“ถ้าคุณยังทำเหมือนเดิม…คุณไม่มีทางรอด” ทำไมคุณตัน ถึงต้องใช้เงิน 400 ล้าน ลงทุนในหุ่นยนต์อิชิตันดินสอ เพื่อช่วยบุคลากรทางแพทย์ของไทย?
ในยุคที่ระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ (AI และ Automation) กำลังหลั่งไหลเข้ามาพลิกโฉมโครงสร้างของทุกอุตสาหกรรม ผู้นำธุรกิจส่วนใหญ่ต่างเร่งปรับตัว ดัดแปลงองค์กรเพื่อความอยู่รอดในสนามแข่งขัน แต่สำหรับ คุณตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นิยามของคำว่า ผู้นำแห่งอนาคต คุณตัน กลับมองเห็นมิติที่ลึกซึ้งไปกว่าเพียงแค่การวิ่งตามกระแสหรือการเพิ่มตัวเลขในงบการเงิน
Future Trends จะพาไปสำรวจวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ที่แตกต่างของแม่ทัพใหญ่แห่งวงการเครื่องดื่มไทย เมื่อเขากระโดดข้ามกรอบคิดเรื่องผลกำไรระยะสั้น แล้วหันมาใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม AI เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อย่างการ ‘ทวงคืนเวลา’ ให้กับสังคมและระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน
มองข้ามเทรนด์ เพื่อสร้าง ‘ทางรอด’ ที่แท้จริง
เมื่อมีโอกาสได้ถามถึงทิศทางและเทรนด์ธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง คุณตันตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์และแฝงแง่คิดที่เฉียบคม:
“ผมไม่ทราบคำตอบของเทรนด์หรือกระแสหรอกครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้คือ ถ้าคุณยังทำเหมือนเดิม คุณไม่มีทางรอด”
สำหรับเขา การวิ่งตามเทรนด์ที่คนส่วนใหญ่แห่กันทำตามไม่ใช่สูตรสำเร็จเสมอไป ในทางกลับกัน หากมัวแต่เดินตามรอยเท้าของคนอื่น ธุรกิจก็จะไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ๆ ได้เลย ผู้นำจึงต้องกล้าทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดจะทำ
วิสัยทัศน์ที่เน้นผลลัพธ์นี้ถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของโรงงานผลิตเครื่องดื่มอิชิตันมาโดยตลอด ซึ่งระบบ Automation ที่นี่ไม่ใช่แค่เครื่องจักรทดแทนแรงงาน แต่คือกระดูกสันหลังของโครงสร้างธุรกิจ โดยโรงงานสามารถผลิตเครื่องดื่มได้มากถึง 1,500 ล้านขวดต่อปี แต่ใช้พนักงานดูแลเพียง 100 กว่าคนเท่านั้น เนื่องจากมีการนำ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาควบคุมส่วน Operation ทั้งหมด นี่คือข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าผู้นำยุคใหม่ต้องกล้าลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อสร้างเกราะป้องกันที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก
จากวิกฤตส่วนตัว สู่โครงการ Heartware มูลค่า 421 ล้านบาท
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ผู้นำแห่งอนาคต คุณตัน มองบทบาทของเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้เกิดขึ้นจากรายงานในห้องประชุม แต่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงบนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล
คุณตันย้อนเล่าว่าตนเองเคยต้องนอนรักษาตัวอยู่ถึง 4 เดือนเต็มๆ จากอุบัติเหตุตกเวทีคอนเสิร์ต โดยช่วง 2 เดือนแรกเป็นการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเห็นภาพความจริงอันน่าเป็นห่วงของระบบสาธารณสุขไทย เพราะขนาดโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำยังเผชิญภาวะตึงตัวของบุคลากร จึงไม่แปลกเลยที่โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศที่มีจำนวนคนไข้มากกว่าหลายเท่าตัว จะต้องพบเจอกับปัญหาวิกฤตเจ้าหน้าที่ขาดแคลนภาระงานล้นมือ
