คุณอภิชาต อรุณคุณารักษ์ จาก Accenture เปิดข้อมูล ผู้บริหารยุค Agentic Economy ในโลกที่มี AI Agent กว่า 1 พันล้านตัว ต้องใช้ 5 ข้อนี้ เพื่อปฏิรูปองค์กร

สรุปเนื้อหาในเซสชัน “AI Trends: Transforming Business Beyond the Storm, เทรนด์ AI 2026 กับการเปลี่ยนเกมในโลกธุรกิจ” โดย คุณอภิชาต อรุณคุณารักษ์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี ประจำประเทศไทย จาก Accenture ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026
หากย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน โลกตื่นเต้นกับการมาของ Generative AI ที่เก่งกาจในการสร้างข้อความและรูปภาพ แต่ ณ ปัจจุบัน เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า ‘Agentic AI’ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์เทคโนโลยี เพราะ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยที่รอคำสั่งอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็น ‘AI Agent’ ที่มีความคิด ความจำ และความสามารถในการตัดสินใจได้เสมือนเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง
ความแตกต่างสำคัญของ Agentic AI คือการทำงานแบบ Goal-driven หรือการขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย แทนที่มนุษย์จะต้องป้อนคำสั่งทีละขั้นตอน เราเพียงแค่มอบหมายวัตถุประสงค์ (Objective) ให้กับมัน ตัว AI Agent จะทำการวางแผน (Planning) แตกย่อยงาน เชื่อมต่อกับเครื่องมือต่างๆ (Tools) และเรียนรู้จากบริบทแวดล้อมเพื่อหาทางบรรลุเป้าหมายนั้นด้วยตัวเอง
การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังนำโลกธุรกิจไปสู่ยุค Agentic Economy ซึ่งปัจจัยการผลิตและความได้เปรียบในการแข่งขันจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงงาน หรือเงินทุนแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะขึ้นอยู่กับ ‘Agentic Capital’ หรือความสามารถในการใช้ AI เข้ามาช่วยขยายขีดความสามารถในการผลิต ลดต้นทุน และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ
ภายในปี 2026 คาดการณ์ว่าจะมี AI Agent กว่า 1 พันล้านตัวถูกใช้งานในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ‘Huddle’ หรือการทำงานร่วมกันอย่างลื่นไหลระหว่างมนุษย์และ AI Agent
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ธุรกิจ Call Center ในอนาคต AI Agent จะไม่ได้แค่ตอบคำถามตามสคริปต์ แต่สามารถรับรู้ปัญหาของลูกค้า ดึงข้อมูลประวัติ และเจรจาต่อรอง หรือประสานงานกับมนุษย์ผู้ดูแลในกรณีที่ซับซ้อนได้อย่างไร้รอยต่อ
[ The 5 Reinvention Imperatives: คัมภีร์ฝ่าพายุแห่งความเปลี่ยนแปลง ]
สำหรับผู้นำองค์กรที่ต้องการก้าวข้ามพายุเทคโนโลยีนี้ไปให้ได้ คุณอภิชาต อรุณคุณารักษ์ จาก Accenture ระบุชัดเจนว่า ห้ามเริ่มต้นที่เทคโนโลยี แต่ให้ยึดหลัก 5 ประการสำคัญในการปฏิรูปองค์กร (Reinvention) ดังนี้
🔸 1. Lead with Value (นำด้วยคุณค่า)
อย่าเพิ่งกระโจนใส่ AI เพียงเพราะกลัวตกขบวน แต่ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าปัญหาที่แท้จริงหรือคุณค่า ที่ต้องการสร้างให้องค์กรคืออะไร แล้วค่อยนำ AI มาแก้ตรงจุดนั้นเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
🔸 2. Reinvent Talent (ปฏิรูปคน)
นี่คือหัวใจสำคัญ องค์กรส่วนใหญ่มักทุ่มงบไปที่เทคโนโลยีมากกว่าคนถึง 3 เท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล การปรับตัวที่ยั่งยืนต้องมาพร้อมกับการเตรียมความพร้อมทักษะใหม่ ๆ (Reskill) ให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกับ AI ในฐานะเพื่อนร่วมงานได้ ไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน
🔸 3. Digital Core & Data (รากฐานดิจิทัลและข้อมูล)
AI จะฉลาดไม่ได้เลยถ้าขาดข้อมูล ผู้บริหารมักอยากได้ AI เก่งๆ แต่ลืมดูว่า Data หลังบ้านเชื่อมโยงกันหรือไม่ หรือมีความปลอดภัยเพียงพอหรือยัง การสร้าง Digital Core ที่แข็งแกร่งจึงเป็นสิ่งจำเป็น
🔸 4. Close the Responsible AI Gap (ความรับผิดชอบต้องมาก่อน)
ยิ่ง AI ตัดสินใจเองได้ ความเสี่ยงก็ยิ่งสูง เช่น หาก AI แนะนำข้อมูลผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ? มนุษย์จึงต้องเป็นผู้กำหนดกรอบจริยธรรมและกติกา (Governance) ให้ชัดเจนก่อนนำไปใช้งานจริง
🔸 5. Continuous Reinvention (หมุนวนไม่รู้จบ)
การปฏิรูปด้วย AI ไม่ใช่ ‘โปรเจกต์’ ที่ทำแล้วจบ แต่คือการเดินทาง (Journey) ที่ต้องทำต่อเนื่อง วัดผล และปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ปี 2026 โลกกำลังหมุนไปสู่จุดที่เงินทุนอาจไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดความได้เปรียบอีกต่อไป แต่คือความสามารถในการใช้ Agentic Capital หรือแรงงาน AI ผสานกับการกำหนดนโยบายที่ชาญฉลาดของ ‘มนุษย์’ ที่จะชี้ชะตาอนาคตของธุรกิจในทศวรรษหน้า
เนื้อหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “AI Trends: Transforming Business Beyond the Storm, เทรนด์ AI 2026 กับการเปลี่ยนเกมในโลกธุรกิจ” โดย คุณอภิชาต อรุณคุณารักษ์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี ประจำประเทศไทย จาก Accenture ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน
#FutureTrends #FutureTrendsAheadSummit2026

