Type to search

ส่อง 7 อาณาจักร ซูชิสายพาน ระดับโลก ดันตลาด 1.7 แสนล้าน เหลือเจ้าไหนยังไม่มาไทย?

July 29, 2026 By Thanapon Hussakornrus
บรรยากาศร้านซูชิสายพานยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีรางส่งด่วนและหน้าจอสั่งอาหารดิจิทัล

พาไปดู 7 อาณาจักรซูชิสายพานระดับโลก ที่ผลักดันมูลค่าตลาดโตทะลุ 170,000 ล้านบาท เหลือเจ้าไหนที่ยังไม่มาไทยบ้าง?

ภาพปรากฏการณ์ฝูงชนที่หลั่งไหลไปต่อคิวรอรับประทานอาหารในวัน Grand Opening ของ ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ สาขาแรกในประเทศไทย ณ centralwOrld โดย Maguro Group ทำให้เกิดข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า “ถ้าคุณเห็นร้านไหนคนมุงเยอะๆ ในห้างสรรพสินค้า ยุคนี้นั่นอาจจะเป็นร้านซูชิสายพานแบรนด์ใหม่”

เพราะ ซูชิสายพาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่รูปแบบการเสิร์ฟอาหาร แต่กำลังเป็นเทรนด์หลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมร้านอาหารญี่ปุ่นในระดับสากล รวมถึงในประเทศไทย มันเปรียบได้ดั่งการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของวงการ Food & Beverage ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการบริโภคอาหารนอกบ้านทั้งในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง

มูลค่า ‘เค้กซูชิ’ ระดับโลก จากอาหารพื้นเมืองสู่ขุมทรัพย์หมื่นล้าน

อุตสาหกรรมร้านอาหารซูชิระดับโลก กลายเป็นเซกเมนต์ที่มีพลวัตสูงสุดในโลกธุรกิจอาหาร จากแต่เดิมที่เป็นเพียงธุรกิจเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)

ข้อมูลจากรายงาน Sushi Restaurant Market โดย Dataintelo แสดงให้เห็นว่า ในปี 2025-2026 มูลค่าตลาดซูชิโลกถูกประเมินไว้สูงถึง 2.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.6 แสนล้านบาท) และคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปแตะ 4.61 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.55 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2034 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 8.0%

อย่างไรก็ตาม ในบรรดารูปแบบร้านซูชิทั้งหมด ซูชิสายพาน คือส่วนแบ่งการตลาดที่เติบโตแรงและโดดเด่นที่สุด โดยครองสัดส่วนประมาณ 22.7% คิดเป็นมูลค่ากว่า 5.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.73 แสนล้านบาท) ของตลาดซูชิรวม และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.1% ซึ่งสูงกว่าร้านซูชิแบบดั้งเดิมที่เติบโตเพียง 6.8% ต่อปี

แรงผลักดันหลักมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการ “ความคุ้มค่า” ควบคู่ไปกับประสบการณ์ความบันเทิง และนวัตกรรมที่ทันสมัย ขณะที่ตลาดในประเทศญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่สภาวะอิ่มตัวเชิงโครงสร้างเนื่องจากวิกฤตประชากรลดลง แบรนด์ยักษ์ใหญ่จึงเริ่มเบนเข็มมารุกตลาดต่างประเทศอย่างหนัก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาเหนือ

เจาะลึก 7 อาณาจักรซูชิสายพาน จุดแข็ง นวัตกรรม และสถานะในไทย

1. Sushiro (ซูชิโร่) — พี่ใหญ่ผู้ครองบัลลังก์รายได้และข้อมูล

บริหารโดย FOOD & LIFE Companies Ltd. แบรนด์ Sushiro ถือเป็นเบอร์หนึ่งระดับโลกทั้งในแง่รายได้และจำนวนสาขา โดยในปี 2024 ทำรายได้รวมกว่า 79,000 ล้านบาท และมีสาขาทั่วโลกรวมทุกแบรนด์มากกว่า 1,231 แห่ง