ด้วยเหตุนี้ คุณตันจึงตระหนักได้ว่าโปรเจกต์ Heartware ซึ่งเป็นการส่งมอบหุ่นยนต์อัจฉริยะนามว่า ‘ดินสอ’ จำนวน 480 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 421 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลรัฐ 30 แห่งทั่วประเทศ เป็นคำตอบที่ถูกต้องในการนำนวัตกรรมมาช่วยบริหารจัดการสังคม
เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ และการสร้าง Ecosystem ให้ AI ไทย
เบื้องหลังโครงการนี้คือความตั้งใจที่จะแบ่งเบาภาระงานด่านหน้าของแพทย์และพยาบาล ภายใต้แนวคิดการผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเอื้ออาทร หุ่นยนต์ AI ดินสอ จะเข้าไปรับช่วงดูแลงานประจำที่เป็น Routine และมีความซ้ำซ้อนสูง เช่น:
- การแจ้งเตือนรอบเวลาการทานยาของผู้ป่วย
- การตรวจสอบสัญญานชีพเบื้องต้น
- ระบบการสื่อสารทางไกลระหว่างแพทย์และคนไข้ (Telemedicine)
การส่งมอบหุ่นยนต์ในครั้งนี้จึงช่วยลดอัตราความเหนื่อยล้าของบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยคืนเวลาอันมีค่าให้พวกเขาได้ไปโฟกัสกับการรักษาคนไข้ในเคสที่วิกฤตและต้องการความดูแลอย่างใกล้ชิด
[Infographic demonstrating the Dinsor Robot implementation workflow in public hospitals to reduce nurse workload]
อีกหนึ่งมิติทางธุรกิจที่สะท้อนความเฉียบคมของ ผู้นำแห่งอนาคต คุณตัน คือการสร้าง Ecosystem เพื่อขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน การที่อิชิตันเลือกสนับสนุนและลงทุนในหุ่นยนต์ที่พัฒนาโดยฝีมือสตาร์ทอัพไทย เป็นเพราะเขารู้ดีว่าความอัจฉริยะของระบบ AI ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในห้องแล็บวิจัยเท่านั้น แต่จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลจากการปฏิบัติงานจริง
“AI กินข้อมูลเป็นอาหารครับ ถ้าเราไม่ส่งเสริมให้เทคโนโลยีไทยได้ปฏิบัติงานจริง มันก็ไม่มีทางเก่งขึ้น”
การนำหุ่นยนต์ดินสอทั้ง 480 ตัว ลงสนามลุยงานจริงในโรงพยาบาลรัฐ จึงเป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ AI สัญชาติไทยได้เรียนรู้ คัดกรอง ดักจับข้อมูล (Data Feeding) จากหน้างานจริง เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพระบบสมองกลให้แข็งแกร่งและพร้อมเติบโตไปทัดเทียมกับเทคโนโลยีระดับสากลในอนาคต
บทสรุป: หน้าที่ของธุรกิจในศตวรรษแห่งเทคโนโลยี
ก่อนจากกัน คุณตันได้ฝากแง่คิดเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจถึงผู้บริหารและผู้นำรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันรอบด้านในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันไว้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว หน้าที่สูงสุดขององค์กรธุรกิจอาจไม่ใช่เพียงแค่การแสวงหาผลกำไรสูงสุด (Profit Maximization) แต่คือการรู้จักนำทรัพยากร ดาต้า และกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ ไปช่วยทุเลาหรือแก้ไขปัญหาโครงสร้างให้กับสังคม
วันนี้ บมจ. อิชิตัน กรุ๊ป ภายใต้การนำของ คุณตัน ภาสกรนที ได้พิสูจน์ให้โลกธุรกิจเห็นแล้วว่า ผู้นำแห่งอนาคตอาจไม่ต้องเป็นคนที่เขียนโค้ดซับซ้อนได้เก่งที่สุด หรือเข้าใจอัลกอริทึมของระบบ AI ได้ลึกซึ้งที่สุด แต่ต้องเป็นผู้นำที่มองทะลุเห็นคุณค่าที่แท้จริงของเทคโนโลยี ว่านวัตกรรมที่ดีที่สุดคือสิ่งที่จะช่วยมอบเวลาคืนกลับมาให้แก่มนุษย์ เพื่อให้มนุษย์มีเวลาไปดูแล เอาใจใส่ และส่งต่อความห่วงใยให้แก่กันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในโลกความจริง
เขียนโดย: ธนพนธ์ หัสกรรัตน์


