รศ. ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย เผย Mega Trends 2026 ตัวกำหนดอนาคตเศรษฐกิจ และ การค้าไทยที่คนทำธุรกิจต้องรู้ เพื่อฝ่าพายุสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สรุปเนื้อหาจากเซสชัน “Thailand’s Economic & Commerce Outlook 2026 จับชีพจรเทรนด์เศรษฐกิจและการค้าปี 2026 ปีที่ต้องฝ่าพายุเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” โดยรศ. ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จากหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ท่ามกลางคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลงที่โหมกระหน่ำ การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันเปรียบเสมือนการเดินเรือฝ่าพายุใหญ่ที่มองไม่เห็นฝั่ง รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ฉายภาพอนาคตของเศรษฐกิจและการค้าในปี 2026 ไว้ภายใต้นิยามที่น่าสนใจว่า เป็นปีที่ต้อง ‘ฝ่าพายุเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน’
หากเปรียบเศรษฐกิจไทยเป็นร่างกาย วันนี้เรากำลังอยู่ในสภาวะที่ฟื้นตัวช้ากว่าเพื่อนบ้าน จนเกิดคำเปรียบเปรยว่าเป็น ‘คนป่วยของอาเซียน’ ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 3% มาอย่างยาวนาน สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเร่งเครื่องแซงหน้า
แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ หากผู้ประกอบการสามารถจับสัญญาณชีพจรของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป หรือที่เรียกว่า Mega Trends และ Mega Shifts ได้ทันท่วงที
♦️ [ Mega Trends – กระแสหลักที่ถาโถมในปี 2026 ]
‘คลื่นลม’ หรือทิศทางความเปลี่ยนแปลง ที่กำลังก่อตัวและจะส่งผลกระทบอย่างชัดเจนในระยะใกล้ (ปี 2026) และนี่คือสิ่งที่ธุรกิจต้อง ‘จับตาและปรับตัว’ ให้ทันท่วงที
1. ยุคแห่ง AI ที่จับต้องได้ (Physical AI & Intelligence)
ปัญญาประดิษฐ์จะไม่ใช่แค่โปรแกรมในคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่จะก้าวออกมาสู่โลกความจริงผ่านหุ่นยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ องค์กรต่างๆ จะต้องปรับโครงสร้างเป็น AI-Native Organization ที่มี AI แทรกซึมอยู่ในทุกกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
2. ความยั่งยืนที่ต้องอึดและทน (Sustainability & Resilience)
การรักษ์โลกแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ธุรกิจต้องก้าวไปสู่การสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน และการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนเพื่อรองรับ Data Center ที่กินไฟมหาศาล
3. ผู้บริโภคโหยหาความจริงใจและพื้นที่ปลอดภัย (Consumer Shifts)
ด้วยความเครียดสะสม ผู้บริโภคกว่า 58% มองหาแบรนด์ที่เป็น Comfort Zone ที่เรียบง่ายและปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องการความจริงใจแบบไม่ปรุงแต่ง (Fiercely Unfiltered) รวมถึงสินค้าสุขภาพที่ออกแบบเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยี (High-tech Health)
4. ภูมิรัฐศาสตร์กำหนดตลาดใหม่ (Geopolitics & New Markets)
องค์กรเริ่มย้ายฐานข้อมูลกลับสู่พื้นที่ที่ตนควบคุมได้ เพื่อลดความเสี่ยงทางการเมือง ในขณะที่แบรนด์จากเอเชีย โดยเฉพาะจีน จะมีอิทธิพลระดับโลกมากขึ้น
♦️ [ Mega Shifts – การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกทางเศรษฐกิจ ]
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระดับมหภาคที่รุนแรงกว่า ลึกซึ้งกว่า และส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนาน เป็นกฎกติกาใหม่ที่พังทลายบรรทัดฐานเดิม (Disruption) อย่างสิ้นเชิง
1. มาตรฐานใหม่คือ AI (AI-Native & Productivity Shift)
โลกกำลังเปลี่ยนจากแค่ตื่นเต้นกับ AI มาเป็นต้องใช้ AI เป็นมาตรฐาน แรงงานทั่วโลกกว่า 40% จะใช้ AI ทำงานจริงจังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล
2. การจัดระเบียบโลกใหม่ (Geopolitical Realignment)
ความขัดแย้งไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศ แต่คือปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งทางธุรกิจ สงครามการค้าและการกีดกันทางเทคโนโลยีจะทำให้โลกแบ่งขั้วชัดเจน การย้ายห่วงโซ่อุปทานกลับประเทศ (Reshoring) เพื่อความมั่นคงจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน
3. ความยั่งยืนคือ ‘ไฟลต์บังคับ’ (Deepened Sustainability)
ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือข้อกำหนดทางธุรกิจ วิกฤตขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity) และมาตรการลดคาร์บอนที่เข้มงวด จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นความตายของอุตสาหกรรม
4. วิกฤตโครงสร้างประชากรและสังคม (Demographic & Social Shifts)
สังคมผู้สูงอายุจะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก บีบให้ต้องใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาแทนที่ พร้อมกับประเด็นสุขภาพจิต (Mental Health) ที่จะกลายเป็นวาระเร่งด่วนขององค์กร
5. โลกเชื่อมต่อไร้รอยต่อ (Spatial & Hyper-Connectivity)
เทคโนโลยีโลกเสมือน (Spatial Computing) จะถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมหนักและการออกแบบอย่างจริงจัง ผ่านโครงข่ายที่รวดเร็วขึ้น รองรับการทำงานแบบ Hybrid จากทุกมุมโลก
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะยังดูเปราะบางด้วยอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพและปัญหาหนี้สิน แต่โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่รู้ทันกระแส (Trends) และปรับโครงสร้าง (Shifts) ได้ก่อนใคร การนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการใส่ใจความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทางรอด แต่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้
เนื้อหาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “Thailand’s Economic & Commerce Outlook 2026 จับชีพจรเทรนด์เศรษฐกิจและการค้าปี 2026 ปีที่ต้องฝ่าพายุเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”
โดยรศ. ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จากหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน
#FutureTrends #FutureTrendsAheadSummit2026

