Type to search

สุทธิชัย คุ้มวรชัย InnovestX กับเทรนด์การลงทุน 2026

February 13, 2026 By Kim

เนื้อหาสำคัญบางส่วนจาก Session “Investment Trends Beyond the Storm: Navigating & Opportunity, เทรนด์การลงทุน 2026: โอกาสในโลกที่ผันผวน” บรรยายโดย คุณสุทธิชัย คุ้มวรชัย หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026

โลกการลงทุน 2026 กำลังเผชิญกับความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากนโยบายเศรษฐกิจสุดโต่งของโดนัลด์ ทรัมป์, การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่เข้มข้นขึ้น หรือภาวะหนี้สูงทั่วโลกที่เขย่าความเชื่อมั่นในตลาดพันธบัตร

[ ลงทุน 2026 📝SET ซื้อขายในระดับที่มีส่วนลด เทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี ]

นายสุทธิชัยมีความเห็นว่า ตลาดหุ้นไทยยังถือว่ามีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในเอเชีย และเป็นตลาดในเอเชียที่มีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนจะไหลเข้า โดยนักลงทุนอาจสนใจกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมในประเทศ และตลาดกำลังรอคอยนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนและเข้มแข็งเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนต่อไป จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายดัชนี SET ไว้ที่ 1,350-1,400 จุด

ธีมการลงทุน 2026 หุ้นที่น่าสนใจในตลาดหุ้นไทย

  • หุ้นปันผล แนะนำ AP KTB
  • หุ้นกำไรเติบโต แนะนำ MTC TRUE
  • หุ้นที่มีโอกาสพลิกเติบโต แนะนำ CENTEL TU
  • พลิกมีกำไร และหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน แนะนำ CPALL OR

[ 🕵️‍♂️ 5 เทรนด์แห่งอนาคตที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ และการลงทุน 2026 ]

1. Wellness Tourism (การท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ)

ในขณะที่ภาคการผลิตอาจผันผวนตามนโยบายกำแพงภาษี แต่ Wellness Tourism คือธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Demand ภายในและสุขภาพส่วนบุคคล ทำให้เป็นเทรนด์ที่ทนทานต่อพายุเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนด้วยสังคมสูงวัยและเทรนด์รักสุขภาพ

ความน่าสนใจระดับ “Insightful” คือข้อมูลที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวกลุ่ม Wellness มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 107,662 บาทต่อคนต่อทริป ซึ่ง สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 103% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากนวัตกรรมการยืดอายุขัย (Longevity) เช่น ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 และเทคโนโลยีรักษามะเร็งแบบแม่นยำ (Targeted Therapy)

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์นี้

  • หุ้นไทย: CENTEL, AOT, AAV, THAI, SPA
  • หุ้นนอก: Eli Lilly, Roche, Navartis, Merck

2. Data Center (ศูนย์รวมข้อมูลที่เป็นสมองของ AI)

เรากำลังอยู่ในช่วง AI Supercycle ที่เหล่ายักษ์ใหญ่ Hyperscalers (บริษัทเทคฯ ที่ลงทุนใน AI เยอะๆ) เร่งขยายอาณาจักรอย่างบ้าคลั่ง งบลงทุน 2026 (CapEx) ของ Microsoft คาดว่าจะพุ่งขึ้น 37% และ Amazon (AWS) เพิ่มขึ้น 34% โดยประเทศไทยกำลังถูกปักหมุดให้เป็นศูนย์กลางใหม่ของอาเซียน

หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวอาคาร แต่คือการยกระดับสู่ “AI Factories” ที่ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง ทั้งระบบไฟฟ้าความหนาแน่นสูง (High-Density Power) และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) เพื่อรองรับฮาร์ดแวร์ AI ประสิทธิภาพสูง

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์นี้

  • หุ้นไทย: BCPG, WHA
  • หุ้นนอก: NVDA

3. Autonomous Driving (รถไร้คนขับ)

ปี 2026 คือจุดเริ่มต้นของการทดสอบ Robotaxi ในวงกว้าง โดยเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving) มีแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 20-30% ต่อปีไปจนถึงปี 2030 และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการคาดการณ์ว่า ต้นทุนต่อไมล์จะลดลงกว่า 80% ภายในปี 2035

