ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง ‘กีฬากับการใช้ชีวิต’ เริ่มจางหายไป แบรนด์รองเท้าวิ่งระดับโลกอย่าง ‘HOKA’ ไม่ได้มองเทรนด์นี้เป็นเพียงกระแสแฟชั่นฉาบฉวย แต่กลับใช้รากฐานความแข็งแกร่งด้าน ‘Performance Footwear’ เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
พร้อมปักธงให้ ‘กรุงเทพฯ’ เป็น Strategic Hub แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันที่ 11 ธันวาคม พศ 2568 Future Trends ได้มีโอกาสเข้ารับฟังข้อมูล พร้อมสัมภาษณ์ผู้บริหารถึงกลยุทธ์การเติบโตและทิศทางแบรนด์ปี 2026
บทความนี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจวิสัยทัศน์และกลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ HOKA กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาด Footwear
[ กล้าที่จะแตกต่างด้วย ‘Maximalism’ พร้อมส่งเสริม Work-Life Integration ]
จุดเริ่มต้นของ HOKA เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่สวนกระแส ในยุคที่ตลาดเชื่อว่า “รองเท้าที่บางจะทำให้วิ่งเร็ว” HOKA กลับมองต่างมุมว่า “การวิ่งไม่ควรเป็นกิจกรรมที่ทรมาน” จึงให้กำเนิด ‘Maximalism’ หรือรองเท้าพื้นหนาที่เน้นความสบายและรองรับแรงกระแทก มันกลายมาเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของแบรนด์ เปรียบดั่ง DNA ที่แข็งแกร่งซึ่งแบรนด์ยึดถือมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
สำหรับเทรนด์ ‘Performance Footwear’ ทางผู้บริหารมองว่ามันไม่ใช่เทรนด์ที่สดใหม่มากนัก เพียงแค่ว่า พฤติกรรมของกลุ่มคนเมืองเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ให้ความสำคัญกับ Work-Life Integration ทำให้กีฬากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ผู้คนไม่ได้แยกเวลาทำงานและเวลาออกกำลังกายออกจากกันอย่างเด็ดขาดอีกต่อไป หลายคนวิ่งหรือปั่นจักรยานไปทำงาน หรือสวมรองเท้าผ้าใบกับชุดทำงานเพื่อให้พร้อมสำหรับกิจกรรม Active Lifestyle ได้ทันที ส่งผลให้เทรนด์ Performance Footwear มีช่องทางที่เหมาะสม แบรนด์ต่างๆ เริ่มกล้าทำสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น
โดยในเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ HOKA เลือกที่จะไม่พยายามเป็นแบรนด์แฟชั่น แต่เลือกที่จะซื่อสัตย์ต่อความเป็น Performance Brand ส่งผลให้กลยุทธ์ของพวกเขาเน้นการนำนวัตกรรมระดับสูงที่นักกีฬามืออาชีพใช้ มาปรับรูปลักษณ์และสีสันให้มีความเป็น Lifestyle มากขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสวมใส่ได้ในทุกโอกาส โดยที่ยังคงฟังก์ชันการใช้งานไว้ได้ นี่คือการทำให้สินค้า Performance เดินทางไปพร้อมกับความเป็น Lifestyle ได้อย่างแท้จริง
ซึ่ง HOKA ไม่จำเป็นจะต้องเลือกเป็นแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถบริหารให้ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน และความสวยงาม เดินไปพร้อมกันได้ในชีวิตประจำวันของผู้สวมใส่
[ ‘Strategic Hub’ ทำไมต้องกรุงเทพ และสยามเซ็นเตอร์? ]
ในมุมมองของผู้บริหาร กรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดหนึ่งในอาเซียน แต่มีบทบาทเป็นถึง ‘Strategic Hub’ ที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค ด้วยเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์หลายข้อ เช่น
1️⃣ ศูนย์กลางที่มีอิทธิพล (Center of Influence)
คนไทยมีความสามารถในการรับวัฒนธรรมและซึมซับเทรนด์ จนถึงขั้นสร้างเทรนด์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะวัฒนธรรมการวิ่ง ที่เริ่มกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักในหมวดหมู่ฟิตเนส สร้างกลุ่มนักวิ่งมากมายที่กลายมาเป็นกลุ่มลูกค้าของทางแบรนด์เอง
2️⃣ สมรภูมิการแข่งขันที่ช่วยยกระดับมาตรฐาน
