Type to search

Blockchain Trends ปี 2026 หน้าตาเป็นแบบไหน ในวันที่สกุลเงินดิจิทัล เริ่มเป็นมากกว่ากระแสชั่วคราวอีกต่อไป Interview ดร.กร พูนศิริวงศ์ ในวันที่บล็อกเชนกำลังเป็นโครงสร้างของเศรษฐกิจและสังคม

January 20, 2026 By Pakanut Tariyawong

Future Trends มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการโครงการ BINANCE TH Academy บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ถึงทิศทางของอุตสาหกรรมบล็อกเชนในปีนี้ และภารกิจสำคัญในการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

[ภาพรวมตลาดคริปโตและบล็อกเชนในปี 2569 เป็นอย่างไรบ้าง?]

ถ้าดูตัวเลข มูลค่าของตลาดคริปโตทั้งหมดมีมูลค่ารวมเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีผู้ใช้งานกว่า 560 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งคิดเป็น 6.8% ของประชากรโลก การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการนำบล็อกเชนไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การโอนเงินข้ามพรมแดนที่ถูกและเร็ว ไปจนถึงการจัดการข้อมูลที่โปร่งใสและปลอดภัย

คำถามสำคัญคือ คนรุ่นใหม่ของเราพร้อมหรือยังที่จะก้าวเข้าสู่วงจรบล็อกเชน Web3 และคริปโตอย่างมั่นใจ?

[หลายคนยังมองบล็อกเชนผ่านเลนส์ของราคาเหรียญ มุมมองนี้คาดว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรในปี 2569?]

แม้บล็อกเชนจะเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน แต่การรับรู้ของสังคมจำนวนมากยังคงผูกติดกับราคาของเหรียญต่างๆ ในตลาดคริปโต มากกว่าศักยภาพเชิงระบบของเทคโนโลยีนี้ แต่ในปี 2569 ภาพนี้ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ด้วยการยอมรับจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา เทคโนโลยีนี้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก ไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ตที่แทรกซึมทุกมิติชีวิต องค์กรใหญ่ผสานบล็อกเชนกับ AI, IoT และระบบอัตโนมัติ เพื่อสร้างระบบกระจายอำนาจโปร่งใส และลดตัวกลาง

[มี Use Case อะไรที่เห็นชัดเจนบ้างครับ?]

ตัวอย่างชัดเจนคือ การติดตามห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และการจัดการคาร์บอนเครดิตเพื่อสิ่งแวดล้อม

ในเอเชีย-แปซิฟิก ประเทศอย่างไนจีเรีย เวียดนาม และอินเดียใช้เทคโนโลยีนี้แก้ปัญหาเงินเฟ้อและการโอนเงินระหว่างประเทศ ทำให้ “ความโปร่งใส” และ “ความน่าเชื่อถือ” จึงกลายเป็นมาตรฐานธุรกิจใหม่

สถาบันการเงินใหญ่หันมาลงทุนจริงจัง สิ่งนี้ส่งผลให้มูลค่า Bitcoin สูงถึงเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 57-60% ของตลาดคริปโตทั้งหมด แต่ท่ามกลางความสำเร็จ บทเรียนจาก Rug Pull ที่สูญเงินล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่นาที เตือนใจว่าความรู้พื้นฐานคือเกราะป้องกันความเสี่ยง

[ในฐานะคนที่อยู่ในอุตสาหกรรม ความท้าทายใหญ่ที่สุดตอนนี้คืออะไร?]

แม้เทคโนโลยีก้าวหน้า ปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมทั่วโลกคือ Talent Gap ช่องว่างบุคลากรที่ขยายตัวเร็วไม่เท่านวัตกรรม บริษัทเทคและคริปโตตระหนักว่าซอฟต์แวร์ล้ำสมัยไม่พอ หากขาดคนเข้าใจทั้งเทคนิค ธุรกิจ กฎหมาย และการกำกับดูแล

นี่คือเหตุผลที่บริษัทต้องหันมาโฟกัสการสร้างคนอย่างจริงจัง ตั้งแต่สนับสนุนหลักสูตร การฝึกปฏิบัติจริง ไปจนถึงเชื่อมมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรม

[ต่างประเทศมีแนวทางสร้างคนเข้าสู่ตลาดนี้อย่างไรบ้าง?]

