รัชดา อภิรมย์เดช Asia Lead, TrendWatching และ Founder & CEO Think Next Asia กับ เทรนด์ผู้บริโภค 2026 ในวันที่ AI เริ่มตัดสินใจแทนคน แบรนด์ควรทำอย่างไรให้ชนะใจลูกค้า?

เนื้อหาสำคัญจาก Session “Consumer Trends 2026: Turn ABSURDITY to Opportunity, ทิศทางผู้บริโภคและโอกาสในมุมมองลูกค้าในปี 2026” บรรยายโดย รัชดา อภิรมย์เดช Asia Lead, TrendWatching และ Founder & CEO Think Next Asia จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026
[ 2026 ปีแห่งความบ้าบอ ]
หากปี 2025 คือปีที่เราพูดถึงความไม่แน่นอน ปี 2026 จะเป็นการยกระดับไปสู่ความ Absurd หรือความไม่สมเหตุสมผลอย่างที่สุด เบื้องหลังความโกลาหลนี้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสำคัญสองประการ สำหรับผู้บริหารรุ่นใหญ่ Gen X ขึ้นไป ความกังวลหลักคือเรื่อง Geoeconomics หรือการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธสงคราม
แต่สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ ต่ำกว่า 40 ปี ความน่ากลัวที่แท้จริงคือ Misinformation และบทบาทของ AI เราเริ่มเห็นความเพี้ยนของเทคโนโลยี เช่น AI ที่พยายามแบล็กเมล์พนักงาน AI สื่อสารกันเองโดยมนุษย์ทำได้เพียงแค่นั่งดู และ AI เริ่มวางแผนจ้างมนุษย์ทำงานในโลกจริง
ความบ้าบอนี้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสังคมและการทำงานอย่างรุนแรง คนรุ่นใหม่ Gen Z เริ่มตั้งคำถามกับระบบการศึกษาและหันไปสนใจงานใช้แรงงาน มากถึง 42% เพื่อหนีจากการถูกแทนที่ด้วย AI ในขณะที่คนทำงานรุ่นเก่าอย่าง Gen X กลับถูกมองข้ามในการเลื่อนตำแหน่ง เพราะองค์กรต้องการคนรุ่นใหม่ที่ใช้ AI คล่องกว่า
ความกดดันทางสังคมเหล่านี้ผลักดันให้เกิดพฤติกรรมสุดโต่งเพื่อหาทางออกทางใจ เช่น Fake Wedding ในอินเดีย เพื่อได้แต่งตัวสวยๆ โดยไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตคู่ หรือ Fake Office ในจีน ที่คนแสร้งทำเป็นไปทำงานเพื่อหนีความกดดันจากครอบครัว
TrendWatching ได้ใช้กรอบแนวคิดในการวิเคราะห์เทรนด์โดยมองว่า เมื่อการเปลี่ยนแปลงปะทะกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ จะเกิดความตึงเครียดขึ้น และสิ่งที่จะเข้ามาถมช่องว่างนี้คือนวัตกรรม ซึ่งนำไปสู่ 2 เทรนด์ผู้บริโภคที่น่าจับตามองดังนี้
[ Trend 1: Buy, Because… เมื่อ AI คือผู้ตัดสินใจซื้อตัวจริง ]
ในยุคที่ผู้บริโภคอยู่กับความสะดวกสบาย อยากได้ของต้องได้ทันที แต่ในขณะเดียวกันพวกเขากลับต้องเผชิญกับข้อมูลมหาศาล 78% ของนักชอปรู้สึกมีตัวเลือกมากเกินไป แม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่างเที่ยงนี้กินอะไรดี? ก็กลายเป็นเรื่องยากที่ต้องหาข้อมูลรีวิวหรือดูเมนูล่วงหน้า จนทำให้ 74% ของผู้บริโภครู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง
จากความเหนื่อยล้านี้ นำมาสู่พฤติกรรมใหม่ที่ผู้บริโภคเริ่มโอนถ่ายอำนาจการตัดสินใจไปให้กับ AI ข้อมูลระบุว่า 41% ของผู้บริโภคอายุ 18-34 ปี เริ่มเปลี่ยนจากการใช้ Search Engine แบบเดิมๆ มาใช้ Gen AI ในการหาข้อมูลแทน และที่น่าสนใจคือ 82% ยินดีให้ AI ช่วยตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าให้เลย
ในวันที่ผู้บริโภคเริ่มใช้ผู้ช่วยที่ไม่ใช่มนุษย์ในการกลั่นกรองและเลือกสินค้า แบรนด์ของคุณเตรียมพร้อมหรือยังที่จะทำให้ AI รู้จักและแนะนำสินค้าของคุณแทนที่จะเป็นของคู่แข่ง?
