Type to search

“ไม่พักเครื่อง ไม่พักรันเวย์!” XPENG Thailand เดินเกม Fashion Marketing ต่อเนื่อง ร่วมสนับสนุน ELLE Fashion Week 2026 เปิดรันเวย์โชว์แรก ตอกย้ำภาพลักษณ์ Premium EV

October 26, 2026 By Thanapon Hussakornrus

เรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่ง “XPENG x Fashion” อย่างแท้จริง  เมื่อ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย (XPENG Thailand) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เดินหน้า Strategic Move ครั้งสำคัญ ด้วยการฉีกกรอบการตลาดรถยนต์แบบเดิมๆ ปักหมุดสังเวียนแฟชั่นระดับท็อปอย่างต่อเนื่อง สู่การสร้าง Brand Equity ผ่าน Fashion Ecosystem คือกุญแจสำคัญในการเจาะเซกเมนต์ Luxury Mainstream และเปลี่ยนผ่านยานยนต์สาย Deep Tech สู่การเป็น ‘Lifestyle Companion’ ได้อย่างแท้จริง 

ล่าสุดเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนในงาน ELLE Fashion Week 2026 ภายใต้ชื่องาน Free To Be by ELLE Presented by XPENG Thailand at ICONSIAM ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคมนี้ ณ ริเวอร์พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม นำ THE NEW XPENG L03, G6 และ X9 เปิดเวทีแฟชั่นโชว์วันแรกและรอบแรกของงาน กับ 6 แบรนด์ดัง 37 Degrees Celsius, Anuruq, Issue, Kloset, Painkiller Atelier และ Sretsis สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่นำแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสาย Deep Tech เข้าไปเชื่อมโยงและฝังตัวอยู่ในนิเวศทางแฟชั่นระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เผยว่า ตลาด EV ไทยในปัจจุบันได้ก้าวข้ามกลุ่มผู้ใช้กลุ่มแรก (Early Adopters) เข้าสู่กลุ่มผู้ใช้กระแสหลัก (Mainstream) และกลุ่มตลาดระดับบน (Luxury Segment) เป็นที่เรียบร้อย โจทย์ใหญ่ของแบรนด์จึงไม่ใช่แค่เรื่องสมรรถนะ แต่คือการสร้างคุณค่าทางอารมณ์

การที่ XPENG Thailand เลือกขึ้นรันเวย์ ELLE Fashion Week จึงเป็น “Stepping Stone Strategy” หรือใบเบิกทางสำคัญในการปรับตำแหน่งของแบรนด์ จากเดิมที่ผู้บริโภคมองเป็นเพียงยานพาหนะหรือเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ไปสู่การเป็น ‘Lifestyle Companion’ ที่ผสานเข้ากับรสนิยม ค่านิยม และสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่

“เมื่อตลาด EV ก้าวสู่ยุค Mainstream สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนไม่ใช่สเปกหรือสงครามราคาที่สร้างผลลัพธ์ชั่วคราว แต่คือ อารมณ์ คุณค่าของแบรนด์ และการตอบโจทย์ความเป็นปัจเจก (Design by Desire) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ในระยะยาว”

การร่วมมือครั้งนี้ยังสอดรับกับคอนเซ็ปต์ ‘Freedom’ ของงาน ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ทดลอง มิกซ์แอนด์แมตช์ และสะท้อนตัวตนอย่างอิสระ เป็นการสร้าง Touchpoint เชิงลึกเพื่อเชื่อมต่อไปยังกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ (New Wave Designers), กลุ่มครีเอทีฟ และคนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง เพื่อตอกย้ำแนวคิด Brand Longevity ท่ามกลางสมรภูมิ EV ที่กำลังขับเคี่ยวอย่างหนัก

#ถอดวิถีคิดบริหารสไตล์ “Non-Auto” เชื่อม Local Marketing สู่ลูกค้ายุคใหม่

คุณอภิวันท์ ยังเผยถึงเบื้องหลังกลยุทธ์ในครั้งนี้ว่าเกิดจากแนวคิดของทีมบริหาร XPENG Thailand ที่มีพื้นฐานและวิถีคิดแบบ “Non-Auto” ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ และข้อจำกัดของผู้บริโภค (Customer Pain Points) มากกว่าการยึดติดกับตำราการตลาดรถยนต์แบบดั้งเดิม แบรนด์จึงเลือกผสมผสานขับเคลื่อนการตลาดระดับท้องถิ่นที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนในแต่ละพื้นที่มากกว่า

“ทีมบริหารในไทยได้นำโจทย์เรื่องเทคโนโลยีมาผสมผสานกับงานดีไซน์ได้อย่างลงตัว ผ่านการสื่อสารในรูปแบบ “Tech Meets Style” ซึ่งผลสำเร็จของการสร้างแบรนด์ดิ้งในประเทศไทย ไม่เพียงแต่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในประเทศ แต่ยังได้รับคำชมเชยจากบริษัทแม่ จนหลายกิจกรรมในไทยถูกยกระดับให้เป็น เคสการตลาดต้นแบบ สำหรับนำไปถ่ายทอดในเวทีระดับต่างประเทศอีกด้วย”

ส่วนแผนงานเพื่อรองรับการเติบโตและการสร้าง Brand Loyalty ในระยะยาว XPENG Thailand ได้วางแผนขยายเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น ด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมอาหาร (Fine Dining) ตลอดจนการต่อยอดไปยังสินค้าต่างๆ ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนานวัตกรรมบริการหลังการขาย เช่น ศูนย์ Xpeng Monitoring Center เพื่อติดตามดูแลสภาวะตัวรถแบบเรียลไทม์ และการขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