ในเอเชียและแอฟริกา โครงการ Crypto4Kids และ KeyChain Academy สอนเด็กๆ เกี่ยวกับบล็อกเชนและการเงินดิจิทัล โดยเน้นจริยธรรมและการใช้งานจริง ไม่ใช่เก็งกำไร เช่นเดียวกับ UAE ที่นำหลักสูตร Bitcoin เข้าโรงเรียนเพื่อสร้างทักษะตั้งแต่เด็ก

[แล้ว Binance TH Academy ทำอะไรบ้างในประเทศไทย?]

ในไทย Binance TH Academy ขยายหลักสูตรทั่วไปด้านคริปโตและบล็อกเชนไปยังมหาวิทยาลัยชั้นนำ ผ่าน MOU กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพัฒนาหลักสูตรครอบคลุม Blockchain Technology, Digital Assets, Digital Finance และกฎระเบียบ รวมถึงซีรีส์การเรียนรู้อย่าง Blockchain and Cryptocurrency Innovation

นอกจากนี้ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อผลิตบัณฑิตด้านนี้อย่างน้อย 1,000 คนต่อปี และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านซีรีส์ CUVIP

การขยายตัวเหล่านี้เชื่อมการศึกษากับอุตสาหกรรมจริง เปิดโอกาสฝึกงานและเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญ เหล่านี้คือตัวอย่างใกล้ตัวที่ไทยสามารถขยายผล เพื่อปิดช่องว่างและสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในเศรษฐกิจดิจิทัล

[ทักษะแบบไหนที่ตลาดบล็อกเชนต้องการในยุคนี้?]

เมื่อบล็อกเชนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทักษะที่ตลาดต้องการก็เปลี่ยนไปและมีมากขึ้น โลกไม่ต้องการแค่โปรแกรมเมอร์ แต่ต้องการ Hybrid Skills ทักษะผสมผสานหลายมิติ

ด้านเทคนิค คือความเข้าใจ Distributed Ledger, Smart Contracts และความปลอดภัยไซเบอร์

ด้านธุรกิจ คือการมองโอกาส เช่น DeFi สำหรับการเงินเท่าเทียม NFT สำหรับ Creator Economy หรือ Tokenization สินทรัพย์จริง

ด้านกฎหมายและจริยธรรม คือความเข้าใจกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล การคุ้มครองข้อมูล และระบบยั่งยืน

บริษัทเทคหลายแห่งมองหาคนที่เข้าใจระบบทั้งหมด เพราะในปี 2569 บล็อกเชนจะผสานกับ AI การ Tokenization และ GameFi ที่มี Utility จริง ทักษะเหล่านี้เปิดโอกาสพัฒนาแอป บริหารองค์กรด้วย Smart Contracts และสร้างงานในสายนี้ที่มีมูลค่าสูง

[ในอนาคตข้างหน้า อะไรคือโอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศไทย?]

ปี 2569 จะเป็นปีที่ Web3 กลายเป็น Mainstream โดยไม่ต้องพูดถึงมากนัก ความท้าทายอย่างการขาดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในชนบท การหลอกลวง และกฎระเบียบที่ไม่ชัดเจน ต้องแก้ด้วยการส่งเสริมการศึกษาที่เน้น Ethics และ Risk Management รัฐบาลควรสนับสนุนหลักสูตรดิจิทัล เพื่อสร้าง Community และ Hub การเรียนรู้

หากเราปฏิบัติตอนนี้ คนรุ่นใหม่จะไม่เพียงตามทัน แต่จะนำโลกดิจิทัลไปข้างหน้า อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ การสร้างคนคือการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต

[ฝากแนวคิดทิ้งท้ายสำหรับผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบาย?]

การสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ด้านบล็อกเชน Web3 และคริปโทเคอร์เรนซี ไม่ใช่เรื่องของ “เทคโนโลยีล้ำสมัย” แต่เป็นเรื่องของความสามารถในความเข้าใจ การปรับตัวของประเทศและสังคมในยุคดิจิทัล ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากรหรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทิศทางนโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้กำหนดนโยบายเป็นสำคัญ

ประเทศที่ลงทุนอย่างจริงจังในการสร้างความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยี จะสามารถดึงดูดนวัตกรรม เงินทุน และบุคลากรคุณภาพได้ในระยะยาว ในขณะที่ประเทศที่มองข้ามการลงทุนด้าน ‘คน’ ย่อมเสี่ยงต่อการถูกทิ้งไว้ข้างหลังในระบบเศรษฐกิจโลก และอาจกลายเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีที่คนอื่นออกแบบ