เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน กรรมการผู้จัดการ EDA (Thailand) – Education Developed by AI เผยอินไซต์ “คนไทย 80% ยังใช้ AI แค่คุยเล่น”

เนื้อหาสำคัญจาก Session “AI 2026: การเปลี่ยนเกมในโลกการทำงานแห่งอนาคต” บรรยายโดย เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน กรรมการผู้จัดการ EDA (Thailand) – Education Developed by AI จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มีวิวัฒนาการที่รวดเร็วอย่างน่าตกใจ เพียงระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ปัญญาประดิษฐ์ได้พัฒนาไปหลายเวอร์ชันจนมีความสามารถก้าวกระโดด การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงานและรูปแบบเศรษฐกิจที่กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ‘เศรษฐกิจรูปแบบตัว K’ (K-Shaped Economy) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แบ่งคนทำงานออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน คือกลุ่มที่กราฟชีวิตพุ่งขึ้น และกลุ่มที่ดิ่งลง
[ ทางแยกของคนทำงาน คุณอยู่ขาขึ้นหรือขาลง? ]
ในตลาดแรงงานรูปแบบตัว K นี้ ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงานเพียงอย่างเดียว แต่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของคุณด้วย
• สำหรับกลุ่มขาขึ้น (The Thrivers)
คือผู้ที่สามารถนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ คนกลุ่มนี้อาจเป็นพนักงานธรรมดา แต่เมื่อใช้เครื่องมือนี้เป็น ก็สามารถผันตัวเป็นพนักงานที่ทำงานด้านการตลาดหรือการขายได้ด้วยตัวคนเดียว ทำให้ศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
• กลุ่มขาลง (The Decliners)
คือกลุ่มที่ไม่ปรับตัว หรือใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในทางที่ผิด แม้จะมีใบปริญญาแต่หากขาดทักษะในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ก็มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นบุคลากรที่ไร้ประโยชน์ในสายตานายจ้าง
นำไปสู่การเสริมทักษะ AI ที่ต้องลงลึกให้เข้าใจ ไม่ใช่เพียงแค่คุยกับมันได้ แต่ต้องใช้ได้อย่างถูกต้อง
[ กับดักของผู้ใช้งานทั่วไป แค่คุยได้ ไม่เท่ากับใช้เป็น ]
ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจระบุว่า ผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 80% จัดอยู่ในกลุ่ม ‘ผู้ใช้งานทั่วไป’ (Average User) คือใช้ปัญญาประดิษฐ์เพียงเพื่อการคุยเล่น หรือใช้วิธีคัดลอกและวาง พฤติกรรมเช่นนี้แม้จะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่คุณภาพของงานกลับลดลง เพราะขาดการกลั่นกรองจากมนุษย์ นายจ้างในปัจจุบันจึงเริ่มตระหนักว่า การมีเครื่องมือที่ฉลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องการคนที่มีทักษะในการสั่งการและควบคุมมันได้อย่างแท้จริง
นำมาสู่เฟรมเวิร์กการปรับตัวให้เป็นผู้ใช้งาน AI ขั้นสูง ผ่าน 4 เสาหลักดังต่อไปนี้
1️⃣ ทักษะการมีส่วนร่วม ต้องมีความสามารถในการสื่อสารกับปัญญาประดิษฐ์ เปรียบเสมือนการคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ฉลาดคนหนึ่ง ต้องรู้วิธีป้อนคำสั่งเพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงใจ
2️⃣ ทักษะการประเมินค่า นี่คือหัวใจสำคัญ ผู้ใช้ต้องมีความรู้จริงในสายงานนั้นๆ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ เช่น หากคุณจะให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยวางแผนการตลาด คุณก็ต้องมีความรู้ด้านการตลาดเพื่อประเมินว่าแผนนั้นใช้ได้จริงหรือไม่
3️⃣ ทักษะการสร้างสรรค์ สามารถนำผลลัพธ์ที่ได้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่แค่คำตอบพื้นฐาน แต่ต้องเป็นผลงานที่มีความแตกต่างและโดดเด่น
4️⃣ จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ การใช้งานต้องคำนึงถึงความถูกต้อง การอ้างอิงแหล่งที่มา และความรับผิดชอบ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
ดังนั้น เทรนด์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ด้วยตนเองอาจไม่เพียงพอ เพราะเรามักไม่รู้ระดับความสามารถที่แท้จริงของตนเอง ภาคเอกชนและองค์กรต่างๆ จึงเริ่มให้ความสำคัญกับการประเมินผลมาตรฐาน เพื่อวัดระดับทักษะที่แท้จริง
นอกจากนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีมีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่อย่างรวดเร็ว การเรียนรู้จึงต้องเป็นแบบ Lifelong Learning ในอนาคตอันใกล้ ห้องเรียนและที่ทำงานจะเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ความอัจฉริยะมากขึ้น ดังนั้น ทางรอดเดียวในตลาดแรงงานรูปตัว K คือการเลิกเป็นเพียงผู้ใช้งานที่รอป้อนคำถาม แต่ต้องยกระดับตัวเองให้เป็น ‘คู่หู’ ที่สามารถควบคุม ตรวจสอบ และสร้างสรรค์งานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
ขอบคุณข้อมูลจาก Session “AI 2026: การเปลี่ยนเกมในโลกการทำงานแห่งอนาคต” บรรยายโดย เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน กรรมการผู้จัดการ EDA (Thailand) – Education Developed by AI จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026

