Type to search

เทรนด์ Everyday Indulgence เมื่อผู้บริโภคต้องการฮีลใจทุกวัน ชาไทยจึงต้องดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

January 05, 2026 By Kim

พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2026 กำลังเปลี่ยนแปลงไปยังทิศทางใหม่ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เราอาจจะเคยกินเพื่อความอิ่ม แต่ในปัจจุบันมีหลายกลุ่มผู้บริโภคที่กินเพื่อฮีลจิตใจ

ในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสุขไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่ต้องเกิดขึ้นได้บ่อย เกิดมาเป็นเทรนด์ที่ชื่อว่า ‘Everyday Indulgence’ หรือความสุขเล็กๆ ในทุกๆ วัน มันกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในปีนี้

บทความนี้ Future Trends จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมผู้บริโภคถึงเลือกความสบายใจควบคู่ไปกับสุขภาพ พร้อมกับกรณีศึกษาแบรนด์ ‘ชาตรามือ’ แบรนด์ชาไทยระดับตำนานที่เลือกพัฒนาไปพร้อมกับยุคสมัย ตอบโจทย์ Clean Label และความยั่งยืน โดยไม่ทิ้งรากเหง้าที่ผู้บริโภครู้จักและผูกพันมาอย่างยาวนาน

[ ถอดรหัส ‘Everyday Indulgence’ เมื่อความสุขเล็กๆ กลายเป็นกลไกเอาตัวรอดของคนยุคนี้ ]

เทรนด์ Everyday Indulgence จะมีความใกล้เคียงกับทฤษฎี ‘Lipstick Effect’ ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีที่อธิบายว่าผู้คนยังยอมจ่ายเพื่อลิปสติกแท่งเล็กๆ ในวันที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ เพื่อสร้างความรู้สึกดีให้กับตนเอง

สำหรับเทรนด์ Everyday Indulgence ในวันนี้จึงไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่คือกลไกการประคองใจของมนุษย์ในโลกที่ความเครียดกลายเป็นสเตตัสติดตัว ผู้บริโภคไม่ได้โหยหาความสุขก้อนใหญ่ หากแต่เลือกสะสม “ช่วงเวลาเล็กๆ ที่รู้สึกดีทันที” หรือ Micro-moments of Joy ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะจากเครื่องดื่มและอาหาร

ทำไมต้องเป็นของหวานหรือเครื่องดื่ม? คำตอบซ่อนอยู่ในกลไกการทำงานของสมอง เมื่อมนุษย์เผชิญกับความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน ‘คอร์ติซอล’ (Cortisol) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นร่างกายให้ต้องการพลังงานด่วนในรูปแบบของกลูโคส นี่คือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายว่าทำไมเมื่อเราเหนื่อยล้าจากการทำงาน สมองจึงสั่งการให้เราโหยหาเครื่องดื่มรสหวานมันอย่างรุนแรง การได้จิบชาสักแก้วจึงกลายเป็นการมอบรางวัลให้ตัวเอง สร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ชั่วคราว

ข้อมูลสถิติจาก Grab เทรนด์ “เรียกรถ-ฟู้ดเดลิเวอรี” ประจำปี 2025 ได้ยืนยันถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ โดยระบุว่ายอดสั่งซื้อ ‘ชาไทยเย็น’ (รวมถึงชานมไข่มุก) พุ่งทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดสั่งกว่า 11 ล้านแก้วต่อปี แซงหน้าแชมป์เก่าตลอดกาลอย่างกาแฟอเมริกาโนเย็น ที่มียอดสั่งซื้อประมาณ 8 ล้านแก้ว

นัยสำคัญของข้อมูลนี้บอกเราว่า จุดประสงค์ของการดื่มของคนไทยได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ดื่มกาแฟดำเพื่อฟังก์ชันการตื่นตัวในการทำงาน มาสู่การดื่มชาไทยเพื่อความผ่อนคลายและการเยียวยาจิตใจ ชาไทยจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการพักเบรกและการให้รางวัลตัวเอง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

[ Insight ผู้บริโภคปี 2026 ความย้อนแย้งที่แบรนด์ห้ามมองข้าม ]

ผู้บริโภคในปี 2026 จะซับซ้อนกว่าที่เคย เพราะพวกเขารู้จักตัวเองมากขึ้น คนกลุ่มเดียวกับที่โหยหาความสุขจากการกินดื่ม เป็นคนกลุ่มเดียวกันที่อ่านฉลากโภชนาการอย่างจริงจัง นี่คือผู้บริโภคแบบ Conscientious Health คนที่ไม่ได้เลือกสุขภาพแบบสุดโต่ง แต่เลือกอย่างมีสติ พวกเขาเข้าใจดีว่าน้ำตาล สารแต่งสี และวัตถุดิบสังเคราะห์คือความเสี่ยงระยะยาว

แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยอมสละความอร่อยและความสุขในการได้บริโภคทิ้งไป ความต้องการจึงไม่ได้เป็น “สุขภาพ vs ความฟิน” หากแต่เป็นโจทย์ลูกผสมที่เรียกร้อง Guilt-free Indulgence อร่อยได้ แต่ต้องรู้สึกสบายใจ โปร่งใส และอธิบายได้ว่าสิ่งที่กินเข้าไปคืออะไร ความไม่เข้ากันนี้เองที่กลายเป็นแรงกดดันใหม่ของแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม

ความสำคัญของโจทย์นี้ชัดเจนขึ้นทันทีเมื่อเกิดปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างกรณี Lisa x Erewhon เมื่อชาไทยถูกนำไปเล่าใหม่ในบริบทของ Wellness Luxury ไม่ใช่ผ่านภาพความเป็นสตรีท แต่ผ่านวัตถุดิบที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ทำให้เมนูราคาแก้วละหลายร้อยบาทนี้ไม่ได้ขายแค่ชื่อเสียงของศิลปิน แต่ขายมาตรฐานใหม่ของชาไทยในสายตาผู้บริโภคทั่วโลก

อีกทั้งมันได้โยนคำถามกลับมาหาตลาดในไทยว่า หากชาไทยสามารถ “อร่อยโดยไม่ต้องพึ่งสีสังเคราะห์” ได้ ทำไมชาไทยที่เราดื่มทุกวันยังติดอยู่กับสูตรเดิม นำไปสู่จุดเริ่มต้นของแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ที่กำลังบังคับให้แบรนด์ชาไทยต้องคิดใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่รวมถึงความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และนิยามใหม่ของความอร่อยในยุคที่ผู้บริโภครักสุขภาพมากกว่าที่เคย

[ กรณีศึกษา ‘ชาตรามือ’ การปรับตัวของยักษ์ใหญ่สู่ยุค Clean Label ]

แบรนด์ชาไทยขวัญใจผู้บริโภคทั่วโลกอย่าง ชาตรามือ ที่เป็นทั้งผู้นำตลาดและตำนานที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2488 ไม่นิ่งเฉย พร้อมเป็นหนึ่งในผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

เป็นที่ทราบกันดีว่าเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของชาไทย คือ ‘น้ำชาสีส้ม’ ซึ่งมีการใช้สีผสมอาหารสังเคราะห์หลายรูปแบบ เช่น Sunset Yellow FCF (E110) แม้สีชนิดนี้จะได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ตามกฎหมาย อย. ไทย แต่ในเวทีโลก โดยเฉพาะยุโรปและกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ มีความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของสารนี้กับปัญหาสุขภาพมากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้บริโภคต้องการ Clean Label ฉลากสินค้าที่ระบุส่วนผสมจากธรรมชาติและเข้าใจง่าย สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มสุขภาพและตลาดต่างประเทศ

เพื่อรักษาความเป็นผู้นำและตอบโจทย์ Insight ของกลุ่ม Conscientious Health ชาตรามือได้เริ่มการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวที่รวดเร็วต้อนรับเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแส

1️⃣ ทางเลือกไร้สี (No-Colour Thai Tea): ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 ชาตรามือเริ่มเปิดเกมรุกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชาไทยสูตร ‘ไม่ใส่สี’ โดยยังคงใช้ใบชาอัสสัมเกรดเดิมและกรรมวิธีการคั่วที่เป็นสูตรลับ แต่ตัดขั้นตอนการเติมสีสังเคราะห์ออก ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำชาที่มี สีน้ำตาลแดงตามธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการรสชาติชาแท้ๆ และกังวลเรื่องสารเคมี โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่าความสวยงาม

2️⃣ นวัตกรรมสีธรรมชาติ (Natural-Colour Innovation): อย่างไรก็ตามสำหรับตลาด Mass Market ภาพจำว่า “ชาไทยต้องสีส้ม” ยังคงฝังรากลึก ชาตรามือจึงแก้โจทย์นี้ด้วยการพัฒนาสูตรที่ใช้เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) สารสกัดจากพืชธรรมชาติอย่างแครอทและมะเขือเทศ มาทดแทนสีสังเคราะห์

ทำให้แบรนด์ยังสามารถรักษารูปลักษณ์สินค้าให้เป็นชาสีส้มที่คุ้นตา พร้อมทั้งตอบโจทย์ Natural Ingredients ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานจากกลุ่มผู้บริโภคที่กังวลเรื่องสุขภาพได้มหาศาล

