คุณอนันตชัย ยูรประถม ชู 3 แกนหลักที่ธุรกิจต้องปรับตัว เมื่อความยั่งยืนคือทางรอดขององค์กรในปี 2026

สรุปเนื้อหาในเซสชัน “Sustainability Trends: From Compliance to Business Resilience” โดย คุณอนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026
ในแวดวงธุรกิจ หากเอ่ยถึงคำว่า ‘ความยั่งยืน’ (Sustainability) ภาพจำเดิมๆ มักผูกติดอยู่กับการทำ CSR การแยกขยะ หรือการปลูกป่าเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
คุณอนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ชี้ให้เห็นว่า โลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของการสงเคราะห์สังคมอีกต่อไป แต่คือความอยู่รอดขององค์กร (Corporate Sustainability) ที่ผูกโยงโดยตรงกับความเสี่ยงทางการเงินและกติกาการค้าโลก
จากการวิเคราะห์ทิศทางความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2026 สามารถสรุปออกมาเป็น 3 แกนหลักที่ธุรกิจต้องเร่งปรับตัว ได้แก่
🌿 1. Mitigation is Default: การลดผลกระทบคือมาตรฐานขั้นต่ำ
สิ่งที่เคยเป็นเรื่องน่าชื่นชม เช่น การประกาศเป้าหมาย Net Zero หรือการจัดการคาร์บอน กำลังจะกลายเป็นค่าเริ่มต้น (Default) ที่ทุกองค์กรต้องทำ กฎหมายและข้อบังคับกำลังเข้มข้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น พรบ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พรบ ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เตรียมบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้
ประเด็นที่น่าจับตามองคือมาตรฐานบัญชีโลกอย่าง IFRS ที่กำหนดให้รายงานทางการเงินต้องผนวกเรื่องความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย หากธุรกิจใดสร้างผลกระทบต่อโลก สิ่งนั้นจะถูกตีค่าเป็นความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk) ทันที ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกระแสเงินสดของบริษัท
🌿 2. Adaptation & Resilience: ปรับตัวเพื่ออยู่รอดในโลกที่แปรปรวน
ลำพังการลดการปล่อยของเสีย (Mitigation) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะภัยธรรมชาติและความแปรปรวนของสภาพอากาศ (Extreme Weather) เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ธุรกิจจึงต้องขยับไปสู่กลยุทธ์การปรับตัว (Adaptation) และสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้แม้เกิดวิกฤต
กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ การที่ธุรกิจรู้ข้อมูลล่วงหน้าเพียง 8 วันว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ข้อมูลเพียงเท่านี้สามารถช่วยให้บริหารจัดการสินค้าและหนี้สินได้ทันท่วงที เปลี่ยนความเสียหายให้กลายเป็นโอกาส กลยุทธ์นี้เรียกว่า Strategy Windfall คือการวางแผนธุรกิจให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติหรือไม่ ธุรกิจก็ยังคงได้ประโยชน์และเติบโตได้
🌿 3. Tech-Enabled Sustainability: ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนความยั่งยืน
การบริหารจัดการความเสี่ยงในยุคใหม่ต้องพึ่งพาข้อมูลและเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่สัญชาตญาณ เช่น การใช้ AI และข้อมูลดาวเทียมในภาคการเกษตรเพื่อพยากรณ์ผลผลิต หรือการวิเคราะห์ความเสี่ยงของชุมชน (Community Risk) ด้วยข้อมูลเชิงจิตวิทยา (Psychology of Sustainability) เพื่อประเมินทัศนคติและการต่อต้านของคนในพื้นที่ก่อนเริ่มโครงการ เทคโนโลยีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลมหาศาลให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน
🗝️ [ Key Takeaway: ก้าวต่อไปของธุรกิจยั่งยืน ]
เทรนด์ความยั่งยืนในระยะข้างหน้าไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่กระทบกระเป๋าเงินของธุรกิจโดยตรง จากเดิมที่เน้นเพียงการลดผลกระทบ (Mitigation) ธุรกิจต้องก้าวไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกัน (Resilience) และใช้เทคโนโลยี (Technology) เข้ามาช่วยบริหารจัดการความเสี่ยง
การตระหนักรู้และปรับตัวตาม 3 แกนหลักนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านจากผู้ที่ทำตามกฎระเบียบ (Compliance) ไปสู่การเป็นผู้นำที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ได้อย่างแท้จริงในสมรภูมิธุรกิจยุคใหม่
เนื้อหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “Sustainability Trends: From Compliance to Business Resilience” โดย คุณอนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน
#FutureTrends #FutureTrendsAheadSummit2026

