Type to search

เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่มเงิน 1,700 ล้านบาท พลิก ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ สู่ห้างยุคใหม่ ตอบโจทย์เทรนด์ Retailtainment

January 27, 2026 By Kim

ในโลกที่การสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์พาเราเดินเข้าออกโลกทั้งใบได้ภายในไม่กี่วินาที การออกไปเดินห้างจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป หน้าจอกลายเป็นชั้นวางสินค้า และรถเข็นก็ถูกแทนที่ด้วยปุ่มสั่งซื้อ ที่สามารถกดจากที่ไหนก็ได้

ในโลกแบบนี้ ศูนย์การค้าจึงไม่ได้แข่งกันว่าใครมีร้านมากกว่า หรือโปรโมชั่นแรงกว่าอีกแล้ว เพราะมันกลายเป็นคำถามที่ยากกว่าเดิมคือ “จะทำอย่างไรให้คน อยากออกจากบ้าน แล้วมาเดินห้างดี?”

คำตอบค่อยๆ ชัดขึ้นผ่านเทรนด์ที่เรียกว่า ‘Retailtainment’ การผสานระหว่าง Retail กับ Entertainment เพื่อเปลี่ยนห้างจากสถานที่ซื้อของ ให้กลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิต เป็นเวทีของประสบการณ์ และเป็นจุดหมายปลายทางที่โลกออนไลน์เลียนแบบไม่ได้

และหนึ่งในบทพิสูจน์ที่น่าสนใจที่สุดของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ กำลังเกิดขึ้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร กับการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของ ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ ที่ไม่ได้เป็นเพียงการรีโนเวตอาคาร แต่เปรียบเหมือนการ Evolution เพื่อเขียนนิยามใหม่ และความหมายของการใช้ชีวิตในย่านนี้อีกครั้ง

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา และ คุณจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

[ Retailtainment มากกว่าการซื้อของ คือการเสพประสบการณ์ ]

หากนึกถึงห้างสรรพสินค้าในอดีต ภาพที่ลอยขึ้นมาคงเป็นชั้นวางสินค้า ทางเดินยาว และแสงไฟสีสดใส แต่ในวันนี้บทบาทของพื้นที่เหล่านั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ห้างไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราซื้อของแล้วกลับบ้านอีกต่อไป หากแต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เรา “อยู่ต่อนานๆ”

นี่คือหัวใจของ Retailtainment แนวคิดที่ย้ายศูนย์กลางจากสินค้าไปสู่ความรู้สึก จากการครอบครองไปสู่การมีประสบการณ์ ศูนย์การค้ายุคใหม่ต้องกลายเป็น ‘Third Place’ บ้านหลังที่สามต่อจากบ้านและที่ทำงาน พื้นที่ที่ผู้คนมาใช้เวลาด้วยกัน มาเดินเล่น กินข้าว ดูงานศิลป์ เรียนรู้สิ่งใหม่ หรือแม้แต่แค่มานั่งพักใจท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ

การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงและกลุ่ม New Wealth ที่ไม่ได้มองหาสินค้าเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว พวกเขามองหาคุณภาพชีวิต มองหาพื้นที่ที่สะท้อนรสนิยม และมองหาประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า “เวลาที่ใช้ไปนั้นมีความหมาย”

ค้าปลีกจึงไม่อาจยืนอยู่ในกรอบเดิมได้อีกต่อไป การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ใครมีร้านมากกว่า แต่คือใครสามารถสร้างโลกที่ผู้คนอยากเข้ามาใช้ชีวิตด้วยมากกว่า และในจุดตัดระหว่างแนวคิดนี้กับความเป็นจริง กรณีของ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า คือหนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนจากห้างสรรพสินค้า ไปสู่การเป็น Lifestyle Hub ที่ตั้งใจขายประสบการณ์ให้กับทั้งย่านอย่างแท้จริง

[ กรณีศึกษา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กับการทรานส์ฟอร์มสู่ ‘District Redefined’ ]

