนรมิตภาพที่ไร้ที่ติได้ในเสี้ยววินาที ความงามที่สมบูรณ์แบบจึงกลายเป็นของที่หาได้ทั่วไป ...
ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา โลกธุรกิจถูกขังอยู่ในกรงขังทางความคิดที่เรียกว่า ‘Generational Silos’ เราถูกสอนให้แยกแยะผู้คนด้วยป้ายชื่อ Baby Boomer, Gen X หรือ Millennials ราวกับว่ามนุษย์ที่มีอายุเท่ากันจะมีพฤติกรรมเหมือนกัน แต่ความจริงเชิงประจักษ์ในปัจจุบันกำลังตบหน้าตำราการตลาดแบบดั้งเดิม เมื่อบางครั้ง ชายอายุ 65 ปี บางคนเริ่มสตาร์ตอัปใหม่ ในขณะที่คนอายุ 30 ปี บางคนโหยหาการเกษียณแบบสงบ และนี่คือการกำเนิดของ ‘Age Spectrum’ บทความนี้จะวิเคราะห์ว่าทำไมการสลายตัวของกำแพงอายุ จึงกลายเป็นปัจจัยชี้ชะตาทางธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยชื่อดังอย่าง SCG กำลังปรับเข็มทิศข้ามจากการขายปูน ไปสู่การออกแบบวงจรชีวิตที่สมบูรณ์ [ อะไรคือ Age Spectrum? ...
แกร็บ (Grab) ประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญจากรายงาน ‘เทรนด์ประจำปี 2025’ ซึ่งสะท้อนภาพรวมพฤติกรรมของผู้คนในสังคมไทยได้อย่างชัดเจนที่สุด ตั้งแต่วิถีการเดินทาง การท่องเที่ยว ไปจนถึงรสนิยมการกินที่เปลี่ยนไปตามกระแส ข้อมูลเหล่านี้เป็นเข็มทิศนำทางให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า ในบทความนี้ Future Trends จะพาคุณไปสำรวจปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และพาไปดูแบรนด์ที่สามารถแปรเปลี่ยนเทรนด์เหล่านี้ให้กลายเป็นยอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ [ เจาะเทรนด์ผู้บริโภค 2026 เมื่อศรัทธาและความคุ้มค่าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ] ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชันแกร็บ เราสามารถสรุปเทรนด์หลักที่กำลังก่อตัวขึ้นและจะมีอิทธิพลอย่างสูงในปี 2026 ได้ดังนี้ 1️⃣ ปรากฏการณ์ ‘มูเตลู’ ดันย่านห้วยขวางขึ้นแท่นฮอตสปอตแห่งใหม่ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองที่สุดในด้านการเดินทาง คือการเกิดขึ้นของจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งใหม่ที่แซงหน้าแหล่งท่องเที่ยวเดิมๆ นั่นคือ ‘เทวาลัยพระพิฆเนศ’ บริเวณสี่แยกห้วยขวาง จากข้อมูลระบุว่าย่านนี้กลายเป็นจุดหมายที่มาแรงที่สุดแห่งปีด้วยยอดการเรียกรถที่เติบโตขึ้นถึง ...