Type to search

Trends-Maxxing Ep.10/10 – Data Center พระราม 9 ขุมพลังแสนล้าน เจาะโอกาสทองธุรกิจยุค AI

September 28, 2026 By Thanapon Hussakornrus
ภาพประกอบสื่อถึงโครงสร้างพื้นฐาน Data Center สมัยใหม่ใจกลางย่านธุรกิจพระราม 9 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของประเทศไทย

ยินดีต้อนรับผู้อ่านทุกคนเข้าสู่ตอนที่ 10 ของ ‘Trends-Maxxing’ ซีรีส์บทความ 10 ตอน ที่ว่าด้วยการรีดศักยภาพของเทรนด์ออกมาใช้ให้ถึงขีดสุด เราจะแกะให้เห็นแรงขับที่ซ่อนอยู่ใต้คลื่นเทรนด์แต่ละลูก แล้วแปลงมันเป็นกลยุทธ์ที่คุณสามารถหยิบไปพัฒนาต่อให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด

การปรากฏตัวของ Data Center ขนาดใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจอย่าง พระราม 9 ได้กลายเป็นประเด็นที่ดึงดูดสายตาและจุดกระแสความสนใจในวงกว้าง ภาพของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เคยซ่อนตัวอยู่ ตอนนี้ได้ขยับเข้ามาตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง พร้อมเปิดฉากความสนใจของสังคมต่อระลอกการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ที่กำลังทะลักเข้ามาในประเทศไทย

Data Center กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนหลักที่นักลงทุน สถาบันการเงิน กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และผู้บริหารระดับสูงต่างแย่งชิง รายงานจากสถาบันวิจัยชั้นนำระบุว่า มูลค่าตลาด Data Center ทั่วโลกในปี 2567 สูงถึง 4.16 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 14.56 ล้านล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 38.5 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2578

ขณะที่ Gartner คาดการณ์ว่า งบประมาณรายจ่ายในระบบ Data Center ทั่วโลกเพียงช่วง 3 ปี (2567-2569) จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สูงกว่าการเติบโตรวมกันตลอด 12 ปีที่ผ่านมา

คำถามสำคัญสำหรับผู้บริหาร นักลงทุน และเจ้าของธุรกิจไทยคือ เหตุใดกระแสเงินลงทุนมหาศาลนี้จึงกำลังหลั่งไหลเข้ามายังประเทศไทยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน? และแบรนด์ต่างๆ จะสามารถสกัดเอาประโยชน์จากคลื่นลูกนี้มาแปลงเป็นกลยุทธ์การเติบโตได้อย่างไร?

Data Center ขับเคลื่อน Top-Line & Profitability ได้อย่างไร?

โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และคลาวด์สมัยใหม่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ แต่เป็นเครื่องมือสร้างผลตอบแทนทางการเงินทั้งในมิติของการเพิ่มรายได้ (Top-Line) และการขยายอัตรากำไร (Margin Expansion)

งานวิเคราะห์เชิงลึกจาก McKinsey & Company เผยว่า โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และ Cloud สมัยใหม่สามารถปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจในรูปของ EBITDA ทั่วโลกได้สูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 105 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 โดยมูลค่าที่เกิดจากการเร่งขยายรายได้มีมูลค่าสูงกว่าการลดต้นทุน IT แบบดั้งเดิมถึง 5 เท่า

ทำไมประเทศไทยจึงกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของ Data Center ระดับโลก?

ในขณะที่ศูนย์กลางดั้งเดิมอย่างกลุ่ม FLAP-D ในยุโรป (แฟรงก์เฟิร์ต, ลอนดอน, แอมสเตอร์ดัม, ปารีส, ดับลิน) หรือนอร์ทเทิร์นเวอร์จิเนีย เผชิญข้อจำกัดเรื่องไฟฟ้าแออัดและราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น 82% จนอัตราว่างเหลือเพียง 3.1 – 6.4% เม็ดเงินลงทุนระดับโลกจึงไหลตรงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประเทศไทยเป็นดาวเด่นจากปัจจัยสนับสนุน 4 ด้าน:

