Type to search

ถอดกลยุทธ์ No7 & บู๊ทส์ ชู Skin Preservation เปลี่ยนสกินแคร์สู่ Skin Investment

October 19, 2026 By Thanapon Hussakornrus
ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ No7 PRIME FOREVER โดย บู๊ทส์ ประเทศไทย สะท้อนนวัตกรรม Skin Preservation และเทคโนโลยี Glaciology

นาฬิกาปลุกในเช้าวันทำงานดังขึ้นพร้อมตารางชีวิตที่แน่นสะบัดของคนวัยทำงาน การเริ่มต้นวันใหม่อาจเป็นการยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจก สัมผัสถึงความสดใสที่ยังคงอยู่ ไร้ร่องรอยลึกกวนใจ ทว่าภายใต้ความเรียบเนียนนั้น การเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยากำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ

คนทำงานรุ่นใหม่วัย 25–35 ปี ต้องเผชิญหน้ากับชั่วโมงการทำงานอันยาวนาน แสงแดด มลภาวะ และความเครียดสะสม ปัจจัยเหล่านี้ค่อยๆ บั่นทอนโครงสร้างผิวทีละน้อย กว่าจะสังเกตเห็นเวลาก็มักล่วงเลยผ่านไปนับสิบปี การรอให้ปัญหาปรากฏชัดแล้วค่อยตามแก้ไข จึงกลายเป็นข้อจำกัดที่คนรุ่นใหม่เริ่มตระหนักรู้

การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมนี้สะท้อนผ่านงานเปิดตัว No7 PRIME FOREVER โดย บู๊ทส์ ประเทศไทย (Boots Thailand) ซึ่งถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญทางยุทธศาสตร์ ในการปักหมุดเทรนด์ ‘Skin Preservation’ หรือการดูแลผิวเชิงรุกเพื่อคงสภาพผิวที่ดีในระยะยาว เข้ามาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนตลาดความงามยุคใหม่

ทำไมต้อง 25? เจาะลึกนาฬิกาชีวภาพและการเสื่อมสภาพสะสม 10 ปี

ข้อมูลจากเภสัชกรของบู๊ทส์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ชี้ว่ากระบวนการเสื่อมสภาพของผิวตามธรรมชาติเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่อายุ 25 ปี แม้ภายนอกจะยังไม่ปรากฏริ้วรอย แต่คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวกลับค่อยๆ ลดลง ส่งผลต่อความยืดหยุ่น ความกระชับ และความอิ่มฟู

ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า คอลลาเจนตามธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นแต่กำเนิด คือสิ่งที่มีคุณภาพดีที่สุด การเติมเต็มสิ่งใหม่ในภายหลังไม่อาจเทียบเท่าคอลลาเจนดั้งเดิม ขณะที่รังสี UV จะเข้าทำลายเส้นใยฟิบริลลินและกระตุ้นเอนไซม์ MMP ให้ย่อยสลายคอลลาเจน ควบคู่กับอนุมูลอิสระจากมลภาวะและความเครียด ส่งผลให้เกราะป้องกันผิวถดถอยลงเรื่อยๆ

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภค สู่แนวคิด Skin Investment

คุณรัตติกาล เงาเงิน ผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์และการตลาดระดับภูมิภาค แบรนด์ No7 เปิดเผยว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีความรอบรู้เรื่องสกินแคร์อย่างลึกซึ้ง (Skincare Literacy) และเริ่มดูแลผิวตั้งแต่อายูน้อย ทว่าสินค้าส่วนใหญ่ในตลาดกลับเน้นการดูแลแบบตั้งรับ หรือ Anti-aging ดั้งเดิมที่มุ่งแก้ไขเมื่อเกิดริ้วรอยหรือฝ้ากระขึ้นแล้ว

พฤติกรรมนี้จึงนำไปสู่การเปิดฉาก New Skincare Era ด้วยการเปลี่ยนมุมมองจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มาเป็นการมองสกินแคร์ในฐานะ ‘Skin Investment’ (การลงทุนกับสุขภาพผิวระยะยาว) เพราะการมีวินัยดูแลผิวตั้งแต่วันที่ผิวยังแข็งแรง คือการยืดอายุความอ่อนเยาว์และรักษาสภาพผิวที่ดีที่สุดให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน

นวัตกรรม Glaciology™ จากรากฐานงานวิจัย 90 ปี

No7 แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ของสหราชอาณาจักร ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี ได้พัฒนา No7 PRIME FOREVER โดยอ้างอิงข้อมูลการศึกษาผู้บริโภคกว่า 22,000 คนในอังกฤษและสหรัฐฯ ผสานงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เกิดเป็นเทคโนโลยี Glaciology™ ที่ทำงานผ่าน 3 กลไกหลัก:

3 กลไกหลักของ Glaciology™วัตถุดิบและส่วนผสมยุทธศาสตร์ผลลัพธ์เชิงชีววิทยาต่อชั้นผิว
1. Antioxidant Shieldingสารต้านอนุมูลอิสระ 5 ชนิด (Alpine Rose, ใบชา, วิตามินซี, วิตามินอี)ดักจับอนุมูลอิสระ ปกป้องเกราะผิวจากมลภาวะและ UV
2. MMP Enzyme Inhibitionสารสกัดไรซ์เปปไทด์ (Rice Peptide)ยับยั้งเอนไซม์ MMP ไม่ให้เข้าย่อยสลายคอลลาเจนดั้งเดิม
3. Collagen & Elastin Boostเปปไทด์คอมเพล็กซ์ (Peptide Complex)กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ฟื้นคืนความเด้งกระชับ

การเติบโตทางธุรกิจของ บู๊ทส์ ประเทศไทย ในวาระ 30 ปี

ในวาระครบรอบ 30 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บู๊ทส์ตอกย้ำจุดยืน Health & Beauty Destination โดย มาร์ค โคโพรวัสกี กรรมการผู้จัดการ บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย กล่าวว่า บู๊ทส์มุ่งมั่นให้ทุกคนเข้าถึงนวัตกรรมความงามคุณภาพสูงบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์

การเปิดตัว No7 PRIME FOREVER จึงเป็นการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่หันมาดูแลสุขภาพผิวเชิงรุกตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยนวัตกรรมระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้ สอดรับกับเทรนด์ Affordable Premiumization ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม

สรุป

การเติบโตของธุรกิจความงามในปัจจุบัน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการ “ตั้งรับซ่อมแซม” ไปสู่การ “ปกป้องเชิงรุก” การนำนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริงมาตอบโจทย์แนวคิด Skin Investment จะกลายเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนแบรนด์สกินแคร์ยุคใหม่ให้ครองใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน

เขียนโดย: ธนพนธ์ หัสกรรัตน์