เทศกาลตรุษจีนในปี 2569 ของไทย ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่งในเชิงเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ภาพรวมเศรษฐกิจกำลังตกอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังจากการเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สำคัญที่สุดของไตรมาสแรก
[ การเผชิญหน้ากับภาวะ ‘3 ต่ำ’ ในช่วงตรุษจีน ]
สภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยภายในและภายนอกที่ซับซ้อน ตามรายงานกลยุทธ์การลงทุนของหลักทรัพย์กสิกรไทย (KS 1Q26 Outlook) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญภาวะ ‘3 ต่ำ’ ได้แก่
- การเติบโตต่ำ
- เงินเฟ้อต่ำ
- และอัตราดอกเบี้ยต่ำ
โดย GDP มีแนวโน้มขยายตัวในกรอบร้อยละ 1.5 – 1.8 เนื่องจากการส่งออกชะลอตัวและผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำที่ร้อยละ 0 – 1 ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับร้อยละ 1.00 ภายในปี 2569
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยยังคงแข็งแกร่งจากการที่บริษัทยักษ์ใหญ่เลือกไทยเป็นที่ตั้งในการสร้างฐานข้อมูล (Cloud Region) และศูนย์รวมข้อมูล (Data Center) โดยสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังมีการประเมินว่าดัชนีค่าเงินบาท (NEER) อาจอ่อนค่าลงประมาณร้อยละ 0.3 ในปี 2569
[ การวิเคราะห์ความคึกคักตรุษจีน และมูลค่าการจับจ่าย สถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี ]
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เทศกาลตรุษจีนปี 2569 กำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดกำลังซื้อที่สำคัญของประเทศ เมื่อมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าเม็ดเงินสะพัดในช่วงเทศกาลปีนี้คาดว่าจะพุ่งแตะ 54,221.53 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี
สะท้อนว่าบรรยากาศการจับจ่ายมีแนวโน้มคึกคักกว่าปีก่อน พิธีกรรมไหว้เจ้าและบรรพบุรุษยังคงเป็นหัวใจของการใช้จ่าย โดยงบประมาณส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก และสะท้อนลำดับความปรารถนาของสังคมไทยในปีแห่งความไม่แน่นอนนี้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่งและโชคลาภ สุขภาพที่แข็งแรง และความสุขของครอบครัว
ในอีกด้านหนึ่ง ความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่เผยให้เห็น Pain Point เชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย
ประชาชนต้องการเห็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจฐานรากมากที่สุด ขณะที่ภาคธุรกิจเรียกร้องมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและการยกระดับอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมมุมมองต่อเศรษฐกิจยังคงอยู่ในโหมดระมัดระวัง และคาดว่าการฟื้นตัวที่ชัดเจนอาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มากกว่าจะเกิดขึ้นทันทีหลังเทศกาลนี้
[ เทรนด์ ‘Hybrid Rituals’ เมื่อเทคโนโลยีผสานเข้ากับเทศกาล ]
ตรุษจีนปี 2569 เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคของเทรนด์ Hybrid Rituals ที่มีการนำเทคโนโลยีและค่านิยมสมัยใหม่มาปรับใช้ ด้วยการการตลาดแบบรู้ใจ และกลยุทธ์ O2O กรณีศึกษาจาก ท็อปส์ (Tops)
ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยเฉพาะกลุ่ม Gen X สัดส่วนร้อยละ 48 และ Gen Y ร้อยละ 30 เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหลัก ได้หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อ
ด้วยการใช้ AI ในการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าเชิงลึก ส่งผลให้แบรนด์สามารถส่งมอบดีลที่ คัดสรรมาให้เฉพาะบุคคลผ่านระบบสมาชิกได้อย่างง่ายดาย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความกังวลเรื่องงบประมาณและความเร่งรีบ
นอกจากนี้ กลยุทธ์การทำ Pre-order หรือการสั่งจองสินค้าล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์ม Online-to-Offline (O2O) ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขยายตัวร้อยละ 6.3 ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าจะได้สินค้าครบถ้วนและสามารถควบคุมงบประมาณได้ล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นความสะดวกที่เป็นหัวใจสำคัญของลูกค้าในเมือง พร้อมตอบโจทย์ตลาดตรุษจีนที่เป็นความหวังของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2569
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดตรุษจีนปี 2569 อยู่ท่ามกลางความคึกคักที่ระแวดระวัง แม้เม็ดเงินสะพัดจะสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 5.4 หมื่นล้านบาท แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสินค้าที่ราคาแพงขึ้น ควมคู่ไปกับอัตราการใช้จ่ายที่มากขึ้น
โดยสรุป ตลาดตรุษจีนปี 2569 คือบททดสอบสำคัญของแบรนด์ไทยในการปรับตัวภายใต้สภาวะของเศรษฐกิจ 3 ต่ำ การรักษาสมดุลระหว่างศรัทธา และความคุ้มค่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำพาธุรกิจผ่านพ้นความท้าทายในปีนี้ไปได้
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
Sources: https://www.kasikornsecurities.com/th/research/thai-stocks/strategy/research-20251230-512
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/471757
https://today.line.me/th/v3/article/OpqOrWD