ปัจจัยสนับสนุนสถานะและข้อได้เปรียบของประเทศไทย
ดีมานด์พุ่งสูง (High Demand)สัดส่วนประชากรสูงถึง 514,587 คนต่อ 1 MW (สูงกว่าค่าเฉลี่ย APAC เกือบ 2 เท่า) ยอดจองพื้นที่ล่วงหน้าของ Hyperscalers พุ่งขึ้น 9 เท่า YoY
ผลตอบแทนจูงใจ (High Yield)ติดอันดับ 3 ใน APAC แง่ Yield on Cost (อัตราผลตอบแทนขั้นต้น >10%) คาดว่าจะสร้างรายได้ประจำให้พื้นที่เช่าแตะ 3,000 ล้านดอลลาร์/ปี ภายในปี 2573
เสถียรภาพพลังงาน (Power Security)เสถียรภาพระบบไฟฟ้าสูงที่สุดใน ASEAN-5 (ดัชนี SAIDI/SAIFI ต่ำสุด) OpEx ถูกกว่าสิงคโปร์ 40% และราคาที่ดินถูกกว่า 70%
เม็ดเงินลงทุน FDIAWS วางแผนลงทุนระยะยาว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์, Google ทุ่ม 1-2 พันล้านดอลลาร์, Microsoft และ TikTok ร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ: ไทยมีการตั้ง คณะกรรมการนโยบายการดำเนินธุรกิจ Data Centre ข้ามกระทรวง จัดทำ Zoning โรงงานประเภท 108 กำหนดหลักประกัน Power Commitment Guarantee พร้อมออกเกณฑ์ BOI และ Direct PPA เปิดทางซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรงเพื่อเป้าหมาย Net Zero

4 Step กลยุทธ์สำหรับผู้บริหารในการโหนคลื่น Data Center

การแปลงเทรนด์ Data Center ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กร สามารถดำเนินการผ่าน 4 ขั้นตอนปฏิบัติ:

1.1. กลยุทธ์การสร้างพันธมิตร (Powered Land Joint Ventures):อสังหาฯ และพลังงานไทยผนึกกำลัง Hyperscalers.

นำจุดแข็งด้านที่ดินที่มีสายส่งไฟฟ้าพร้อม (Powered Land) และความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบในท้องถิ่น ร่วมทุนกับผู้ให้บริการ Colocation และ Hyperscalers ระดับโลก เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายได้ประจำระยะยาว

2.2. ยกระดับพลังงานเขียวและ Direct Liquid Cooling:รองรับกำลังไฟ AI 40-60 kW ต่อตู้แร็ค.

ปรับสถาปัตยกรรมไปสู่ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง (Direct Liquid Cooling) ควบคู่กับการเตรียมสัญญา Direct PPA ซื้อพลังงานสะอาดและระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน เพื่อตอบโจทย์เกณฑ์ BOI ใหม่และเป้าหมาย ESG

3.3. ยกเครื่ององค์กรสู่ Cloud/AI-Native:ปรับโครงสร้างแอปพลิเคชันเพื่อ ROI ที่สูงกว่า 7 เท่า.

ปรับเปลี่ยนระบบจาก Legacy มาสู่ Cloud/AI-Native โดยใช้ประโยชน์จาก Microservices, Cloud Automation และ AI Models บน Data Center ความเร็วสูง เลิกใช้วิธี Lift-and-Shift แบบเดิม

4.4. เร่งสร้างและยกระดับทักษะบุคลากร (Upskill/Reskill):แก้ปัญหาคอขวดด้านกำลังคนเทคโนโลยี.

ลงทุนพัฒนาทักษะพนักงานในด้าน Cloud Architecture, Cooling Systems Engineering และ AI Infrastructure Security เพื่อเตรียมความพร้อมองค์กรให้เป็นพาร์ตเนอร์ที่เนื้อหอมของบริษัทระดับโลก

สรุป

เทรนด์ Data Center ในประเทศไทยไม่ใช่เพียงกระแสการลงทุนชั่วคราว แต่คือ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย การที่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกและกองทุนสถาบันหลั่งไหลเข้ามาปักหมุดในไทย คือหลักฐานยืนยันถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอนาคต

เขียนโดย: ธนพนธ์ หัสกรรัตน์