Type to search

‘คิดอะไรได้ ทำเลย’ Mindset ผู้ประกอบการ จาก ดร.แสงสุข พิทยานุกุล

March 05, 2026 By Kim
ดร.แสงสุข พิทยานุกุล

“คิดอะไรได้ ก็ลงมือทำเลย!”

คือคำตอบที่ผมได้รับจาก ดร.แสงสุข พิทยานุกุล นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำของไทย เจ้าของสมูทอี (Smooth E) และเดนทิสเต้ (Dentiste’) เมื่อถามว่า “Mindset อะไรที่จะนำพาผู้ประกอบการไทยเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน?”

ในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องคิดให้ซับซ้อนใหญ่โต โมเดลแห่งความสำเร็จในปัจจุบันคือการ ‘คิดแล้วทำเลย’ โดยเริ่มต้นจากการลงมือทำอะไรเล็กๆ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ Design Thinking ยกตัวอย่างเช่น หากคุณอยากทำธุรกิจน้ำดื่มในช่วงที่น้ำดื่มขาดแคลน สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่การคิดไปเอง แต่คือการลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้บริโภคจริงๆ สัก 200 คน เพื่อทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าพวกเขาเลือกซื้อน้ำดื่มอย่างไร ซื้อที่ไหน และต้องการอะไร

“พอเข้าใจปัญหา ก็นำปัญหามาออกแบบและสร้างโปรโตไทป์ขายเลย” ดร.แสงสุข เน้นย้ำว่าการลงทุนในช่วงแรกไม่จำเป็นต้องใช้เงินมหาศาล แค่ทดลองทำเล็กๆ แล้วลองขายดูก่อนก็สามารถทำได้แล้ว

ปัญหาคลาสสิกของผู้ประกอบการส่วนใหญ่คือการเอาแต่บอกว่า ‘ยังไม่พร้อม’ จะผ่านไปนานแค่ไหนก็อ้างว่ายังไม่พร้อมเหมือนเดิม และสุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือทำสักที ในมุมมองของ ดร.แสงสุข “การที่คุณไม่ได้ทำเนี่ยนะ ต้นทุนแพงกว่าทำแล้วเจ๊ง”

ดังนั้น ถ้าคิดได้แล้ว จงทำทันที อย่ามัวแต่หาข้ออ้าง เพราะการเสียโอกาสคือต้นทุนที่แพงกว่าเสมอ

คำถามต่อมา “เทรนด์มีส่วนช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้หรือไม่? และธุรกิจที่ไม่ยอมจับเทรนด์จะสามารถไปรอดได้หรือเปล่า?”

“ผมเคยเชื่อว่าผมไม่ต้องเกาะเทรนด์…แต่การเกาะเทรนด์นี่ดีกว่าเยอะเลย มันเหมือนน้ำขึ้นน่ะ น้ำขึ้นไม่ต้องพายเรือไม่เปลืองแรง”

ดร.แสงสุข เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า การทำธุรกิจตามเทรนด์คือการดูว่าตอนนี้ผู้บริโภคกำลังสนใจอะไร แล้วเราก็กระโดดเข้าไปเกาะกระแสนั้น แต่คุณห้ามเกาะเฉยๆ หัวใจสำคัญของการใช้เทรนด์ในธุรกิจคือ “คุณต้องทำให้ดีกว่าคนอื่น” ยิ่งในปัจจุบันเทรนด์เป็นสิ่งที่เขาถึงได้ง่าย คุณยิ่งต้องตั้งใจ

เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับผู้ประกอบการ ดร.แสงสุข ได้แชร์ประสบการณ์ตรงในอดีตที่ครั้งหนึ่งตนเองก็เคยปฏิเสธเทรนด์เช่นกัน

‘เทรนด์สกินแคร์แบบซอง’ ดร.แสงสุข เคยมองข้ามและตั้งใจว่าตัวเองจะไม่ทำขาย แต่ปรากฏว่าตลาดสกินแคร์แบบซองกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากระดับ 60 ล้านบาท พุ่งทะยานสู่ 6,000 ล้านบาท

ในจังหวะที่ ดร.แสงสุข ตัดสินใจกระโดดลงมาเล่นในตลาดนี้เพียงไม่นาน ก็สามารถกวาดรายได้ประมาณ 100-200 ล้านแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าคุณใช้ประโยชน์จากเทรนด์ได้ถึงแม้จะลงไปช้ากว่าคนอื่น เพียงแต่มีกฎข้อเดียวนั่นก็คือ ‘คุณต้องทำให้ดีกว่า’

อีกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในยุคนี้คือ การขายของออนไลน์ ดร.แสงสุข ตั้งคำถามกลับว่า “ตอนนี้คุณไม่ขายของออนไลน์คุณอยู่ได้เหรอ…อยู่ไม่ได้”

ดังนั้น กฎเหล็กของการอยู่รอดในสมรภูมิธุรกิจคือ มองเทรนด์ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ก็พยายามทำตาม แต่ต้องทำให้ดีกว่าและทำให้แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดให้ได้

ปิดท้ายด้วยคำแนะนำจาก ดร.แสงสุข “หากให้แนะนำเทรนด์ธุรกิจสำหรับปีนี้ได้เพียง 1 เทรนด์ อยากจะแนะนำเทรนด์อะไรให้กับเหล่าผู้ประกอบการ?”

ดร.แสงสุข บอกว่า เทรนด์นั้นมีเยอะมากๆ จะหยิบอะไรมาใช้ก็ดีไปหมด แต่มันจะมีอยู่เทรนด์หนึ่งที่ส่วนตัวรู้สึกว่า “แม้แต่ปิดตาทำยังรวยได้เลย”

เทรนด์นั้นก็คือ ‘อาหารเพื่อสุขภาพ’

“โคตรรวย การันตี ทุกคนเกาะกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ” ดร.แสงสุข ยืนยันหนักแน่น แต่ในขณะเดียวกันก็มีเงื่อนไขสำคัญเพียงข้อเดียวที่จะทำให้คุณกอบโกยรายได้จากเทรนด์นี้ได้อย่างยั่งยืนและเอาชนะใจผู้บริโภคได้ นั่นก็คือ อาหารเพื่อสุขภาพของคุณจะต้อง

“เป็นอาหารสุขภาพที่เห็นผลจริง พิสูจน์ได้ และต้องกล้าการันตี”

อย่างไรก็ตามในปี 2026 ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน ผู้ชนะอาจไม่ใช่คนที่มีต้นทุนหนาที่สุด หรือคนที่มีความพร้อมมากที่สุด แต่คือคนที่เลิกรอความพร้อม กล้าที่จะคิดแล้วลงมือทำทันที และฉลาดพอที่จะเอาตัวเองไปเกาะอยู่กับกระแสเทรนด์แห่งอนาคต เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ยอดเยี่ยมและแตกต่างกว่าใคร

ข้อมูลจากการ Exclusive Interview ดร.แสงสุข พิทยานุกุล นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำของไทย เจ้าของสมูทอี (Smooth E) และเดนทิสเต้ (Dentiste’) จากงานแถลงข่าวเปิดตัว ‘สมาคมการตลาดผู้ประกอบการไทย’ Thailand Entrepreneur Marketing Association – TEMA

สัมภาษณ์และเขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์