Type to search

‘จักรกฤติ สายสมบูรณ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง MAGURO Group เปิดตัว 2 แบรนด์พรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น

February 20, 2026 By Kim

หากตามข่าวสถานการณ์ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา คุณจะสามารถจับสัญญาณที่ดูเบาบางลงได้ พาดหัวข่าวเศรษฐกิจต่างลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “ร้านอาหารญี่ปุ่นปิดตัวมากกว่าเปิดใหม่” ตัวเลขร้านค้ากว่า 5,700 แห่งที่เคยเฟื่องฟู เริ่มเข้าสู่สภาวะอิ่มตัวจนกลายเป็น Red Ocean ที่แดงฉาน

ทางด้านนักวิเคราะห์การเงินหลายสำนักก็เตือนว่า นี่ไม่ใช่เวลาของการลงทุน แต่เป็นเวลาของการกอดเงินสดเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางกระแสลมแห่งความกลัว คุณป้อ จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่สร้างผลประกอบการครึ่งปีหลังของปี 2025 ที่สามารถพลิกสถานการณ์จากช่วงต้นปีที่ซบเซา กลับมาทำรายได้เติบโตตามเป้า 30% ได้อย่างเหลือเชื่อ

พร้อมจะกางใบเรือรับลมต่อสู้กับพายุแห่งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ด้วยการประกาศแผนธุรกิจปี 2026 ไฮไลต์อยู่ที่การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์ และเป้าหมายมุ่งขยายสาขากว่า 20 แห่ง

การเคลื่อนไหวท่ามกลางพายุนี้ สะท้อนให้เห็นสัญชาตญาณของผู้นำ ที่มองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

“ผมคิดว่าจริงๆ มันเป็นช่วงของการเปลี่ยนถ่าย สิ่งเก่าต้องไป เพื่อให้สิ่งใหม่เข้ามา… มันเป็นไม้ผลัดใบมากกว่า” คุณจักรกฤติ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย

🌊 [ เทรนด์ ‘Affordable Luxury’ ยกระดับสินค้าให้หรูหรา แต่ยังจับต้องได้ ]

ในขณะที่คนทั่วไปมองว่าตลาดซูชิ หรือ ซูชิสายพาน มีผู้เล่นที่เข้ามาในไทยค่อนข้างเยอะ จนจะกลายเป็นตลาดที่การแข่งขันสูงหรือไม่? คุณจักรกฤติมองว่าในไทย “ตลาดซูชิยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว และยังไม่ถึงกลางทางเลยด้วยซ้ำ เรียกว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้นก็ยังได้”

ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงเลือกกินอาหารญี่ปุ่นอยู่เสมอ เพียงแต่พวกเขาฉลาดเลือกและต้องการความคุ้มค่าที่เหนือกว่าเดิม ส่งผลให้เกิดช่องว่างใหม่ที่เปรียบดั่งมหาสมุทรสีครามขนาดใหญ่ ภายใต้เทรนด์ที่เรียกว่า Affordable Luxury หรือความหรูหราที่จับต้องได้

นำไปสู่การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ในการคว้าแบรนด์ ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ เข้ามาเปิดในไทย

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสุดคลาสสิกของธุรกิจอาหารญี่ปุ่นที่ว่า “ของถูกมักไม่ดี และของดีมักแพงเกินเอื้อม” ตลาดซูชิสายพานในไทยส่วนใหญ่ยังเล่นเกมราคาทำให้คุณภาพวัตถุดิบถูกจำกัด ในขณะที่ราคาของโอมากาเสะก็กระโดดไปหลายพันบาท

คุณจักรกฤติเลือก Kaiten Sushi Ginza Onodera มาเพื่อเข้าถึงตลาดใหม่ระหว่างซูชิสายพานและโอมากาเสะ ด้วยโมเดลที่ผสมผสานการควบคุมงบประมาณเข้ากับประสบการณ์ระดับสูง ลูกค้าสามารถทานซูชิที่ใช้วัตถุดิบเกรดเดียวกับร้านโอมากาเสะ จากแหล่งธรรมชาติ หรือการประมูล

ในรูปแบบสายพาน ในเชิงธุรกิจ นี่คือการขยายขนาดตลาด เพราะสามารถดึงลูกค้าได้ทั้งจากตลาด Mass ที่อยากอัปเกรด และตลาด Premium ที่อยากทานแบบ Casual

🍛 [ เทรนด์ ‘Sen-mon-ten’ หรือ ‘Specialty’ ร้านอาหารที่ขายของเฉพาะทาง ]