สำหรับคนฝั่งธนบุรี เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ไม่ใช่แค่ห้างประจำย่าน แต่คือฉากหลังของชีวิตหลายช่วงวัย ตั้งแต่วันแรกที่มาจับมือพ่อแม่เดินเลือกของ ไปจนถึงวันที่นัดเพื่อนมาดูหนัง กินข้าว หรือแม้แต่แค่มานั่งพักใจหลังเลิกงาน กว่า 30 ปีที่อาคารหลังนี้ยืนอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเมือง และในวันที่กรุงเทพ ฝั่งตะวันตกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว บทบาทของมันก็ไม่อาจหยุดอยู่ที่คำว่า ห้างประจำย่าน อีกต่อไป

ด้วยการลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาทของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จึงไม่ใช่เพียงการรีโนเวตพื้นที่ แต่คือการตั้งคำถามใหม่ว่า พื้นที่แห่งนี้จะเป็นอะไรต่อไปในอีก 10–30 ปีข้างหน้า คำตอบถูกถ่ายทอดออกมาในวิสัยทัศน์ที่เรียกว่า District Redefined การยกระดับจาก Retail Landmark สู่ผู้นำในการนิยามย่านใหม่ให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้ชีวิต

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เริ่มจากโครงสร้าง แต่เริ่มจาก ‘จิตวิญญาณ’ ภายใต้แนวคิด The New Soul of Pinklao เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ถูกออกแบบใหม่ทั้งระบบประสบการณ์ โดยให้ Retailtainment แทรกซึมอยู่ในทุกมิติของพื้นที่

1️⃣ สถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่อง มากกว่าการเป็นอาคาร

สิ่งแรกที่ผู้คนสัมผัสได้คือบรรยากาศที่ต่างออกไปจากห้างทั่วไป งานดีไซน์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สวยงาม แต่กลายเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่อง ความรู้สึกแบบ Nostalgic ถูกนำกลับมาผ่านการตีความสถาปัตยกรรมคลาสสิกตะวันตกในรูปแบบร่วมสมัย

Façade ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสากรีก สร้างภาพลักษณ์ที่ทั้งสง่างามและทันสมัย ขณะเดียวกัน การคืนชีพรูปปั้นซีซาร์ ออกุสตุส ซึ่งเป็นความทรงจำร่วมของชาวปิ่นเกล้า ก็ช่วยเชื่อมอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างมีอารมณ์ ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ขายของ แต่เป็นสถานที่ที่มีเรื่องราว มีตัวตน และชวนให้ผู้คนหยุดมอง

2️⃣ อาหารกลายเป็นเวทีของประสบการณ์

ในโลกของ Retailtainment อาหารไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมพลัง แต่คือความบันเทิงในตัวมันเอง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า จึงวางตำแหน่งตัวเองเป็น International Culinary Hub ของย่าน ด้วยการรวบรวมร้านอาหารกว่า 200 แบรนด์ เพื่อสร้าง Food Destination ที่ผู้คนอยากเดินทางมา

ความพิเศษไม่ได้อยู่แค่จำนวน แต่อยู่ที่การคัดสรร ตั้งแต่ร้านที่มาเปิดครั้งแรกในไทย ไปจนถึงคอนเซ็ปต์ใหม่ที่หาไม่ได้จากที่อื่น และการออกแบบพื้นที่อย่าง Urban Living Room บนชั้น 5 ที่ทำให้โซนอาหารกลายเป็นห้องนั่งเล่นของเมือง บรรยากาศแบบสวนสูงโปร่ง ทำให้การกินข้าวไม่ใช่แค่กิจกรรม แต่คือช่วงเวลาที่อยากใช้ให้นานขึ้น

3️⃣ ห้างสรรพสินค้า ที่ไม่ใช่แค่ชั้นวางของ

ภายในตัวห้างแนวคิด Retailtainment ถูกแปลออกมาเป็นประสบการณ์ใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Brightest Star to The West พื้นที่ขายสินค้าถูกออกแบบให้เหมือนนิทรรศการมากกว่าร้านค้า ตั้งแต่โซนบิวตี้ที่รวมแบรนด์ระดับโลก ไปจนถึง Fashion Exhibition ที่ทำให้การเลือกเสื้อผ้ากลายเป็นการเดินชมแรงบันดาลใจ

