Type to search

สังคมเร่งรีบ ดันตลาดขนมหวานพร้อมทานโต ‘แม่ซู่กี๊ ขนมไทย’ พากล้วยบวชชีเข้าตู้แช่เซเว่น สร้างรายได้ทะลุ 400 ล้าน

May 16, 2026 By Kim

สังคมเมืองที่เร่งรีบส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เรื่องอาหารการกินจึงถูกผูกติดกับข้อจำกัดด้านเวลา ทว่าก็ยังคงหมุนไปตามความต้องการความสะดวกสบายที่ต้องมาพร้อมกับคุณภาพ

ท่ามกลางตู้แช่เย็นในร้านสะดวกซื้อที่ละลานตาไปด้วยอาหารคาวหวาน แบรนด์ ‘แม่ซู่กี๊ ขนมไทย’ กลับโดดเด่นขึ้นมาในฐานะตัวจริงที่สามารถยกระดับรสชาติพื้นบ้านอย่าง กล้วยบวชชีและกล้วยปิ้ง ให้ขึ้นมาอยู่บนชั้นวางในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศได้

จนถึงขั้นจับมือกับเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อรับซื้อกล้วยน้ำว้าจากเกษตรกรไทยสูงถึง 48,000 กิโลกรัมต่อเดือน

[ จากกล้วยในสวน สู่มาตรฐานระดับประเทศ ]

จุดเริ่มต้นของ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ภายใต้การบริหารของ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2554 คุณก้องปพัฒน์ เรืองจินดาชัยกิจ รองกรรมการผู้จัดการ เคยพยายามนำเสนอ ‘บิงซู’ ให้กับทางร้านเซเว่นฯ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านช่องทางจัดจำหน่ายในขณะนั้นจึงต้องพับแผนไป

จนกระทั่งเซเว่นฯ หันมาให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่มขนมไทย โอกาสทองจึงเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความท้าทายในการปรับสูตรกล้วยบวชชีที่กินเวลานานถึง 1 ปีเต็ม เพื่อให้ได้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และผ่านเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวด

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงการวางระบบ ‘วัตถุดิบต้นน้ำ’ ที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันแม่ซู่กี๊รับซื้อกล้วยน้ำว้าจากเกษตรกรในจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม เพชรบุรี และสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกที่มีดินและสภาพอากาศเหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตเนื้อแน่น หอม และหวานตามธรรมชาติ

ปริมาณการรับซื้อวัตถุดิบเฉลี่ย 48,000 กิโลกรัมต่อเดือนนี้ ไม่เพียงหล่อเลี้ยงสายการผลิตกว่า 120,000 ชิ้นต่อวัน แต่ยังช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

[ ส่องเทรนด์ Ready-to-eat (RTE) เมื่อของหวานก็ต้องพร้อมทาน ]

การเติบโตของแม่ซู่กี๊ สอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญกับข้อมูลของธนาคารกรุงศรี จากรายงานแนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมปี 2569-2571 ซึ่งระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารพร้อมทานกำลังเข้าสู่ยุคเฟื่องฟู

โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาด RTE ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 14.5 ล้านล้านบาท โดยมีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อน

สิ่งที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนจากการซื้อวัตถุดิบสดมาทำอาหารเอง เป็นการยอมจ่ายเงินซื้อเวลาและลดการใช้พลังงาน ผ่านรูปแบบอาหารปรุงสำเร็จ

นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ว่ากลุ่มของหวานและเบเกอรี่ จะครองส่วนแบ่งตลาดถึงร้อยละ 55 ของมูลค่ารวมในอุตสาหกรรม RTE ทั่วโลก ปัจจัยหลักมาจากความถี่ในการซื้อที่สูงขึ้น ประกอบกับพฤติกรรม ‘Snackification’ หรือการรับประทานอาหารว่างทดแทนมื้อหลักที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย แม้จะเผชิญความท้าทายด้านค่าครองชีพ แต่ตลาด RTE ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง โดยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของปริมาณการจัดจำหน่ายในประเทศจะอยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 2.3 ถึง 3.3 ต่อปีในช่วงปี 2569-2571

