ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน หมุนตัวเร็วจนทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคมีความซับซ้อนมากขึ้น ‘คะแนนสะสม’ หรือ Loyalty Points ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงของแถมจากการซื้อสินค้า หรือเครื่องมือทางการตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้าแบบเดิมๆ อีกต่อไป
สิ่งที่เคยเป็นเพียงตัวเลขในแอป วันนี้กำลังกลายเป็นกลไกใหม่ที่ผู้คนใช้จัดการชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การกิน การเดินทาง ไปจนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจผันผวน แต้มสะสมกำลังกลายเป็น ‘สกุลเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่’ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยด้านการใช้จ่าย
บทความนี้ Future Trends จะพาไปสำรวจเทรนด์การใช้แต้มสะสมจากคนไทย ผ่านข้อมูลเชิงลึกจาก POINTX แอปพลิเคชันรวมและแลกคะแนนสะสมชั้นนำ ที่เผยตัวเลขการเติบโตในปี 2568 พร้อมชี้ให้เห็นทิศทางของเทรนด์ในปี 2569 และเจาะลึกกรณีศึกษาความร่วมมือล่าสุดกับ Hungry Hub ซึ่งสะท้อนชัดว่า “วัฒนธรรมการกิน” กำลังกลายเป็นสมรภูมิหลักของการใช้พอยท์ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่าแบบจับต้องได้มากกว่าที่เคย

[ ยอดการใช้พอยท์สะสมบน POINTX เติบโตกว่า 330% ]
ปี 2568 คือปีที่คะแนนสะสม เริ่มมีบทบาทจริงจังในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยข้อมูลจาก POINTX ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างชัดเจน เมื่อยอดการใช้แต้มบนแพลตฟอร์มในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน เติบโตพุ่งขึ้นกว่า 330% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ตัวเลขนี้คือสัญญาณของพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ท่ามกลางค่าครองชีพและเศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้คนเริ่มหันกลับมามองสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตนเองมีอยู่แล้ว และหาทางเปลี่ยนมันให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ในชีวิตจริง ส่งผลให้คะแนนสะสมกลายเป็นทรัพยากรที่ต้องบริหารจัดการให้คุ้มค่าที่สุด
เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมการใช้งานในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน 2568 จะเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านนี้ชัดขึ้น ผ่าน 3 รูปแบบการใช้แต้มสะสมที่เติบโตอย่างโดดเด่น
1️⃣ พฤติกรรมแรก คือการโอนแต้มข้ามแพลตฟอร์ม ซึ่งสะท้อนความต้องการอิสระของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน จำนวนผู้ใช้งานที่โอนแต้มจากพาร์ทเนอร์ต่างๆ เข้ามารวมใน POINTX เพิ่มขึ้นกว่า 300% ในหนึ่งปี พฤติกรรมนี้บอกเราว่า ผู้คนไม่ต้องการให้แต้มของตัวเองกระจัดกระจาย แต่ต้องการรวบรวมให้มันอยู่ในที่เดียว
2️⃣ พฤติกรรมที่สอง คือการสแกนผ่าน QR Code ซึ่งเติบโตสูงถึง 128% ความสำเร็จของฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ต้องการความรวดเร็วมากๆ สิ่งใดที่สามารถใช้ได้ทันทีจะได้รับความนิยมและยอมรับ
3️⃣ พฤติกรรมสุดท้าย คือการใช้แต้มบนแพลตฟอร์มออนไลน์และบริการเดลิเวอรี ซึ่งเติบโตขึ้นกว่า 68% การเชื่อมต่อกับ Mobile Banking อย่าง SCB EASY ทำให้แต้มสามารถถูกใช้ร่วมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและฟู้ดเดลิเวอรีได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้น การเติบโตกว่า 330% จึงเป็นผลลัพธ์ของผู้บริโภคที่เริ่มมองคะแนนสะสมในเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และนี่คือก้าวใหม่สำคัญของโลก Loyalty Program ที่กำลังก้าวเข้าสู่รูปแบบใหม่อย่างเต็มตัวในปีนี้
