SYNNEX เปิดบ้าน OPEN HOUSE 2026 ชูแผนรุกปี 2569 ตอกย้ำบทบาท “Empowering the Future Together” รับคลื่นลงทุนยุค AI

บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX เปิดบ้านจัดงาน “SYNNEX OPEN HOUSE 2026” พร้อมประกาศทิศทางและกลยุทธ์การเติบโตเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้แนวคิด “Empowering the Future Together” มุ่งยกระดับบทบาทองค์กรจากผู้จัดจำหน่าย สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศเทคโนโลยีไทย สะท้อนศักยภาพการเติบโตระยะยาวของธุรกิจ มุ่งสู่เป้าหมายรายได้แตะ 53,000 ล้านบาท

เปิดตัว Synnex Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีครบวงจรแห่งแรกในไทย
ภายในงาน SYNNEX ได้เปิดตัว “Synnex Technology Showcase” พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมครบวงจร ที่นำเสนอเทคโนโลยีผ่านประสบการณ์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ “เชื่อถือได้ ใช้งานได้จริง และยั่งยืน”
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2569 ซินเน็คกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีไทย โดย Synnex Technology Showcase เป็นพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เปิดมุมมองใหม่ของโลกเทคโนโลยีทั้งปัจจุบันและอนาคต ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ Smart Device, Consumer Tech, Gaming & Creator Economy ไปจนถึง Cloud, Data Center และ AI Infrastructure
งานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ SYNNEX ในการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเชื่อมต่อเทคโนโลยีระดับโลกสู่การใช้งานจริงในทุกเซกเมนต์ พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ “ง่ายขึ้น และดียิ่งขึ้น” ด้วยเทคโนโลยี

5 โซนไฮไลท์ใน Synnex Technology Showcase
โซน 1: The Living Future – บ้านอัจฉริยะที่ดูแลคุณทุกช่วงเวลา
บ้านยุคใหม่ที่เทคโนโลยีทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม Smart Home & IoT ที่ควบคุมไฟ แอร์ ม่าน และประตูผ่าน Mobile App และ Voice Command พร้อมด้วย AI Smart Security กล้องอัจฉริยะที่ตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ รวมถึงโซลูชันพลังงาน Solar & ESS สำหรับบ้านยุคใหม่
โซน 2: Synnex Smart Town – เมืองอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
เมืองแห่งอนาคตที่ทุกระบบเชื่อมโยงถึงกัน ใช้ AI วิเคราะห์ความปลอดภัย การจราจร และ Smart Parking เพื่อการบริหารจัดการบนข้อมูลจริง ประกอบด้วยระบบกล้อง AI สำหรับเมืองที่วิเคราะห์เหตุการณ์แบบเรียลไทม์ ระบบ Smart Parking Solution ที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมการจราจร EV & Energy Solution และ Digital Twin แบบจำลองดิจิทัลของอาคารและเมืองเพื่อช่วยภาครัฐและเอกชนในการวางแผนและบริหารโครงการ
โซน 3: Future Workplace – ที่ทำงานอัจฉริยะรองรับ Hybrid Work
แสดงภาพขององค์กรยุคใหม่ที่พร้อมรองรับ Data Center สำหรับ AI, Cybersecurity และ Collaboration Solution ครอบคลุม Cybersecurity & Zero-Trust เพื่อเสริมความปลอดภัยของระบบและข้อมูลองค์กร Cloud & Data Center Solutions รองรับการจัดเก็บข้อมูลและการทำงานข้ามพื้นที่ Collaboration & Video Conference Solutions สำหรับการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ รวมถึง Device as a Service (DaaS) การบริหารจัดการอุปกรณ์ไอทีแบบคุ้มค่าและยืดหยุ่น
โซน 4: Smart Learning Hub – ศูนย์กลางการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด
ห้องเรียนอัจฉริยะที่เชื่อมการเรียนออนไลน์-ออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ประกอบด้วย Smart Classroom ที่มีเทคโนโลยี EdTech เช่น Interactive Display, Tablet, Notebook และ Interactive Board ระบบ Device & Content Management สำหรับควบคุมและบริหารอุปกรณ์จากศูนย์กลาง และ School Safety System กล้อง AI และ Access Control สำหรับความปลอดภัยภายในโรงเรียน
โซน 5: Smart Wellness for Better Life – เทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ
โซลูชัน Smart Wellness ที่ผสาน AI, Medical IoT และ Telemedicine เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุข ประกอบด้วยเครื่องมือคัดกรองอัจฉริยะและระบบ Pre-Screening Medical IoT & Patient Monitoring ติดตามอาการผู้ป่วยแบบ Real-time Telemedicine การพบแพทย์ทางไกล AI Diagnostic Tools และ Synnex EverCare+ แพลตฟอร์มสุขภาพสำหรับการติดตามและดูแลสุขภาพในระยะยาว
คลังสินค้าอัจฉริยะ Smart Warehouse ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม
SYNNEX ยังเปิดตัวคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ (Smart Warehouse) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม รองรับการจัดการสินค้ากว่า 12.8 ล้านชิ้นต่อปี บนพื้นที่รวมประมาณ 9,000 ตารางเมตร
คลังสินค้าแห่งนี้ได้รับการออกแบบกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติผสานการทำงานร่วมกับบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความปลอดภัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การเตรียมสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งถึงปลายทาง รองรับยอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้น 62%
จุดเด่นสำคัญคือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และหุ่นยนต์หยิบสินค้าอัจฉริยะ HaiPick ซึ่งสามารถรองรับการทำงานได้สูงสุดถึง 10,000 ชิ้นต่อชั่วโมง พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time กับระบบ ERP ซึ่งนับเป็นการนำระบบ System 5 มาใช้งานเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
ทิศทางการเติบโตปี 2569 รับคลื่นลงทุนยุค AI
SYNNEX ได้เปิดเผยทิศทางการเติบโตในปี 2569 โดยเดินหน้ายกระดับบทบาทองค์กรภายใต้แนวคิด “Empowering the Future Together” พร้อมวางกลยุทธ์เชิงรุกรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยในยุค AI ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้เกิดคลื่นการลงทุนและการอัปเกรดเทคโนโลยีในทุกระดับ ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
สำหรับปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2569 SYNNEX มองว่าคลื่นการอัปเกรดอุปกรณ์จากการมาของ AI PC และ AI Smartphone การเติบโตของ Cloud, Data Center และ Wearables ตลอดจนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายขนาดตลาดไอทีโดยรวม และยกระดับการเติบโตจากเชิงปริมาณสู่การเติบโตเชิงมูลค่า จากการใช้โซลูชันที่ซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนโอกาสการเติบโตของ SYNNEX ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มยอดขายอุปกรณ์ แต่ขยายไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากโซลูชันและบริการเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การลงทุนในยุค AI อย่างครบวงจร
นางสาวสุธิดา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากการยกระดับสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบทั้งในฝั่งผู้บริโภคและองค์กร ซินเน็คภายใต้แนวคิด Empowering the Future Together พร้อมยกระดับบทบาทในการเป็น Technology Empowerment Partner ของลูกค้าและพันธมิตรให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ด้วยพอร์ตสินค้าและโซลูชันที่ครอบคลุมเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”
