Type to search

เทรนด์ T-Pop มาแรง คาดสร้างมูลค่า 1.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก

June 17, 2026 By Thanapon Hussakornrus
ศิลปิน T-Pop บนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย

เทรนด์ T-Pop มาแรงฉุดไม่อยู่! คาดสร้างมูลค่า 1.3 หมื่นล้านพุ่งชนเวทีโลก พลิกโฉมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย คว้าโอกาสธุรกิจโตแกร่งสวนกระแส

เมื่อเห็นกลุ่มศิลปินไทยยืนอยู่บนเวทีระดับสากลอย่าง Coachella หรือ Summer Sonic ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มจากผู้ชมและแฟนคลับนับแสน สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความบันเทิงหรือความสำเร็จส่วนบุคคลอีกต่อไป ทว่ามันคือภาพสะท้อนชัดเจนว่า “ทุนวัฒนธรรม” ของไทยกำลังแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทรนด์ T-Pop มาแรง จนกลายเป็นหนึ่งในสปอตไลต์ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตโควิด-19 อุตสาหกรรมเพลงไทยเคยซบเซาจนรายได้หดตัวลงกว่า 23% จากมาตรการล็อกดาวน์ ทว่าวันนี้ T-Pop ยุคใหม่พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถเร่งเครื่องฟื้นตัวได้อย่างสง่างาม พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของประเทศ ด้วยแรงหนุนจากเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม พลังคอนเนกชันของกลุ่มแฟนคลับ และกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ที่พลิกโฉมไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

Future Trends จะพาไปเจาะลึกอินไซต์เมื่อ เทรนด์ T-Pop มาแรง ในยุคนี้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกจาก SCB EIC เพื่อวิเคราะห์ว่าทำไมโมเดลธุรกิจบันเทิงนี้ถึงกลายเป็นหัวเจาะสำคัญที่สร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาลให้กับหลากหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย และแนวโน้มในอนาคตจะเดินหน้าไปทิศทางไหนต่อจากนี้

มูลค่าการเติบโต 1.3 หมื่นล้านบาท เมื่อเสียงเพลงกลายเป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจ

หากมองย้อนกลับไปช่วงปี 2016-2019 อุตสาหกรรมเพลงไทยเคยเติบโตเฉลี่ยถึง 16% ต่อปี ก่อนจะดิ่งลงอย่างหนักในช่วงวิกฤตสุขภาพ ทว่า พลังของกระแส T-Pop บนโลกโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นยาสมานแผลชั้นดีที่ช่วยให้ธุรกิจนี้ฟื้นตัวกลับมาเท่าช่วงก่อนโควิดได้ตั้งแต่ปี 2022

ล่าสุดทาง SCB EIC คาดการณ์ว่า รายได้รวมของธุรกิจอุตสาหกรรมเพลงและ เทรนด์ T-Pop มาแรง จะพุ่งสูงถึง 1.1 หมื่นล้านบาทในปี 2026 และทะยานสู่ระดับ 1.3 หมื่นล้านบาทภายในปี 2029

“แม้ในอนาคตอัตราการเติบโตจะเริ่มชะลอตัวลงบ้างตามขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้น แต่การขยายตัวเฉลี่ยที่ 5.8% ต่อปี ก็ยังถือเป็นทิศทางที่แข็งแกร่งและสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเพลงระดับโลกที่เติบโตเฉลี่ย 6.7% ต่อปี”

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า มูลค่าของ T-Pop วิ่งแซงคำว่าความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราวไปไกลแล้ว ปัจจุบันมันคือ “สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม” ที่จับต้องได้และทำเงินได้จริง จนสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากค่ายยักษ์ใหญ่ระดับสากลอย่าง Universal Music Group และ Tencent Music ให้เบนเข็มเข้ามาปักหมุดลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

🔑 4 กุญแจสำคัญที่ดัน T-Pop สู่เวทีสากล

เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ เทรนด์ T-Pop มาแรง ในยุคใหม่ เกิดจากปัจจัยเกื้อหนุนรอบด้านที่ลงตัวในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย 4 เสาหลักสำคัญ:

1. การเติบโตของ Music Streaming

แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Spotify, Apple Music และ YouTube Music ช่วยทลายกำแพงพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ คาดกันว่ายอดผู้ใช้งานสตรีมมิงทั่วโลกจะเพิ่มจาก 800 ล้านรายในปี 2025 เป็น 1,150 ล้านรายในปี 2030 ซึ่งหมายถึงโอกาสที่เพลงของ ศิลปิน T-Pop จะเข้าถึงหูผู้ฟังทั่วโลกได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นมหาศาล

