เจาะเบื้องหลัง ‘ttb spark academy’ สู่คำตอบว่าทำไมคนทำงาน Tech & Data ยุคนี้ ถึงต้องมีพื้นที่ให้ ‘Grow’ ยิ่งกว่าเดิม

ไม่เพียงแค่เรื่องของ Data แต่คือการเข้าใจ ‘ชีวิต’… ถอดรหัสวิธีคิดของ ttb spark academy พื้นที่ที่เชื่อว่า AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่มาช่วยให้เราสร้าง Impact ได้มากกว่าที่เคย
[เมื่อโลกหมุนด้วยอัลกอริทึม แต่หัวใจของการทำงานยังคือ ‘คน’]
ในวันที่โลกหมุนไปข้างหน้าด้วยความเร็วแบบ Exponential กล่าวคือเทคโนโลยีและความทันสมัยเปลี่ยนผ่านแทบตลอดเวลา การปรับใช้ Digital Transformation ภายในองค์กรถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกองค์กรต่างนำ Tech และ Data มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ภาพจำของมนุษย์เงินเดือนที่หวาดกลัวการถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไป ทั้งเด็กจบใหม่ หรือคนที่ทำงานมานานแล้วก็ตาม แต่ในมุมมองของ ttb กลับมีความเชื่อที่สวนทางและน่าสนใจยิ่งกว่า
ที่นี่ไม่ได้มองว่า AI คือคู่แข่งที่จะมาแย่งเก้าอี้ทำงาน แต่มองว่า AI คือ ‘พาร์ทเนอร์’ ที่ทรงพลัง คือผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้ามาช่วยทุ่นแรงในสิ่งที่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ ๆ เพื่อให้เรามีเวลาเหลือเฟือที่จะไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกว่า นั่นคือการ ‘คิด สร้าง และใช้’ เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วและพัฒนาขึ้นในทุก ๆ วันนั้น ให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรู แต่คือรากฐานสำคัญของ ttb spark academy ในบทบาทที่ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่แค่เฟ้นหาคนเก่งเข้าองค์กร แต่เน้นการ ‘พัฒนา’ Talents ให้พร้อมรับมือกับยุคสมัย เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้แค่ใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องเข้าใจวิธีใช้มันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
[Humanized Digital Banking เริ่มต้นที่ ‘ลูกค้า’ ไม่ใช่ ‘เทคโนโลยี’]
หากเจาะลึกลงไปในวิธีคิดของ ttb จะพบว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่การพยายามเป็นองค์กรที่มีเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัยที่สุด หรือแพงที่สุดในตลาด แต่คือการตั้งคำถามเสมอว่า ‘จะทำอย่างไรให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด?’
ภายใต้วิสัยทัศน์ Humanized Digital Banking หรือ ดิจิทัลแบงก์กิ้งที่เป็นมิตร รู้จัก และรู้ใจ ทำให้ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงชุดตัวเลขทางสถิติ แต่คือร่องรอยของ ‘ไลฟ์สไตล์’ และ ‘ชีวิตทางการเงิน’ ของลูกค้าแต่ละคน โจทย์ของทีมงานคือการเปลี่ยนข้อมูลดิบมหาศาลเหล่านั้นให้กลายเป็นความเข้าใจลูกค้าและสื่อสารออกมาแบบที่จับต้องได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำ Data & AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าที่มีความซับซ้อน เพื่อส่งมอบ Personalized Message หรือข้อความแจ้งเตือนที่รู้ใจไปยังลูกค้าแต่ละคน ผ่าน Personalized AI Engine การทำสิ่งนี้คือการแก้โจทย์ที่ยากทางเทคนิค ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ ‘ง่าย’ และ ‘มีประโยชน์’ ต่อชีวิตจริง ช่วยให้ลูกค้าจัดการเรื่องเงินได้ดีขึ้น ประหยัดมากขึ้น และมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งนี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีมีไว้เพื่อรับใช้ลูกค้า ไม่ใช่เพื่อโชว์ความล้ำหน้าเพียงอย่างเดียว
[‘ttb spark’ Digital Hub ที่เป็นมากกว่าที่ทำงาน]
เพื่อให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือ แต่ต้องมี ‘Digital Hub’ ที่แข็งแกร่ง ttb spark จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ด้วยความเชื่อและความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับชีวิตของลูกค้า ผ่านการทำงานแบบ Agile ที่ลดขั้นตอนยุ่งยาก เน้นความคล่องตัว เพื่อพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย รวดเร็ว และตรงจุด โดยไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเดิม ๆ