[ Trend 2: Worthwise ความคุ้มค่าในนิยามใหม่ ]
สภาวะเศรษฐกิจทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกไม่มั่นคงทางการเงินอย่างหนัก สถิติพบว่าความรู้สึกไม่มั่นคงพุ่งขึ้นจาก 30% เป็น 48% ในเวลาเพียงปีเดียว ทำให้พวกเขาระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างยิ่ง แต่ความย้อนแย้งก็เกิดขึ้น เมื่อพวกเขายังคงเสพติดการช้อปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อฮีลใจให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีความสำเร็จอยู่บ้าง
พฤติกรรมที่เกิดขึ้นคือ ผู้บริโภค 72% จะทำทุกวิถีทางเพื่อหาราคาที่ดีที่สุด และ 54% ยินดีหันไปใช้สินค้าแบรนด์เลียนแบบ หากคุณภาพใกล้เคียงกัน เพราะรู้สึกว่าตัวเองฉลาดเลือก สถานการณ์นี้บีบให้ธุรกิจจำนวนมากกระโดดลงไปเล่นสงครามราคา ซึ่งรังแต่จะทำให้เจ็บตัวกันทุกฝ่าย
ทางออกของเรื่องนี้คือเทรนด์ Worthwise ซึ่งไม่ใช่การลดราคาแข่งกัน แต่เป็นการสร้างหรือแลกเปลี่ยนมูลค่ารูปแบบใหม่กับผู้บริโภค
• ตัวอย่างจาก Disney+ นำเสนอแพ็กเกจ Disney Perks ที่ให้ลูกค้าจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสิทธิพิเศษและส่วนลดมหาศาลในเครือดิสนีย์และพาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นการ Win-Win ทั้งสองฝ่าย ลูกค้าได้ความคุ้มค่า แบรนด์ได้ขยายโอกาสในการขายสินค้าอื่นใน Ecosystem
ท่ามกลางพฤติกรรมที่ย้อนแย้งของผู้บริโภคที่อยากประหยัดแต่ก็อยากจ่าย แบรนด์ของคุณจะมีบทบาทอย่างไรในการเข้าไปสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ แลกเปลี่ยนมูลค่ากับพวกเขา โดยไม่ต้องใช้การตัดราคาเป็นอาวุธเพียงอย่างเดียว?
[ พลิกความบ้าบอให้เป็นกลยุทธ์ที่ยั่งยืน ]
บทสรุปจาก Session นี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า โลกธุรกิจในปี 2026 เต็มไปด้วยความบ้าบอและความย้อนแย้ง หากธุรกิจยังคงยึดติดกับวิธีการเดิมๆ คิดแบบเดิม และทำแบบเดิม ธุรกิจของคุณอาจหายไปโดยไม่ทันตั้งตัว
เทรนด์ Buy, Because… เตือนให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับลูกค้าที่เป็น AI ในขณะที่เทรนด์ Worthwise กระตุ้นให้เราฉลาดในการสร้างมูลค่าที่มากกว่าแค่เรื่องราคา กุญแจสำคัญคือการทำความเข้าใจเบื้องหลังของพฤติกรรมเหล่านี้ ว่าเกิดจากความกดดันและความต้องการพื้นฐานอะไร เพื่อที่จะสามารถนำนวัตกรรมเข้าไปตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด และเปลี่ยนความบ้าบอเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
ขอบคุณข้อมูลจาก Session “Consumer Trends 2026: Turn ABSURDITY to Opportunity, ทิศทางผู้บริโภคและโอกาสในมุมมองลูกค้าในปี 2026” บรรยายโดย รัชดา อภิรมย์เดช Asia Lead, TrendWatching และ Founder & CEO Think Next Asia จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026