  • จุดแข็งและนวัตกรรม: บุกเบิกการใช้ IC Tag ใต้จานเพื่อควบคุมความสด จานจะถูกคัดออกจากสายพานอัตโนมัติหากวิ่งเกินระยะ 350 เมตร พร้อมกิมมิกจอสั่งอาหารดิจิทัลขนาดใหญ่ ‘Digiro’
  • สถานะในไทย: เปิดบริการแล้ว ปัจจุบันมี 49 สาขา โดยทำรายได้ในปี 2025 ไปได้มากถึง 4,730 ล้านบาท กำไรสูงถึง 728 ล้านบาท (เติบโตขึ้น 97.51% จากปีก่อน)

2. Katsu Midori (คัตสึ มิโดริ) — จานหลายราคา ปลาชิ้นใหญ่

ได้รับยกย่องจากสื่อท่องเที่ยวว่าเป็นหนึ่งในร้าน ซูชิสายพาน ที่คุ้มค่าที่สุดในญี่ปุ่น บริหารในไทยโดย บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด

  • จุดแข็งและนวัตกรรม: โดดเด่นด้วยซูชิหน้าปลาชิ้นใหญ่ เมนูหลากหลายกว่า 200 รายการ และช่วงเวลาทอง (Flash Sale) ประกาศขายเมนูพิเศษให้ฟีลเหมือนอยู่ตลาดปลา
  • สถานะในไทย: เปิดบริการแล้ว ปัจจุบันมี 7 สาขา สร้างยอดขายในปี 2025 ได้สูงถึง 3,248 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 52% กวาดกำไรกว่า 328 ล้านบาท

3. Hama-Sushi (ฮามะ ซูชิ) — ผู้เติบโตด้วยพลังแห่งห่วงโซ่อุปทานยักษ์ใหญ่

แบรนด์ในเครือ Zensho Holdings กลุ่มธุรกิจอาหารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งมีรายได้รวมระดับกลุ่มกว่า 1.03 ล้านล้านเยน และมีสาขาทั่วโลกรวมราว 750-790 แห่ง

  • จุดแข็งและนวัตกรรม: เน้นราคาที่จับต้องง่ายที่สุด (เริ่มต้นจานละ 40 บาทในไทย) ใช้ระบบ Straight Line หรือรางส่งตรงถึงโต๊ะเพื่อลดขยะอาหาร พร้อมบริการโชยุคัดสรรพิเศษ 4 ชนิดบนโต๊ะ
  • สถานะในไทย: เปิดบริการแล้ว โดยเลือกประเทศไทยเป็นหมุดหมายแรกในอาเซียน ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

4. Kura Sushi (คูระ ซูชิ) — ต้นตำรับความบันเทิงและครัว AI

แบรนด์ระดับตำนานที่เปลี่ยนมื้ออาหารให้กลายเป็นเกม มีรายได้ในญี่ปุ่นราว 1.15 แสนล้านเยน (2.36 หมื่นล้านบาท) และในอเมริกาอีกกว่า 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • จุดแข็งและนวัตกรรม: กิมมิก Bikkura-Pon หยอดจานครบ 5 ใบสุ่มรับของรางวัล ใช้ฝาครอบ Mr. Fresh™ พร้อมเซ็นเซอร์ RFID และระบบครัว AI ปฏิวัติการทำงานหลังบ้าน
  • สถานะในไทย: ยังไม่มีสาขาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากปัจจุบันเน้นการขยายตัวในตลาดสหรัฐอเมริกาและไต้หวันเป็นหลัก

5. Kappa Sushi (กัปปะ ซูชิ) — ผู้บุกเบิกระบบรถไฟ Shinkansen

อยู่ภายใต้เครือ Colowide Group ผู้เล่นรายสำคัญที่เน้นตลาด Fast-Casual สร้างรายได้ประมาณ 6.7 หมื่นล้านเยน (1.37 หมื่นล้านบาท) มีสาขาในญี่ปุ่นราว 450 แห่ง

  • จุดแข็งและนวัตกรรม: ผู้บุกเบิกเทคโนโลยี Shinkansen Express Lane รถไฟความเร็วสูงส่งอาหารตรงถึงโต๊ะ และแคมเปญบุฟเฟต์ดึงดูดกลุ่มครอบครัว
  • สถานะในไทย: ยังไม่มีสาขา ปัจจุบันเน้นการรุกตลาดเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย

