ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคหันมารัดเข็มขัดและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น พฤติกรรมการซื้อไม่ได้หยุดลง แต่เปลี่ยนเป็นการคิดคำนวณอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก และมุ่งเน้นสินค้าที่มีความคุ้มค่าสูงสุด ในขณะที่ภาพรวมตลาดค้าปลีกซบเซา มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. (MR. D.I.Y.) ผู้นำตลาดค้าปลีกเน้นความคุ้มค่า กลับสร้างผลงานเติบโตสวนทางได้อย่างโดดเด่น
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทประกาศรายได้รวมสูงถึง 5,832 ล้านบาท เติบโต 17.8% และทำกำไรสุทธิ 757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าสโลแกน “Always Low Prices” หรือ “ราคาถูกคุ้มเสมอ” ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา แต่คือยุทธศาสตร์การบริหารจัดการหลังบ้านที่แข็งแกร่ง
3 เสาหลักที่ขับเคลื่อน MR. D.I.Y. Value Retail ให้โตสู้สภาวะเศรษฐกิจ
โครงสร้างธุรกิจของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในทุกสภาวะ ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ:
- การปูพรมสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ (Convenience Factor): เพียงไตรมาส 2 ปี 2569 มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 59 แห่ง รวมเป็น 1,248 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุม 77 จังหวัด ทั้งในศูนย์การค้าและรูปแบบสแตนด์อโลนในชุมชน
- การบริหารต้นทุนโดยไม่ผ่านคนกลาง: บริษัทบริหารจัดการสาขาเองทั้งหมดโดยตัดคนกลางในห่วงโซ่อุปทาน ช่วยให้ควบคุมต้นทุนได้โดยตรงและผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งแตะ 52.0% จากสินค้า 6 หมวดหลัก
- พลังแห่งการหมุนเวียนสินค้า (Economies of Scale): มียอดธุรกรรมสูงถึง 34.9 ล้านรายการในไตรมาสเดียว (เติบโต 18.8%) การหมุนเวียนสินค้าที่รวดเร็วช่วยสร้างการประหยัดต่อขนาด ดันอัตรากำไรสุทธิขึ้นมาอยู่ที่ 12.9%
ตารางสรุปผลการดำเนินงาน MR. D.I.Y. ไตรมาส 2 ปี 2569
| ตัวเลขทางการเงิน / การดำเนินงาน | ผลงานไตรมาส 2 ปี 2569 | อัตราการเติบโต (YoY) |
| รายได้รวม | 5,832 ล้านบาท | +17.8% |
| กำไรสุทธิ | 757 ล้านบาท | +19.4% |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) | 52.0% | เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง |
| จำนวนธุรกรรม (Transactions) | 34.9 ล้านรายการ | +18.8% |
| จำนวนสาขารวมทั่วประเทศ | 1,248 สาขา | เปิดเพิ่ม 59 สาขาใน Q2 |
จากร้านอุปกรณ์บ้าน สู่หุ้นดัชนีชั้นนำ
ความแข็งแกร่งของบริษัทไม่ได้อยู่แค่หน้าร้าน แต่ยังขยายสู่ความเชื่อมั่นในตลาดทุน โดยได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET50, SET100, SET Well-being (SETWB) และ MSCI Global Small Cap Index
ต่อยอดจากความสำเร็จในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปีนั้น ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 5.6 พันล้านบาท การเข้าสู่ SET50 ได้ในเวลาอันสั้นย้ำว่าธุรกิจนี้คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของค้าปลีกไทยที่มีความยืดหยุ่นสูงต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ
อนาคตของ Value Retail เมื่อความคุ้มค่าคือชัยชนะที่ยั่งยืน
คุณแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งเป้าขยายสาขาใหม่ให้ครบ 210 แห่งภายในปี 2569 ซึ่งครึ่งปีแรกบรรลุเป้าหมายไปแล้วกว่า 60%
ปรากฏการณ์ของ MR. D.I.Y. Value Retail พิสูจน์ให้เห็นว่าท่ามกลางความท้าทาย ชัยชนะของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่การขายสินค้าราคาแพง แต่เกิดจากการสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าที่เข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวันของผู้คน
เขียนโดย: ธนพนธ์ หัสกรรัตน์