2. พลังไวรัลบนโซเชียลมีเดีย

TikTok กลายเป็นสนามแจ้งเกิดหลักที่ทรงพลังอย่างมาก ผลสำรวจพบว่ากลุ่มผู้บริโภค Gen Z ถึง 59% เลือกฟังเพลงตามกระแสบนโลกออนไลน์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเพลง ‘Bad Girls Like You’ ที่มียอดใช้แผ่นเสียงประกอบคลิปสั้นทะลุ 1.2 ล้านครั้ง จนไต่ขึ้นหน้า Viral Chart ในหลายประเทศรวมถึงฝั่งอเมริกาใต้

3. ยกระดับมาตรฐานสู่ระบบ Idol Training System

ค่ายเพลงไทยยุคนี้เปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาแค่พรสวรรค์เฉพาะตัว (Organic Talent) มาสู่การสร้างระบบฝึกฝน (Idol Training System) ที่เข้มข้นรอบด้าน ทั้งการร้อง การเต้น การจัดระเบียบร่างกาย และทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ส่งผลให้ศิลปินแถวหน้าอย่าง 4EVE, PROXIE หรือ BUS มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและมีความเป็นมืออาชีพสูงเทียบเท่าระดับสากล

4. แรงส่งจากคอนเทนต์ซีรีส์วาย (Y-Series Ecosystem)

ซีรีส์วายของไทยถูกส่งออกและซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ความสำเร็จของเนื้อหาคอนเทนต์นี้ส่งผลดีโดยตรงต่อยอดฟังเพลงประกอบซีรีส์ (OST) ส่งให้ศิลปินที่มีความสามารถรอบด้านอย่าง Jeff Satur กลายเป็นศิลปินไทยที่มียอดฟังจากต่างประเทศสูงที่สุดผ่านแคมเปญ Thailand Global Impact

ถอดรหัส “Superfan” ขุมทรัพย์ที่มากกว่าแค่ยอดสตรีม

ในมุมมองการตลาดและกลยุทธ์ธุรกิจ จุดพีคที่สุดของ T-Pop Economy อยู่ที่การบริหารจัดการและขับเคลื่อนผ่านพลังของกลุ่ม “Superfan” ซึ่งทรงอิทธิพลและสร้างมูลค่าต่อหัวได้มากกว่ายอดวิวหรือยอดสตรีมจากผู้ฟังทั่วไปหลายเท่าตัว

ข้อมูลอินไซต์จาก SoundCloud เผยว่า กลุ่มแฟนคลับที่มีความจงรักภักดีสูง (Brand Loyalty) แม้จะมีสัดส่วนเพียง 1.9% ของฐานผู้ฟังทั้งหมด แต่กลับเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้แก่ศิลปินและค่ายสูงถึง 42%

สำหรับประเทศไทย สถิติชี้ว่า 86% ของผู้สนับสนุน T-Pop ยินดีควักกระเป๋าจ่ายเงินมากกว่า 1 ประเภทเพื่อซัพพอร์ตคนที่พวกเขาชื่นชอบ โดยพฤติกรรมการเปย์เม็ดเงินกระจายตัวไปใน 3 ส่วนหลักที่แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าไปคอลแลบเพื่อสร้างการเติบโตได้:

ประเภทการสนับสนุนสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ (%)รูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภค
สินค้าพรีเซนเตอร์84%แฟนคลับพร้อมอุดหนุนสินค้าที่ศิลปินเป็นพรีเซนเตอร์ทันที โดยเฉพาะรุ่นลิมิตเต็ดหรือแถมโฟโต้การ์ด
คอนเสิร์ตและอีเวนต์82%เต็มใจทุ่มเงินเพื่อซื้อประสบการณ์จริง (Physical Experience) และความเอ็กซ์คลูซีฟ
สินค้าที่ระลึกและของสะสม60%ซื้อเพื่อคุณค่าทางใจ เช่น แท่งไฟ อัลบั้ม และโฟโต้บุ๊ก

โอกาสทางธุรกิจที่กระจายตัวสู่ทุกลิงก์ในอุตสาหกรรม

การที่ เทรนด์ T-Pop มาแรง เปรียบเสมือนคลื่นสึนามิทางเศรษฐกิจเชิงบวกที่ส่งอานิสงส์ไปยังธุรกิจรอบข้างใน Ecosystem อย่างทั่วถึง โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสตูดิโออัดเสียงหรือค่ายเพลงเท่านั้น:

  • ธุรกิจ MICE และการจัดอีเวนต์: คอนเสิร์ตใหญ่ของศิลปิน T-Pop เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 37 รอบในปี 2024 เป็น 51 รอบในปี 2025 คาดว่าตลาด MICE ของไทยจะเติบโตขึ้น 9.8% แตะระดับ 1.63 แสนล้านบาท
  • ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ: ทุกครั้งที่มีการจัดคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้งขนาดใหญ่ เม็ดเงินสะพัดไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และระบบขนส่งสาธารณะรอบพื้นที่จัดงานทันที จากการหลั่งไหลเข้ามาของแฟนคลับทั้งชาวไทยและ Borderless Fans จากต่างประเทศ
  • ธุรกิจค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า: ห้างสรรพสินค้ากลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการจัดอีเวนต์เปิดตัวและชิงพื้นที่จัดงาน ซึ่งช่วยดึงดูดกลุ่มคน (Traffic) ให้คึกคัก และกระจายรายได้สู่ร้านค้าโดยรอบ
  • ธุรกิจอาหารและคาเฟ่: ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากวัฒนธรรม “Food Support” (การระดมทุนของแฟนคลับเพื่อจัดเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม หรือรถ Food Truck ให้ศิลปินและทีมงาน) เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร SMEs เข้าไปรับช่วงต่อสร้างรายได้
  • ธุรกิจสื่อและโฆษณา: เทรนด์การระดมทุนของแฟนคลับเพื่อซื้อสื่อ Out-of-home (OOH) เช่น บิลบอร์ด หรือจอ LED ตามสถานีรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าเพื่อเบิร์ดเดย์หรือฉลองผลงานให้ศิลปิน กลายเป็นเค้กชิ้นปลามันก้อนใหม่ของผู้ประกอบการสื่อโฆษณา

วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจและความท้าทายในอนาคต

แม้เส้นทางเติบโตจะดูสดใส แต่เส้นทางของ T-Pop ไทยยังต้องฝ่าพายุการแข่งขันที่รุนแรงในระดับสากล โดยเฉพาะจากเจ้าตลาดเดิมอย่าง K-Pop ที่มีทั้งเม็ดเงินทุนมหาศาลและเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก นอกจากนี้ ไทยยังเผชิญกับโจทย์ใหญ่อย่างการขาดแคลนบุคลากรเบื้องหลังที่มีทักษะการจัดการระดับสากล รวมถึงค่ายเพลงขนาดเล็กที่ยังเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก

หากต้องการเปลี่ยน “กระแสไวรัลชั่วคราว” ให้เป็น “อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน” ภาครัฐและภาคเอกชนจำเป็นต้องจับมือกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใน 4 ด้านหลัก:

  1. การกำหนดเป้าหมายการส่งออกที่ชัดเจน (Export-Oriented Strategy): ตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกคอนเทนต์บันเทิงให้เป็นวาระและยุทธศาสตร์หลักทางเศรษฐกิจ
  2. มาตรการสนับสนุนด้านการเงิน (Financial Support & Incentives): พัฒนากลไกการใช้ลิขสิทธิ์เพลงเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินทุน และการลดหย่อนภาษีเพื่อดึงดูดทุนต่างชาติในระบบการผลิต
  3. การสร้างระบบนิเวศครบวงจร (Infrastructure Development): ผลักดันการสร้าง Music Center ที่รวบรวมห้องซ้อม สตูดิโอ และพื้นที่แสดงผลงานขนาดใหญ่ไว้ในที่เดียวเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ
  4. การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP Management): พัฒนาระบบ One-Stop Service ในการจัดเก็บและคุ้มครองลิขสิทธิ์ทางปัญญา เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องระยะยาวให้แก่นักสร้างสรรค์

บทสรุป: T-Pop เครื่องยนต์หลักตัวใหม่ของเศรษฐกิจไทย

เป้าหมายรายได้รวม 1.3 หมื่นล้านบาทภายในปี 2029 คือเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งและศักยภาพของอุตสาหกรรมเพลงไทยอย่างแท้จริง วัตถุดิบชั้นดีและพรสวรรค์ของศิลปินมีพร้อมอยู่ตรงหน้าแล้ว เหลือเพียงการนำความสามารถเหล่านั้นมาผสานเข้ากับระบบการบริหารจัดการที่เป็นสากล พร้อมกับการสนับสนุนที่ถูกจุดและถูกจังหวะจากทุกภาคส่วน

ในระยะยาว เมื่อ เทรนด์ T-Pop มาแรง อย่างต่อเนื่อง มันจะแปรสภาพจากกระแสลมทางวัฒนธรรมที่พัดมาแล้วก็ไป สู่การเป็นเครื่องยนต์หลักชิ้นใหม่ที่ขับเคลื่อนภาพรวมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนบนเวทีโลก

เรียบเรียงโดย: ธนพนธ์ หัสกรรัตน์

ที่มาข้อมูล: SCB EIC – T-Pop ยุคใหม่ โตได้ไกลกว่าแค่ในประเทศ