‘ร็อคส์ พีซี’ รายได้พุ่งเกือบพันล้าน เติบโตขึ้น 23% ถอดรหัส 1 ปี ‘UNO Coffee’ กับกลยุทธ์เขย่าสมรภูมิ Specialty Coffee

ไม่น่าเชื่อว่า ‘UNO Coffee’ จะเปิดให้บริการมา 1 ปีแล้ว ภาพในวันเปิดตัวสาขาแรกของแบรนด์ ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ลูกค้ายืนต่อแถวยาวเหยียด บางคนถือแก้ว UNO ยิ้มกว้างให้กล้อง บ้างก็รีบโพสต์ลง Instagram
ในโลกที่เต็มไปด้วยแบรนด์กาแฟที่ดูคล้ายกันไปหมด UNO Coffee กลับสร้างภาพจำได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน
เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี Future Trends อยากชวนทุกคนมาวิเคราะห์โมเดลธุรกิจของแบรนด์ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟอีกหนึ่งแห่งในเมือง แต่มาพร้อมกับจุดยืน “กาแฟคุณภาพดี ทำไมต้องราคาแพง?” ที่สะท้อนเทรนด์ ‘Specialty Coffee’ ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจกาแฟของไทย
สำหรับแบรนด์ UNO Coffee นั้น อยู่ภายใต้บริษัท บริษัท ร็อคส์ พีซี จำกัด ที่มีแบรนด์ดังๆ มากมาย เช่น Potato Corner และ KHAO-SO-I
โดยผลประกอบการของ บริษัท ร็อคส์ พีซี จำกัด จากรายงานของ DBD DataWarehouse มีดังนี้
- ปี 2564 : 414,246,895 บาท
- ปี 2565 : 568,289,145 บาท
- ปี 2566 : 652,988,314 บาท
- ปี 2567 : 790,519,948 บาท
- ปี 2568 : 973,150,493 บาท กำไร 86,100,262 บาท เติบโตจากปีก่อนหน้ามากถึง 23%
เราจะมาถอดรหัสความสำเร็จของ UNO Coffee ผ่านกลยุทธ์ Business Model Canvas เพื่อวิเคราะห์โมเดลธุรกิจของแบรนด์ที่นำเสนอเทรนด์ Specialty Coffee
1️⃣ Key Partnerships รากฐานพันธมิตรที่ทรงพลัง
UNO Coffee ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เกิดจากบริษัทแม่ Rocks PC ซึ่งเคยบริหาร Potato Corner มาก่อน นั่นแปลว่าบริษัทมีทั้งประสบการณ์ด้าน F&B ระบบปฏิบัติการร้านสมัยใหม่ และความสามารถในการสเกลธุรกิจแบบ Mass-Premium ได้อย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านั้น การเป็นพันธมิตรกับฟาร์มกาแฟและผู้นำเข้าเมล็ดกาแฟระดับพรีเมียม ยังทำให้แบรนด์มีอิสระในการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ในราคาที่แข่งขันได้
2️⃣ Key Activities กลไกหลังบ้านที่ขับเคลื่อนคุณค่า
ความไวรัลของแบรนด์อาจเกิดจากภาพลักษณ์และรสชาติ แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาคือ ‘ระบบ’
– UNO Coffee ต้องจัดหาเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงเพื่อเสิร์ฟให้กับลูกค้า โดยเฉพาะเกอิชาที่แบรนด์สร้างสัมพันธ์กับหลายฟาร์มมามากกว่า 10 ปี ทำให้ได้ต้นทุนราคาดี
– โมเดลการขายแบบคีออสที่ช่วยให้สามารถรับมือกับปริมาณของลูกค้ากับคำสั่งซื้อได้ทันท่วงที ระบบการดำเนินงานไม่คอขวด
– การสร้างคอนเทนต์โซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอทั้งจากแบรนด์เอง และ UGC ที่ชื่นชอบในแบรนด์
3️⃣ Key Resources ทุนที่มากกว่าแค่เงิน
– ทุนมนุษย์ ทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ช่ำชองจากแบรนด์ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วอย่าง Potato Corner ใช้หลักแนวคิดเดิม
– Branding โลโก้ แก้วดีไซน์พิเศษ สูตรเครื่องดื่ม ที่ทำให้คนจดจำ
– ความสัมพันธ์กับ Supplier และเช่าทำเลทอง ทำให้ต้นทุนต่อแก้วสามารถแข่งขันกับเชนใหญ่ได้
4️⃣ Value Proposition “กาแฟคุณภาพดี ทำไมต้องราคาแพง?”
