Type to search

SYNNEX เปิดบ้าน OPEN HOUSE 2026 ชูแผนรุกปี 2569 ตอกย้ำบทบาท “Empowering the Future Together” รับคลื่นลงทุนยุค AI

January 16, 2026 By Pakanut Tariyawong

บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX เปิดบ้านจัดงาน “SYNNEX OPEN HOUSE 2026” พร้อมประกาศทิศทางและกลยุทธ์การเติบโตเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้แนวคิด “Empowering the Future Together” มุ่งยกระดับบทบาทองค์กรจากผู้จัดจำหน่าย สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศเทคโนโลยีไทย สะท้อนศักยภาพการเติบโตระยะยาวของธุรกิจ มุ่งสู่เป้าหมายรายได้แตะ 53,000 ล้านบาท

เปิดตัว Synnex Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีครบวงจรแห่งแรกในไทย

ภายในงาน SYNNEX ได้เปิดตัว “Synnex Technology Showcase” พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมครบวงจร ที่นำเสนอเทคโนโลยีผ่านประสบการณ์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ “เชื่อถือได้ ใช้งานได้จริง และยั่งยืน”

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2569 ซินเน็คกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีไทย โดย Synnex Technology Showcase เป็นพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เปิดมุมมองใหม่ของโลกเทคโนโลยีทั้งปัจจุบันและอนาคต ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ Smart Device, Consumer Tech, Gaming & Creator Economy ไปจนถึง Cloud, Data Center และ AI Infrastructure

งานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ SYNNEX ในการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเชื่อมต่อเทคโนโลยีระดับโลกสู่การใช้งานจริงในทุกเซกเมนต์ พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ “ง่ายขึ้น และดียิ่งขึ้น” ด้วยเทคโนโลยี

5 โซนไฮไลท์ใน Synnex Technology Showcase

โซน 1: The Living Future – บ้านอัจฉริยะที่ดูแลคุณทุกช่วงเวลา

บ้านยุคใหม่ที่เทคโนโลยีทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม Smart Home & IoT ที่ควบคุมไฟ แอร์ ม่าน และประตูผ่าน Mobile App และ Voice Command พร้อมด้วย AI Smart Security กล้องอัจฉริยะที่ตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ รวมถึงโซลูชันพลังงาน Solar & ESS สำหรับบ้านยุคใหม่

โซน 2: Synnex Smart Town – เมืองอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

เมืองแห่งอนาคตที่ทุกระบบเชื่อมโยงถึงกัน ใช้ AI วิเคราะห์ความปลอดภัย การจราจร และ Smart Parking เพื่อการบริหารจัดการบนข้อมูลจริง ประกอบด้วยระบบกล้อง AI สำหรับเมืองที่วิเคราะห์เหตุการณ์แบบเรียลไทม์ ระบบ Smart Parking Solution ที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมการจราจร EV & Energy Solution และ Digital Twin แบบจำลองดิจิทัลของอาคารและเมืองเพื่อช่วยภาครัฐและเอกชนในการวางแผนและบริหารโครงการ

โซน 3: Future Workplace – ที่ทำงานอัจฉริยะรองรับ Hybrid Work

แสดงภาพขององค์กรยุคใหม่ที่พร้อมรองรับ Data Center สำหรับ AI, Cybersecurity และ Collaboration Solution ครอบคลุม Cybersecurity & Zero-Trust เพื่อเสริมความปลอดภัยของระบบและข้อมูลองค์กร Cloud & Data Center Solutions รองรับการจัดเก็บข้อมูลและการทำงานข้ามพื้นที่ Collaboration & Video Conference Solutions สำหรับการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ รวมถึง Device as a Service (DaaS) การบริหารจัดการอุปกรณ์ไอทีแบบคุ้มค่าและยืดหยุ่น

โซน 4: Smart Learning Hub – ศูนย์กลางการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด

ห้องเรียนอัจฉริยะที่เชื่อมการเรียนออนไลน์-ออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ประกอบด้วย Smart Classroom ที่มีเทคโนโลยี EdTech เช่น Interactive Display, Tablet, Notebook และ Interactive Board ระบบ Device & Content Management สำหรับควบคุมและบริหารอุปกรณ์จากศูนย์กลาง และ School Safety System กล้อง AI และ Access Control สำหรับความปลอดภัยภายในโรงเรียน

โซน 5: Smart Wellness for Better Life – เทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ

โซลูชัน Smart Wellness ที่ผสาน AI, Medical IoT และ Telemedicine เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุข ประกอบด้วยเครื่องมือคัดกรองอัจฉริยะและระบบ Pre-Screening Medical IoT & Patient Monitoring ติดตามอาการผู้ป่วยแบบ Real-time Telemedicine การพบแพทย์ทางไกล AI Diagnostic Tools และ Synnex EverCare+ แพลตฟอร์มสุขภาพสำหรับการติดตามและดูแลสุขภาพในระยะยาว

คลังสินค้าอัจฉริยะ Smart Warehouse ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม

SYNNEX ยังเปิดตัวคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ (Smart Warehouse) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม รองรับการจัดการสินค้ากว่า 12.8 ล้านชิ้นต่อปี บนพื้นที่รวมประมาณ 9,000 ตารางเมตร

คลังสินค้าแห่งนี้ได้รับการออกแบบกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติผสานการทำงานร่วมกับบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความปลอดภัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การเตรียมสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งถึงปลายทาง รองรับยอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้น 62%

จุดเด่นสำคัญคือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และหุ่นยนต์หยิบสินค้าอัจฉริยะ HaiPick ซึ่งสามารถรองรับการทำงานได้สูงสุดถึง 10,000 ชิ้นต่อชั่วโมง พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time กับระบบ ERP ซึ่งนับเป็นการนำระบบ System 5 มาใช้งานเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

ทิศทางการเติบโตปี 2569 รับคลื่นลงทุนยุค AI

SYNNEX ได้เปิดเผยทิศทางการเติบโตในปี 2569 โดยเดินหน้ายกระดับบทบาทองค์กรภายใต้แนวคิด “Empowering the Future Together” พร้อมวางกลยุทธ์เชิงรุกรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยในยุค AI ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้เกิดคลื่นการลงทุนและการอัปเกรดเทคโนโลยีในทุกระดับ ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

สำหรับปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2569 SYNNEX มองว่าคลื่นการอัปเกรดอุปกรณ์จากการมาของ AI PC และ AI Smartphone การเติบโตของ Cloud, Data Center และ Wearables ตลอดจนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายขนาดตลาดไอทีโดยรวม และยกระดับการเติบโตจากเชิงปริมาณสู่การเติบโตเชิงมูลค่า จากการใช้โซลูชันที่ซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนโอกาสการเติบโตของ SYNNEX ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มยอดขายอุปกรณ์ แต่ขยายไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากโซลูชันและบริการเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การลงทุนในยุค AI อย่างครบวงจร

นางสาวสุธิดา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากการยกระดับสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบทั้งในฝั่งผู้บริโภคและองค์กร ซินเน็คภายใต้แนวคิด Empowering the Future Together พร้อมยกระดับบทบาทในการเป็น Technology Empowerment Partner ของลูกค้าและพันธมิตรให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ด้วยพอร์ตสินค้าและโซลูชันที่ครอบคลุมเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”