3️⃣ การขยาย Portfolio เพื่อครอบคลุมทุกความต้องการ: นอกจากการแก้ปัญหาเรื่องสี ชาตรามือยังเข้าใจดีว่าความต้องการของผู้บริโภคมีหลายมุม จึงได้ขยายไลน์สินค้าเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Health-Conscious และ Premiumization

การปรับตัวเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังช่วยปลดล็อกศักยภาพในการส่งออกไปยังประเทศที่มีกฎระเบียบเข้มงวดเรื่องสีสังเคราะห์ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขจากรายงานของ Iconic Research ที่บอกว่าการส่งออกชาไทยเติบโตถึง 19.7 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน

[ บทสรุปเทรนด์ ‘Everyday Indulgence’ ]

กรณีศึกษาของชาตรามือและเทรนด์ Everyday Indulgence สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในอนาคตไม่สามารถพึ่งพาเพียงรสชาติ หรือ ความเก่าแก่ได้อีกต่อไป

ในปี 2026 และต่อไป ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อด้วยเหตุผลที่ซับซ้อนขึ้น พวกเขาซื้อชาหนึ่งแก้วเพื่อ “บำบัดความเครียด” แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการความมั่นใจว่าสิ่งที่ดื่มเข้าไปนั้นปลอดภัยและโปร่งใส แบรนด์ที่จะอยู่รอดและเติบโตได้ คือแบรนด์ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างความสุขกับความปลอดภัยได้

การเปลี่ยนผ่านของชาตรามือจากการใช้สีสังเคราะห์สู่ Clean Label พิสูจน์แล้วว่า แม้จะเป็นแบรนด์ระดับตำนาน ก็สามารถปรับตัวให้ทันกับโลกยุคใหม่ที่ผู้คนรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมๆ กันได้ ดังนั้น Everyday Indulgence จึงไม่ใช่แค่การตามใจปาก แต่คือการดูแลใจและกายอย่างยั่งยืนในทุกๆ วัน

เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์

Sources: ข่าวประชาสัมพันธ์ “แกร็บ เผยเทรนด์ “เรียกรถ-ฟู้ดเดลิเวอรี” ประจำปี 2025”

Innova Market Insights – Top Food and Beverage Trends 2026 : https://www.innovamarketinsights.com/trends/top-food-and-beverage-trends-2026/

Spring Health – 8 Mental Health Trends for 2026 and What They Mean for Your Workplace : https://www.springhealth.com/blog/2026-mental-health-trends-for-your-workplace

Circana – Little Treat Culture: 62% Consider Little Treats Crucial to Self-Care : https://www.circana.com/post/little-treats-statistics-trends

Smart Brief – The little treat that could: How a snack-sized trend became a foodservice force : https://www.smartbrief.com/original/the-little-treat-that-could-how-a-snack-sized-trend-became-a-foodservice-force

FINN – The trends shaping the food and beverage (F&B) industry in 2026 : https://www.finnpartners.com/news-insights/the-trends-shaping-the-food-and-beverage-fb-industry-in-2026/

The Inspired Home Show – Leaning into Little Treat Culture : https://www.theinspiredhomeshow.com/blog/leaning-into-little-treat-culture/

Wisemind Nutrition – The Biology of Stress: How Nutrition & Functional Medicine Can Help : https://wisemindnutrition.com/blog/biology-stress-nutrition-functional-medicine-webinar

MDPI – The Interrelationship between Stress, Sugar Consumption and Depression : https://www.mdpi.com/2072-6643/16/19/3389

Cleveland Clinic – Dopamine : https://my.clevelandclinic.org/health/articles/22581-dopamine

Hyperbeast – BLACKPINK’s LISA Now Has Her Own Erewhon Drink : https://hypebeast.com/2025/1/blackpink-lisa-erewhon-thai-iced-tea-armra-info

Bangkok Post – Thai tea is stripping away its signature colour : https://www.bangkokpost.com/life/social-and-lifestyle/3054100/thai-tea-is-stripping-away-its-signature-colour

Lifestyle Asia – What’s the Cha Tra Mue Thai tea controversy all about? : https://www.lifestyleasia.com/bk/whats-on/news-whats-on/cha-tra-mue-thai-tea-controversy-food-dye/

Foosbeast – Thailand’s Signature Orange Thai Tea May Lose Its Color—Here’s Why : https://www.foodbeast.com/news/thailands-signature-orange-thai-tea-may-lose-its-color-heres-why/

Prestige – Inside the Cha Tra Mue controversy, and why the Thai tea brand is changing its colour : https://www.prestigeonline.com/sg/lifestyle/wine-plus-dine/cha-tra-mue-thai-tea-controversy-food-dye/