ตลาดรีเทลสินค้ากีฬาในไทยมีการแข่งขันสูงมาก ซึ่งบีบให้แบรนด์ต่างๆ ต้องงัดกลยุทธ์ที่ดีที่สุดออกมา ทั้ง Flagship Store และ Concept Store ใหม่ๆ ทำให้ตลาดไทยมีท้าทายทางการแข่งขัน และความตื่นเต้นมาก
3️⃣ การเปิด HOKA สาขา Siam Center
ไม่ได้ถูกมองเพียงแค่ยอดขาย แต่เป็นการประกาศจุดยืนว่าแบรนด์ประสบความสำเร็จและเป็นส่วนหนึ่งของ Movement แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง ทำเลนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดึงดูดทั้งคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
[ พลังของ Running Community และ ‘Socialize Running’ ]
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างระบบนิเวศของกลุ่มนักวิ่งที่ครบวงจร HOKA วางตำแหน่งตัวเองอยู่ตั้งแต่ตำแหน่งแรก หรือต้นน้ำของวงการวิ่ง โดยสนับสนุนทุกคนตั้งแต่ผู้เริ่มต้นวิ่งระยะ 1 กิโลเมตร ไปจนถึงนักวิ่งอัลตร้ามาราธอนระดับโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ขอเพียงแค่มีความคิดที่จะวิ่งเพื่อสุขภาพคุณก็คือคนที่ HOKA มองหาแล้ว
ทาง HOKA ได้แบ่งปันเทรนด์ที่น่าจับตามอง คือ การเติบโตของกลุ่ม ‘Socialize Running’ หรือ ‘City Run’ ซึ่งคนรุ่นใหม่หันมาวิ่งเพื่อเข้าสังคม พบปะสังสรรค์ และจบด้วยการดื่มกาแฟหรือทานอาหารสุขภาพ แทนการปาร์ตี้แบบเดิม HOKA เข้ามาตอบโจทย์กลุ่มนี้ด้วยกิจกรรม HOKA Run Club ที่มีสมาชิก Active จำนวนมาก และกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ
นอกจากนี้ HOKA ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการวิ่งเทรลระดับโลกอย่าง ‘UTMB’ ซึ่งประเทศไทยมีสนามระดับ Major ที่จังหวัดเชียงใหม่ ดึงดูดนักวิ่งนับหมื่นคน สร้างปรากฏการณ์ ‘Race-cation’ (การแข่งขัน+ท่องเที่ยว) ที่กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้เติบโตได้อีกด้วย
[ ความสำเร็จของกลยุทธ์ Expansion ต้องมาพร้อมกับ Partnership ]
ความสำเร็จในการขยายสาขาอย่างรวดเร็วถึง 9 สาขาภายในสิ้นปี เกิดจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง ‘REV Edition’ และ ‘CRC Sports’ ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านพื้นที่การขาย และศักยภาพในการบริหารจัดการ ทำให้ HOKA สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Performance, Lifestyle, และ Socialize Running ที่มาแรงมากๆ
[ คงไว้ซึ่งความ ‘Performance’ ทิศทางแห่งปี 2026 ]
สำหรับทิศทางในอนาคต HOKA จะยังคงยึดมั่นในคีย์เวิร์ดสำคัญคือ แบรนด์จะขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ Lifestyle มากขึ้น แต่จะไม่ทิ้งรากเหง้าของ Performance ที่เป็นเอกลักษณ์ และจุดเด่นสำคัญที่ลูกค้าไว้วางใจ แต่ในปี 2026 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นมากๆ สำหรับแบรนด์
โดยมีเป้าหมายที่สามารถเปิดเผยให้ฟังได้คือ การร่วมมือ หรือ Collaboration กับแบรนด์ต่างๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้น และการขยายไปสู่สิ่งใหม่ๆ
ท้ายที่สุดนี้ กลยุทธ์ของ HOKA เปรียบเหมือน “นักวิ่งที่รู้จักจังหวะก้าวของตัวเอง” พวกเขาไม่ได้เร่งรีบวิ่งตามกระแสแฟชั่นจนเสียตัวตน แต่เลือกรักษาจังหวะที่มั่นคงด้วยจุดแข็งด้านนวัตกรรมและความสบาย (Performance) แล้วปล่อยให้ดีไซน์ที่สวยงามพาแบรนด์ก้าวข้ามเส้นแบ่งเข้าสู่โลกของ Lifestyle ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ความสำเร็จของ HOKA ในไทย จึงไม่ได้เกิดจากการขายรองเท้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างวัฒนธรรมการวิ่ง การสนับสนุนชุมชน และการวางตำแหน่งแบรนด์ที่ชาญฉลาดในทำเลยุทธศาสตร์ ทำให้ HOKA ไม่ใช่แค่รองเท้าวิ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง “สุขภาพ และภาพลักษณ์” ไปพร้อมกัน
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