นี่คือการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจาก “การขายรถ” ไปสู่การเก็บรายได้แบบ Subscription จากซอฟต์แวร์ AI ซึ่งจะสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) อย่างมหาศาล โดยมี “หัวหอกสำคัญ” ที่เป็นผู้พัฒนาระบบสมองกลและเซนเซอร์อัจฉริยะ

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์นี้

  • TSLA, NVDA, UBER, MBLY, GOOG, Horizon Robotics

4. Virtual Bank (ธนาคารที่ให้บริการผ่านดิจิตอลเป็นหลัก)

สำหรับประเทศไทยแบงค์ชาติมีการให้ใบอนุญาตไป 3 สถาบันการเงิน (1. กลุ่มบริษัท ACM Holding 2.กลุ่มธนาคารกรุงไทย 3.กลุ่มเอาซีบี เอกซ์) และมีแผนจะเปิดให้ใช้บริการในช่วงเดือน มิถุนายน 2026 การเปิดตัว Virtual Bank ในไทย ซึ่งจะเป็น “Game Changer” ที่เข้าถึงกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคารเดิม ผ่านการใช้ Big Data และ AI แทนการเปิดสาขา อย่างไรก็ตาม ในมุมมองการลงทุน 2026 ที่ “สมจริง” นักลงทุนต้องเข้าใจว่าธุรกิจนี้ต้องใช้เวลา 3-5 ปีในการเริ่มสร้างกำไร และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดในด้านเงินฝากไม่เกิน 2% ในระยะแรก

กลุ่มผู้ก่อตั้งที่เข้าสู่ธุรกิจธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก โดยแต่ละกลุ่มมีจุดแข็งและมุมมองด้านศักยภาพการทำกำไรที่แตกต่างกัน

  • KTB, ADVANC, OR: กลุ่มนี้เน้นใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้า “เป๋าตัง” และเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศเป็นจุดแข็งในการดำเนินงาน โดยมีมุมมองด้านศักยภาพการทำกำไรที่เน้นการลดต้นทุนการให้บริการ (Cost-to-serve) ผ่านการใช้ฐานลูกค้าดิจิทัลขนาดใหญ่
  • SCBX, KakaoBank: กลุ่มนี้มีความเชี่ยวชาญระดับโลกด้าน AI และ Digital Banking เป็นจุดแข็ง และมีมุมมองด้านศักยภาพการทำกำไรจากการใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน (Data-driven) ในการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนสูง (Yield สูง)
  • Ascend, Ant Group: กลุ่มนี้ใช้ระบบนิเวศ (Ecosystem) ของ TrueMoney และประสบการณ์จากประเทศจีนเป็นจุดแข็งในการเข้าถึงกลุ่ม Non-Bank โดยมีมุมมองด้านศักยภาพการทำกำไรจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว

5. Sustainability (ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม)

ในปี 2026 ความยั่งยืนจะไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์ (CSR) แต่คือ “ภาษี” และ “ต้นทุนทางธุรกิจ” ผ่านกลไก Carbon Tax ของไทย และมาตรการ CBAM ของยุโรป ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวสู่ Net Zero จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างรุนแรง

“ปริมาณ CO2 เฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 3.5 ppm ในช่วงปี 2023-2024 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์” สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังบีบให้ภาคธุรกิจต้องเร่งบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 47% ภายในปี 2030

  • หุ้นไทยที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์นี้ GULF, PTTEP, DELTA

หมายเหตุ : บทความนี้เป็น Keytakeaway บางส่วนจากงาน Future Trends Ahead 2026 เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก Session “Investment Trends Beyond the Storm: Navigating & Opportunity, เทรนด์การลงทุน 2026: โอกาสในโลกที่ผันผวน” บรรยายโดย คุณสุทธิชัย คุ้มวรชัย หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026

Future Trends Ahead Summit 2026 เปิดขายบัตร Rerun Session แบบจัดเต็ม! ราคา 990 บาท สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://page.futureskill.co/future-trends-ahead-2026