[ เมื่อแต้มสะสมกลายเป็นเครื่องมือบริหารค่าใช้จ่าย ]
หากปี 2568 คือปีที่ผู้บริโภคเริ่มใช้แต้มแทนเงินสด ในปี 2569 ก็จะเป็นปีที่แต้มเริ่มถูกใช้ในฐานะเครื่องมือวางแผนชีวิต จากข้อมูลการเติบโตที่ผ่านมา POINTX มองเห็นทิศทางว่า Loyalty Program กำลังหลุดออกจากกรอบเดิมของคำว่า Rewards และเคลื่อนตัวไปสู่บทบาทใหม่ในฐานะ Expense Management Tool อย่างเต็มรูปแบบ
1️⃣ เทรนด์แรก คือการที่แต้มถูกใช้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจะเริ่มมองแต้มสะสมเหมือนกระเป๋าเงินใบที่สอง เป็นเงินสำรองที่หยิบมาใช้ได้ในจังหวะสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอม หรือแม้แต่ค่าทางด่วน กลายเป็นเครื่องมือช่วยจัดการความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตจริง
2️⃣ เทรนด์ที่สอง คือการเปลี่ยนจากการสะสมเพื่อรอแลก ไปสู่การใช้ทันทีเมื่อรู้สึกว่าคุ้ม ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้อยากรอคะแนนครบเพื่อแลกของชิ้นใหญ่เหมือนในอดีต แต่เลือกใช้ในจังหวะเล็กๆ ของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การจ่ายค่ากาแฟ แก้วโปรด ไปจนถึงการสั่งอาหารเดลิเวอรี
สะท้อนให้เห็นว่าความคุ้มค่าในยุคนี้ต้องเกิดขึ้น “เดี๋ยวนี้” ไม่ใช่ในอนาคตที่จับต้องไม่ได้ ขณะเดียวกันการใช้แต้มผสมเงินสดก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ เพื่อกระจายการใช้งานให้ครอบคลุมหลายโอกาส แทนการทุ่มทั้งหมดในครั้งเดียว
3️⃣ เทรนด์สุดท้าย คือการก้าวเข้าสู่โลกของ Ecosystem ที่ไร้พรมแดน ผู้บริโภคจะไม่ผูกตัวเองไว้กับ Loyalty Program ของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอีกต่อไป แต่จะมองหาแพลตฟอร์มตัวกลางที่ช่วยรวบรวม บริหาร และแปลงพอยท์จากหลายแหล่งให้กลายเป็นสภาพคล่องเดียวกัน แต้มในบริบทนี้จะถูกมองเหมือนสกุลเงินดิจิทัล ที่ต้องโอนง่าย ใช้คล่อง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของแต่ละคน
เมื่อแต้มเริ่มทำหน้าที่เหมือนเงิน และเงินเริ่มถูกบริหารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น เส้นแบ่งระหว่าง Loyalty Program กับระบบการเงินในชีวิตประจำวัน ก็กำลังเลือนหายไปอย่างช้าๆ และปี 2569 จะเป็นปีที่การเปลี่ยนผ่านนี้ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

[ กรณีศึกษา POINTX x Hungry Hub เจาะตลาด Food Lover ด้วยฟีเจอร์ ‘Eat Around’ ]
เราได้เห็นทิศทางของเทรนด์ในปีนี้แล้วว่า แต้มสะสม กำลังอยู่ในบทบาทใดของชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลเชิงลึกจากผู้ใช้งาน POINTX ชี้ให้เห็นว่าหมวดอาหารติดอันดับต้นๆ ของการใช้แต้มมาโดยตลอด เพราะวัฒนธรรมการกินเป็นไลฟ์สไตล์ และเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายได้ง่ายกว่าหมวดอื่นๆ เพียงแต่ในยุคนี้ ความอร่อยเพียงอย่างไม่สามารถดึงคนได้ จำเป็นต้องมีความคุ้มค่าด้วย
เพื่อให้เห็นภาพการนำเทรนด์เหล่านี้มาประยุกต์ใช้จริง การจับมือกันระหว่าง POINTX และ Hungry Hub ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในช่วงต้นปี 2569 นี้
จากข้อมูลอินไซต์จากผู้ใช้งาน POINTX ที่แสดงให้เห็นว่าอาหารเป็นหมวดหมู่ที่มีการใช้แต้มสูงเป็นลำดับต้นๆ การรับประทานอาหารนอกบ้านหรือมื้อพิเศษเป็นไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนให้ความสำคัญและยอมจ่าย แต่ในขณะเดียวกันก็มองหาความคุ้มค่าไปพร้อมกัน ดังนั้น การเชื่อมต่อพอยท์เข้ากับดีลร้านอาหารจึงเป็นการแก้ Pain Point และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 POINTX ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Hungry Hub แพลตฟอร์มจองร้านอาหารชื่อดัง เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในชื่อ ‘Eat Around’ ฟีเจอร์นี้ทำหน้าที่บูรณาการระบบเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน
🟢 จุดเด่นของ Eat Around
– One Stop Service รวมดีลบุฟเฟ่ต์โรงแรมดังและร้านอาหารพรีเมียมไว้ในแอป POINTX ให้ผู้ใช้ เลือกร้าน จองโต๊ะ และชำระเงินได้ในที่เดียว
– Flexible Payment ผู้ใช้สามารถเลือกจ่ายด้วยแต้มทั้งหมด หรือใช้บางส่วนร่วมกับเงินในบัญชี SCB EASY ก็ได้ ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การใช้แต้มผสมเงินสดที่กล่าวไปข้างต้น
– User Journey ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล ความสำเร็จของฟีเจอร์นี้อยู่ที่ความง่ายในการใช้งาน ซึ่งถูกออกแบบมาให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก โดยมีขั้นตอนดังนี้
1️⃣ Discover: เปิดแอป POINTX เข้าเมนู Eat Around เพื่อเลือกดีลร้านอาหาร
2️⃣ Reserve: ระบุจำนวนคน วัน เวลา และกดยืนยันการจอง
3️⃣ Scan & Pay: เมื่อถึงเวลาชำระเงิน ระบบจะสร้าง QR Code ให้ผู้ใช้งานกดสแกนผ่านแอป SCB EASY
4️⃣ Customize: ในหน้าชำระเงิน ผู้ใช้สามารถเลือกแถบ ‘พอยท์’ และกำหนดสัดส่วนได้เองว่าจะใช้แต้มกี่คะแนนผสมกับเงินสด
ทางด้านนายสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ ซีอีโอของ Hungry Hub มองว่าความร่วมมือนี้ช่วยให้แพลตฟอร์มเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มี “กำลังซื้อ” ผ่านการใช้แต้ม ซึ่งช่วยกระตุ้นการตัดสินใจจองได้ง่ายขึ้น เพราะลูกค้ารู้สึกว่ามื้ออาหารนั้นคุ้มค่ากว่าการจ่ายด้วยเงินสดเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ POINTX ก็สามารถขยาย Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เกิดเป็น Win-Win Partnership ของทั้งคู่
[ อนาคตของการใช้พอยท์ที่คุณกำหนดเองได้ ]
การเติบโตกว่า 330% ของ POINTX และการเปิดตัว Eat Around คือหลักฐานชัดเจนที่สะท้อนว่าโลกของ Loyalty Program ได้ก้าวข้ามกรอบเดิมไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
แต้มในวันนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรอแลกของรางวัลในวันข้างหน้า แต่กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า เป็นเครื่องมือช่วยบริหารค่าใช้จ่าย และเป็นกุญแจที่เปิดประตูสู่ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่จับต้องได้จริง ตั้งแต่มื้ออาหารพิเศษ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้บริโภคในปี 2569 และในอนาคต การมีแพลตฟอร์มที่สามารถรวบรวม บริหาร และใช้แต้มได้อย่างอิสระ จะไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่คือความได้เปรียบในการใช้ชีวิต ทุกการจ่ายเงินจะกลายเป็นการตัดสินใจอย่างฉลาด เลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด
และในโลกที่ความคุ้มค่าไม่ได้วัดจากราคาเพียงอย่างเดียว อนาคตของการใช้แต้ม กำลังถูกกำหนดโดยผู้บริโภคเอง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
Sources: “POINTX” เผยอินไซต์พฤติกรรมการใช้พอยท์ปี 2568 มียอดรวมโตกว่า 330% ชี้แนวโน้มปี 2569 คนไทยมองพอยท์สะสมเป็นหนึ่งในเครื่องมือบริหารค่าใช้จ่ายและเพิ่มความคุ้มค่า
POINTX ยกระดับไลฟ์สไตล์ Ecosystem จับมือ Hungry Hub เปิดฟีเจอร์ใหม่ “Eat Around” เชื่อมต่อประสบการณ์ใช้พอยท์เอาใจฟู้ดเลิฟเวอร์ ที่สะดวกและคุ้มค่าในแอปเดียว
Tada – How 2025 Loyalty Trends Are Shaping What’s Coming in 2026 : https://blog.usetada.com/en/how-2025-loyalty-trends-are-shaping-whats-coming-in-2026