แม้แต่โซนอาหารและคาเฟ่ก็ถูกผสานเข้ามาในพื้นที่ช้อปปิ้ง เพื่อให้ผู้คนสามารถหยุดพักระหว่างทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเลือกว่ามาเพื่ออะไร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน เมื่อทราฟฟิกของห้างเติบโตขึ้นถึง 30% ภายในเวลาเพียง 2 เดือน

4️⃣ พื้นที่ที่เชื่อมทุกเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน

Retailtainment ที่แท้จริงต้องไม่เลือกวัย เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า จึงถูกออกแบบให้เป็น Family Destination อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยพื้นที่ Edutainment และ Playland รวมกว่า 37 แบรนด์ เพื่อรองรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาพื้นที่เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน

ตั้งแต่โซนสำหรับเด็ก โรงภาพยนตร์ ไปจนถึงพื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมที่ชั้น 5 ซึ่งถูกวางบทบาทเป็น Creative Ground ของย่าน ที่นี่จึงไม่ได้มีชีวิตแค่ในวันหยุด แต่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ผ่านกิจกรรมและผู้คนที่เข้ามาใช้พื้นที่ในแบบของตัวเอง

การทรานส์ฟอร์มของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า จึงไม่ใช่แค่การปรับโฉมอาคาร แต่คือการออกแบบระบบชีวิตใหม่ให้กับทั้งย่าน และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เมื่อค้าปลีกกล้าเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง ห้างก็สามารถกลายเป็นหัวใจของเมืองได้อีกครั้ง

[ เมื่อห้างไม่ใช่แค่ที่ซื้อของ แต่คือหัวใจของย่าน ]

การทรานส์ฟอร์มของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการรีโนเวตอาคาร แต่คือการพิสูจน์ว่าโลกค้าปลีกกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง จุดที่สินค้าไม่เพียงพอ และประสบการณ์กลายเป็นหัวใจของการตัดสินใจ

Retailtainment ในที่นี้จึงเป็นเทรนด์ระยะยาว และคือรากฐานของ Next Gen Retail โมเดลใหม่ที่ทำให้ห้างกลับมาเป็นพื้นที่ที่ผู้คนอยากใช้เวลา อยากกลับมา และอยากผูกความทรงจำร่วมกันอีกครั้ง ตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่อง อาหารที่กลายเป็นเวทีของอารมณ์ พื้นที่ครอบครัวที่เชื่อมคนต่างวัย ไปจนถึงการยกระดับห้างสรรพสินค้าให้เป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ตัวเลขความสำเร็จยังเป็นภาพสะท้อนของความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าคุณภาพระดับ Wealth ซึ่งเป็นสมาชิก The 1 Exclusive ได้ถึง 5% ติดอันดับ Top 5 ของประเทศ พร้อมพฤติกรรมการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 5 ล้านบาทต่อคนต่อเดือน ขณะเดียวกัน พื้นที่แห่งนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ New High Traffic ด้วยจำนวนผู้เข้าใช้บริการมากกว่า 80,000 คนต่อวัน

สิ่งเหล่านี้ยืนยันสถานะของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ในฐานะผู้นำของย่าน และจุดหมายปลายทางหลักของกรุงเทพ ฝั่งตะวันตก ไม่ใช่เพราะขนาดของอาคารหรือจำนวนร้านค้า แต่เพราะสามารถออกแบบประสบการณ์ที่ผู้คนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

และนั่นคือบทเรียนสำคัญของยุค Next Gen Retail ดังนั้น ธุรกิจที่ยืนระยะได้ในอนาคต จะไม่ใช่ธุรกิจที่ขายของเก่งที่สุด แต่คือธุรกิจที่สร้างความหมายให้กับเวลาที่ผู้คนเลือกใช้กับมันได้ดีที่สุด

เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์

Sources: ข่าวประชาสัมพันธ์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบ 3 ทศวรรษ ด้วยบทบาทผู้นำการนิยามย่านใหม่ ขึ้นแท่น Top Destination กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก รับกำลังซื้อคุณภาพสูง

https://flameanalytics.com/en/retailment-the-future-of-shopping/