Type to search

ดร. สันติธาร เสถียรไทย เปิด ทางรอดประเทศไทยในวันที่คลื่นยักษ์ความผันผวนบุกมาถึงหน้าบ้าน

February 13, 2026 By chananchida.p

สรุปเนื้อหาจากเซสชัน “Twists & Turns 2026: On AI Sustainability Longevity & Geopolitics, ว่าด้วยเทรนด์เอไอโลกร้อน อายุยืนยาว ภูมิรัฐศาสตร์ และโอกาสของปี 2026” โดย ดร. สันติธาร เสถียรไทย ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมพักหลังมานี้ การทำธุรกิจหรือการทำงานถึงให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง ‘วิ่ง’ อย่างสุดแรง แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้ ‘ไปข้างหน้า’ เท่าที่ควร?

นี่ไม่ใช่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไปเอง แต่เป็นสัญญาณเตือนจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ชี้ชัดว่า โลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า ‘The Age of Competition’ หรือยุคแห่งการแข่งขันที่ไร้พรมแดน

❗ 1. สิ้นสุดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม: เมื่อคลื่นยักษ์บุกถึงหน้าบ้าน

ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา โลกคุ้นชินกับการค้าเสรี แต่ตอนนี้โปรโมชันนั้นได้หมดลงแล้ว โดยข้อมูลชี้ให้เห็นว่า กำลังการผลิตสินค้าสำคัญจากจีน เช่น แผงโซลาร์ แบตเตอรี่ และรถยนต์ EV มีปริมาณเกินความต้องการของโลกมหาศาล ส่งผลให้สินค้าเหล่านี้ทะลักเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้ธุรกิจจะเลือกตั้งรับอยู่แต่ในประเทศ ไม่ได้คิดจะออกไปลุยตลาดอินเตอร์ แต่ ‘โลก’ ก็จะบุกเข้ามาแข่งขันถึงหน้าประตูบ้านอยู่ดี การแข่งขันในยุคนี้จึงไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้หลบซ่อนอีกต่อไป

❗ 2. แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์: ตลาดใหม่และเศรษฐกิจใหม่

ท่ามกลางพายุ ก็ยังมีน่านน้ำที่สดใสรออยู่ ข้อมูลคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2050 ชี้เป้าไปที่เอเชียใต้ (South Asia) ว่าจะเป็นผู้เล่นหลัก โดยกลุ่มประเทศ ASEAN กำลังเป็นจุดสนใจของการลงทุน (FDI) โดยเฉพาะอินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ดังนั้นแนวคิดการทำธุรกิจต้องเริ่มจากการมองภาพ Global หรือ Regional ตั้งแต่วันแรก (Day 1)

นอกจากเรื่องพื้นที่แล้ว โครงสร้างเศรษฐกิจก็เปลี่ยนไปสู่ ‘Longevity Economy’ หรือเศรษฐกิจสังคมอายุยืน ที่ไม่ได้หมายถึงแค่คนแก่ล้นเมือง แต่คือโอกาสทางธุรกิจมูลค่ามหาศาลกว่า 50 ล้านล้านดอลลาร์ (Silver Economy) และ 8 ล้านล้านดอลลาร์ (Wellness Economy) 

เพราะรูปแบบชีวิตมนุษย์จะไม่ใช่แค่ เรียน-ทำงาน-เกษียณ (3-stage model) อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนเป็น Multistage Life ที่ซับซ้อนขึ้น มีช่วงเวลาค้นหาตัวเอง (Exploration) และการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ตลอดเวลา โจทย์จึงเปลี่ยนจากการเติมเวลาให้ชีวิตเป็นการ ‘เติมชีวิตชีวาให้กับวันเวลา’ แทน

❗ 3. คนกับ AI: ใครคือผู้รอดในสมรภูมินี้?

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท แรงงานถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มชัดเจน กลุ่มที่เสี่ยงหลุดจากเกมคือผู้ที่ไม่ปรับตัว แต่ผู้ที่จะรอดและรุ่งคือกลุ่ม ‘Buffed by AI’ หรือคนที่ใช้ AI มาเสริมเขี้ยวเล็บ ทั้งการ Reskill ผสานความเชี่ยวชาญเดิมเข้ากับ AI การออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ (Redesign) และการจินตนาการพฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ (Reimagine)

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ AI ยังแทนที่ไม่ได้และกลายเป็นของมีค่าที่สุดคือ ‘Human Touch’ ได้แก่ จิตใจบริการ (Service Mindset), ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)

ก่อนจบเซสชันนี้ไป ดร สันติธาร เสถียรไทย ได้สรุป 4 ทางรอดสำหรับยุค Age of Competition เอาไว้สั้นๆ ว่า 

1. New Economies: เกาะกระแส Megatrends (Longevity, Green, AI)

2. New Markets: มองตลาด ASEAN และ Global

3. New Productivity: ใช้ AI เพิ่มผลผลิต

4. New Brand Positioning: สร้างจุดยืนที่เป็นตัวจริงเพียงหนึ่งเดียว

ท้ายที่สุด  ดร. สันติธาร เสถียรไทยยังฝากประโยคเตือนใจ จากคำพูดของ Mark Carney บนเวที World Economic Forum ไว้ว่า “If you are at the wrong table, you will also be on the menu” (ถ้าเลือกนั่งผิดโต๊ะ ก็จะกลายเป็นอาหารในเมนูให้คนอื่นกิน)

ดังนั้น หน้าที่ของผู้ประกอบการและคนทำงานคือ “Find the right table, and craft the right menu” หรือให้เราหาโต๊ะที่ใช่ให้เจอ และรังสรรค์เมนูที่ใช่ขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง 

เนื้อหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “Twists & Turns 2026: On AI Sustainability Longevity & Geopolitics, ว่าด้วยเทรนด์เอไอโลกร้อน อายุยืนยาว ภูมิรัฐศาสตร์ และโอกาสของปี 2026” โดย ดร. สันติธาร เสถียรไทย ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

#FutureTrends #FutureTrendsAheadSummit2026