อีกหนึ่งเทรนด์ที่คุณจักรกฤติ มองเห็นสัญญาณได้จากเสียงสะท้อนในเมืองใหญ่ คือพฤติกรรม Solo Dining หรือการกินข้าวคนเดียวที่เพิ่มสูงขึ้น ผนวกกับเทรนด์ Sen-mon-ten ร้านที่เก่งเฉพาะทาง ที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น

นำไปสู่การเปิดตัว ‘IPPE KOPPE’ ร้านแกงกะหรี่ดีกรี Top 100 Tabelog แบรนด์ลูกของ Tonkatsu AOKI ที่เอาเข้ามาแก้โจทย์ Lifestyle Solution ของคนเมืองที่ต้องการอาหารที่กินแล้วรู้สึกสบายใจ คุณภาพสูง กินง่าย จบไว แต่ต้องอร่อยด้วย

นอกจากจะสะท้อนความเข้าใจในไลฟ์สไตล์คนเมือง ข้อดีทางธุรกิจของการเป็นร้านอาหารเฉพาะทางโมเดล คือ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การโฟกัสแค่แกงกะหรี่และของทอด ทำให้การบริหารสต็อกวัตถุดิบง่ายขึ้น ลดของเสีย และเทรนนิงพนักงานได้เร็ว

ที่สำคัญ IPPE KOPPE เป็นแบรนด์ลูกของ Tonkatsu AOKI ทำให้เกิด Economies of Scope สามารถแชร์องค์ความรู้และซัพพลายเชนของหมูทอดร่วมกันได้ ช่วยลดต้นทุนหลังบ้านได้อย่างมหาศาล

ความน่าสนใจยังอยู่ที่ความเป็นผู้นำที่ใส่ใจในรายละเอียด คุณจักรกฤติทราบดีว่าจุดสำคัญที่ละเอียดอ่อนของ Global Brand คือการยึดกับต้นฉบับจนลืมลูกค้าท้องถิ่น ดังนั้น IPPE KOPPE จะต้อง Localization นั่นคือสามารถปรับระดับความเผ็ดได้ในสาขาไทย สิ่งเล็กน้อยนี้ช่วยทำให้คนไทยที่ติดรสจัดเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

เพราะหากทำรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ลูกค้าอาจจะมาลองแค่ครั้งเดียวแต่ไม่เกิดการซื้อซ้ำ การปรับรสชาติจึงเป็นการส่งผลต่อแบรนด์ได้ในระยะยาว

👶 [ ลงทุนในอนาคต ตก Gen Z ด้วยราคา แล้วมัดใจด้วย Ecosystem ]

คุณจักรกฤติ ได้กล่าวถึงประเด็น Customer Lifetime Value ของคนรุ่นใหม่ อย่าง Gen Z & First Jobber ผ่านกลยุทธ์ Entry Price Strategy

เปรียบเป็นการลงทุนเพื่อซื้ออนาคต MAGURO เริ่มทำเมนูเซตราคา 200-300 บาท เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z นักศึกษา และ First Jobber โดยเขามองว่าเป็นการยอมให้ลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามาลองในราคาที่จับต้องได้ วันนี้เขางบน้อย แต่ถ้าเขาประทับใจ วันหน้าเขาเติบโตขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้น เขาจะกลายเป็นลูกค้าที่มีความภักดีของเรา

เป็นวิธียอมลดกำไรขั้นต้นบางส่วนในวันนี้ เพื่อแลกกับ Customer Lifetime Value ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า สร้างฐานลูกค้าใหม่ที่จะมาแทนที่ลูกค้าเก่าที่อาจหายไปตามกาลเวลา นอกจากนี้ หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจร้านอาหารยุค 2026 คือข้อมูล

ระบบสมาชิก ‘Give More + Club’ คือขุมทรัพย์ที่ช่วยให้ MAGURO สามารถทำ Cross-Selling ระหว่างแบรนด์ในเครือได้โดยแทบไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ทำให้ต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ต่ำมาก

🎁 [ ปรัชญาสำคัญของคุณจักรกฤติ ‘Giving More’ ]

ท้ายที่สุด สิ่งที่เชื่อมโยงทุกการตัดสินใจของคุณจักรกฤติเข้าด้วยกัน คือแนวคิด Giving More การมอบให้มากกว่าที่ขอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

แผนธุรกิจปี 2026 ของ MAGURO ภายใต้การนำของคุณจักรกฤติ สายสมบูรณ์ เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนของผู้นำที่ไม่ยอมจำนนต่อสภาวะตลาด แต่เลือกที่จะทำความเข้าใจในเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนำมาสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์

ข้อมูลจากงานแถลงข่าว MAGURO Group เปิดกลยุทธ์ธุรกิจ สุดปัง ตั้งเป้าเติบโตกว่า 30% พร้อมเพิ่ม SSSG