ในจุดนี้ แบรนด์แม่ซู่กี๊สามารถทำผลงานได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างเห็นได้ชัด ด้วยรายได้ในปี 2568 ที่พุ่งสูงถึง 416 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 8 ตอกย้ำศักยภาพอันแข็งแกร่งของขนมไทยในตลาดสมัยใหม่

[ กลยุทธ์ความแข็งแรงจากข้างใน และนวัตกรรมใหม่ ]

คุณก้องปพัฒน์ย้ำเสมอว่า ความแข็งแกร่งต้องเริ่มจากต้นน้ำ เมื่อวัตถุดิบจากเครือข่ายเกษตรกรมีความเสถียร โจทย์ต่อไปคือการสื่อสารคุณค่าผ่านบรรจุภัณฑ์ที่ต้องโดดเด่น เข้าใจง่าย และเปิดสะดวก

ปัจจุบันแม่ซู่กี๊มีสินค้าวางจำหน่ายในเซเว่นฯ ถึง 12 รายการ ครอบคลุมทั้งกลุ่มขนมหวาน ขนมไทย และสินค้าแปรรูป ได้แก่ กล้วยปิ้ง กล้วยปิ้งน้ำตาลมะพร้าว เต้าส่วนทรงเครื่อง มันทิพย์ปิ้ง มันม่วงเเละเผือกทิพย์ ขนมตาล กล้วยแดงเชื่อม โมจิหยดน้ำ ตะโก้ข้าวโพด ไปจนถึงสินค้าที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง ไข่มุกพุดดิ้งโอวัลติน และ พุดดิ้งโอวัลตินครั้นชี่

แน่นอนว่า การจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง โอวัลติน คือการเดินเกมที่ชาญฉลาดเพื่อตอบรับกระแสขนมหวานพร้อมทานที่เน้นความแปลกใหม่และรสชาติที่คุ้นเคย อีกทั้งการพัฒนาเมนูที่ชูความเข้มข้นของมอลต์และเพิ่มสัมผัสที่หลากหลาย ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคในราคาที่เข้าถึงง่ายเพียง 29 บาท

[ ก้าวต่อไปของขนมไทยท่ามกลางเทรนด์ขนมหวานพร้อมทาน ]

การเติบโตของ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของ SME ไทย ที่สามารถเปลี่ยนจุดแข็งระดับท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้ามหาชนได้สำเร็จ

ด้วยการดำเนินงานภายใต้แนวคิด ‘SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน’ ของซีพี ออลล์ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนทั้งด้านการวางแผนโลจิสติกส์และการบริหารสต็อก ส่งผลให้แบรนด์สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบจำนวนมหาศาลจากเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท้ายที่สุดนี้ ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต่างโหยหารสชาติที่ช่วยปลอบประโลมใจในเวลาอันจำกัด ขนมไทยจากแม่ซู่กี๊จึงเป็นมากกว่าแค่ของหวานในตู้แช่ แต่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมต่อวิถีชีวิตเกษตรกรไทยเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน ที่ความอร่อยต้องมาพร้อมความรวดเร็ว ได้มาตรฐาน และที่สำคัญที่สุดคือ “การเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์

Sources: ข่าวประชาสัมพันธ์ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” จับมือเซเว่นฯ โตคู่เกษตรกร รับกล้วยจากสวน 48,000 กิโลต่อเดือน เดินหน้าต่อยอดพัฒนาขนมหวานพร้อมทาน ปี 2568 โตแรง โกยรายได้ 416 ล้านบาท

ธนาคารกรุงศรี – แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรมปี 2569-2571: อุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน : https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/food-beverage/ready-to-eat-food/io/ready-to-eat-food-2026-2028

Data Bridge – Thailand Ready to Eat Food Market to 2032 : https://www.databridgemarketresearch.com/nucleus/thailand-ready-to-eat-food-market

MarkNtel Advisors – Market Insights & Analysis: Thailand Ice Cream Market (2026-32): : https://www.marknteladvisors.com/research-library/ice-cream-market-thailand.html