หัวใจของโมเดลธุรกิจคือการทำให้กาแฟดีกลายเป็นของที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน นำเสนอด้วยการเปิดตัว Geisha Americano แก้วละ 85 บาท กลายเป็นของที่คนทั่วไปสามารถลองได้จริง
แต่คุณค่าของแบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคา UNO ยังออกแบบแก้วให้ถ่ายรูปสวย ใช้บรรจุภัณฑ์ดีไซน์โดดเด่น สื่อสารผ่านภาษาและคอนเทนต์ที่ทันสมัย ทำให้การถือแก้ว UNO กลายเป็น Social Currency ที่สะท้อนว่าเราตามเทรนด์
5️⃣ Customer Relationships ความสัมพันธ์ที่ลึกกว่าเครื่องดื่ม
แบรนด์ไม่รอให้ลูกค้ามารู้จักในร้าน พวกเขาสร้างเรื่องราวตั้งแต่ก่อนเปิดตัว ผ่านวิดีโอบนโซเชียลมีเดียต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแจกของในวันเปิดร้าน และการให้ความสำคัญกับการรับฟัง Feedback ที่ลูกค้ารู้สึกได้จริง
6️⃣ Channels เข้าถึงลูกค้าให้เร็วที่สุด
UNO Coffee ใช้กลยุทธ์ Multichannel แบบยุคใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับพฤติกรรมหลังโควิด
– หน้าร้านโมเดลคีออสแบบ Takeaway ในห้างที่มี Traffic สูง
– โซเชียลมีเดีย TikTok, Instagram และการบอกต่อแบบ UGC จากลูกค้าเอง
– ช่องทางเดลิเวอรี่
การผสานช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์นี้ทำให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างกว้างและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในร้านขนาดใหญ่
7️⃣ Customer Segments เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่คอกาแฟ
UNO Coffee มีความเฉียบในการขยายข้อเสนอเดียว ไปสู่หลายกลุ่มลูกค้า
– คอกาแฟตัวจริง เพราะมี Geisha และเมล็ดคุณภาพ
– วัยรุ่นตามเทรนด์ เพราะร้านนี้กำลังเป็นกระแส
– คนรักความคุ้มค่า เพราะ 85 บาท กับ Geisha ถือว่าราคาดีมาก
– คนไม่ดื่มกาแฟ เพราะมี Non-Coffee อย่างช็อกโกแลตและมัทฉะคุณภาพสูง
8️⃣ Cost Structure ต้นทุนสูงเพื่อคุณค่าที่จับต้องได้
UNO Coffee ไม่ได้เป็นธุรกิจแบบประหยัดต้นทุน แต่เป็นธุรกิจแบบลงทุนเพื่อคุณค่า
ต้นทุนหลักมาจาก
– เมล็ดกาแฟพรีเมียม (Geisha)
– บรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง
– ค่าเช่าทำเล Prime Location
– ค่าใช้จ่ายด้านทีมงานและ Digital Content
แต่นี่ไม่ใช่ต้นทุนที่ใช้ไปเปล่าๆ เพราะมันคือการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้าง Positioning ของแบรนด์
9️⃣ Revenue Streams รายได้ที่สมดุลทั้งความคุ้มค่าและกำไร
UNO Coffee ใช้โมเดลรายได้ที่แบ่งเป็น 3 กลุ่มชัดเจน
☕ สินค้าดึงดูด (Loss Leader)
– Premium Americano Geisha แก้วละ 85 บาท
– รายได้ต่ำ แต่ออกแบบเพื่อสร้างทราฟฟิก
☕ สินค้าทำกำไร (Profit Engine)
– กาแฟ Americano ธรรมดาเริ่มต้นแค่ 65 บาท
☕ สินค้าเจาะกลุ่มกว้าง (Market Broadener)
– เครื่องดื่ม Non-Coffee ช่วยดึงลูกค้าที่ไม่ดื่มกาแฟ
ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่นำพา UNO Coffee ไปสู่ความสำเร็จ ที่ช่วยสร้างยอดขายมากมายให้กับแบรนด์ และยังสะท้อนเทรนด์ Specialty Coffee ในประเทศอีกด้วย
ในตลาดที่อิ่มตัวและการแข่งขันสูง แบรนด์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้ารู้จักวางตำแหน่งตัวเองให้ชัด และสร้างคุณค่าที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ก็สามารถเปลี่ยนแถวหน้าร้านเล็กๆ ให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจระดับประเทศได้เช่นกัน
UNO Coffee อาจเริ่มต้นจากแก้วกาแฟ แต่สิ่งที่พวกเขากำลังเสิร์ฟ คือ “การออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้คนรู้สึกดีในทุกมิติ”
เรียบเรียงและเขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
Sources: DBD DataWarehouse – งบกำไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2564 – 2568 : https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/50105559040818
TikTok – UNO Coffee : https://www.tiktok.com/@unocoffee.co
Instagram – UNO Coffee : https://www.instagram.com/unocoffee.co/
Rocks Group : https://www.rocksgroup.com/
บริษัท ร็อคส์ พีซี จำกัด : https://data.creden.co/company/general/0105559040818