6. Genki Sushi (เก็นกิ ซูชิ) — จอมทัพแฟรนไชส์ข้ามชาติ

แบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญในการขยายตัวผ่านพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น สร้างรายได้ในญี่ปุ่นกว่า 3 หมื่นล้านเยน (6.15 พันล้านบาท) และแข็งแกร่งอย่างมากในต่างประเทศผ่านเครือข่าย Maxim’s Group

  • จุดแข็งและนวัตกรรม: ใช้ระบบส่งอาหาร Kousoku Express Train ลดสัดส่วนพนักงานเสิร์ฟหน้าร้านอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี Automation
  • สถานะในไทย: เปิดให้บริการแล้ว ปักหมุดแลนด์มาร์กสำคัญ ณ centralwOrld ชั้น 5

7. Kaiten Sushi Ginza Onodera — ซูชิสายพานพรีเมียมน้องใหม่

ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ Onodera Group เจ้าแห่งการประมูลทูน่าอันดับ 1 ของโลก ณ ตลาดโทโยสุ นำเข้าไทยโดย Maguro Group

  • จุดแข็งและนวัตกรรม: ยกระดับซูชิสายพานสู่มาตรฐานโอมากาเสะ ด้วยการใช้เนื้อปลาทูน่าเกรดประมูล และเทคนิค ‘Aka Shari’ (ข้าวซูชิสีแดงบ่มน้ำส้มสายชู) เสิร์ฟในราคาที่จับต้องได้
  • สถานะในไทย: เปิดบริการแล้ว ประเดิมสาขาแรกอย่างยิ่งใหญ่ ณ centralwOrld ชั้น 7

ตารางเปรียบเทียบ 7 อาณาจักรซูชิสายพานระดับโลก

แบรนด์บริษัทแม่ / ผู้บริหารในไทยนวัตกรรมเด่นสถานะในประเทศไทย
1. SushiroFOOD & LIFE CompaniesIC Tag คัดจานหมดอายุ, จอ Digiroเปิดแล้ว (49 สาขา)
2. Katsu Midoriเดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ปปลาชิ้นใหญ่, ช่วงเวลา Flash Saleเปิดแล้ว (7 สาขา)
3. Hama-SushiZensho Holdingsรางส่งตรง Straight Line, โชยุ 4 ชนิดเปิดแล้ว (เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า)
4. Kura SushiKura Sushi, Inc.Bikkura-Pon, ฝา Mr. Fresh, ครัว AIยังไม่มี
5. Kappa SushiColowide Groupรถไฟ Shinkansen Express Laneยังไม่มี
6. Genki SushiMaxim’s GroupKousoku Express Train, Supply Chainเปิดแล้ว (centralwOrld ชั้น 5)
7. Ginza OnoderaMaguro Groupทูน่าระดับประมูล, ข้าว Aka Shariเปิดแล้ว (centralwOrld ชั้น 7)

เทรนด์ซูชิสายพานบอกอะไรเรา? โอกาสทองหรือฟองสบู่ที่รอวันแตก

เบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ ซูชิสายพาน คือภาพของการปรับตัวเข้าหา Digital Transformation และ Automation การนำหุ่นยนต์และระบบ AI มาใช้ไม่ใช่แค่เพื่อสร้างกิมมิก แต่เป็นเครื่องมือจำเป็นในการควบคุมต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นทั่วโลก

หากนำแนวคิด Product Life Cycle มาวิเคราะห์ จะพบความแตกต่างของสองตลาดอย่างชัดเจน:

  • ประเทศญี่ปุ่น: ตลาดอยู่ในช่วงอิ่มตัว (Maturity Stage) ทำให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต้องเร่งขยายฐานออกสู่ต่างประเทศ
  • ประเทศไทย: ตลาดยังอยู่ในช่วงเติบโตสูง (Growth Stage) ผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างคึกคักและพร้อมตั้งแถวต่อคิวเมื่อมีแบรนด์ใหม่เข้ามาปักหมุด

คำถามสำคัญทางธุรกิจที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกทยอยเข้ามารุกตลาดไทยจนครบ สมรภูมินี้จะกลายเป็น Red Ocean ที่ขับเคี่ยวกันด้วยสงครามราคา หรือจะวิวัฒนาการกลายเป็น New Normal ยั่งยืนที่ผสานงานคราฟต์ระดับพรีเมียมเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะได้อย่างลงตัว… เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

เขียนโดย: ธนพนธ์ หัสกรรัตน์