และภายใต้ Digital Hub แห่งนี้ ก็มี ttb spark academy ทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งเรียนรู้แห่งโอกาส สำหรับน้อง ๆ รุ่นใหม่ที่มองหาความท้าทายในสาย Tech & Data ให้ได้มาสัมผัสประสบการณ์จริง โดยมี Mentor ตัวจริงจากทีมต่าง ๆ คอยให้คำปรึกษาผ่านโครงสร้างการพัฒนา 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่:
1. Build (สร้างรากฐาน): การร่วมมือกับกว่า 10 มหาวิทยาลัย และ 30 คณะ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และจัด Knowledge Sharing Session กระตุ้นให้นิสิตนักศึกษาตระหนักถึงประโยชน์ของ Tech & Data ทั้งในมุมการเงิน การธนาคาร และการตลาด เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานจริง
2. Groom (บ่มเพาะ): เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบผ่านการฝึกงานและการทำเวิร์กชอปที่เข้มข้น
3. Growth (เติบโต): หัวใจสำคัญคือการต่อยอดให้น้อง ๆ ที่ผ่านการฝึกงาน ได้ทำงานจริงและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จริงร่วมกับทีมงานมืออาชีพ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วย Mindset ที่สอดคล้องกับโลกธุรกิจ
ผลลัพธ์จากการบ่มเพาะใน Digital & Tech Ecosystem นี้ ก่อให้เกิดโปรเจกต์ที่สร้าง Impact จริงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘Customer Dashboard’ ที่ใช้ Data Visualization มาช่วยวิเคราะห์ผลตอบรับเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้รวดเร็วขึ้น ‘Chatbot for Contact Center’ ที่ช่วยให้ทีม ttb Contact Center สามารถแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้แบบ Real-time ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องเดินทางไปสาขา หรือโปรเจกต์ ‘AI Assistant for Personalized Motor Insurance Recommendation’ ที่ใช้ Data ทำให้การเสนอขายประกันกลายเป็นการนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจ ในช่วงเวลาที่ใช่ ที่ลูกค้าสะดวก ไม่ใช่การรบกวนลูกค้า
ความสำเร็จตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนผ่านการตอบรับของนิสิตนักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมโครงการ Tech & Data internship program กว่า 5,000 ใบสมัคร โดยน้อง ๆ นิสิตนักศึกษาจากโครงการนี้ ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นพนักงานสาย Digital & Tech ตัวจริงได้กว่า 40 คน
[AI Enhance People กับภารกิจปั้นคน ‘คิด-สร้าง-ใช้’]
ttb spark academy ยังได้ต่อยอด Digital Driven Culture การทำงานที่เรียกว่า ‘AI Enhance People’ มาเป็นแกนหลักที่ใช้ในการขับเคลื่อนพนักงานในองค์กรให้ ‘Grow’ ไปข้างหน้า
ในยุคนี้ บทบาทของ ttb spark academy จึงเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการมุ่งเน้นพัฒนาทักษะพนักงานในองค์กรผ่านแนวคิดการทำงานแบบ ‘คิด-สร้าง-ใช้’
คิด (Think) : กล้าที่จะคิดต่าง และมองหาโซลูชันใหม่ ๆ โดยเริ่มต้นจากปัญหาของลูกค้า
สร้าง (Create) : สร้างสรรค์นวัตกรรมโดยการนำ AI ที่มีประสิทธิภาพในตลาดอยู่แล้ว (Existing Market AI) มาประยุกต์ใช้ ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่จากศูนย์หากของเดิมดีอยู่แล้ว แต่ต้องรู้จักหยิบจับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ใช้ (Use) : ใช้งานเครื่องมือทุ่นแรงอย่าง AI Agent หรือ Copilot เพื่อลดภาระงาน Routine และเพิ่มความแม่นยำรวดเร็ว
[พื้นที่ที่การ ‘Grow’ มีความหมายมากกว่าแค่ทักษะ]
ท้ายที่สุดแล้ว การเติบโตในสายงาน Tech & Data ที่ ttb spark academy มอบให้ จึงไม่ใช่แค่การเติมเต็มทักษะทางเทคนิค แต่คือการพาตัวเองไปอยู่ใน Environment ที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้และเติบโตอย่างแท้จริง
พื้นที่แห่งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเราเชื่อมั่นว่า AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่มาช่วยสนับสนุนให้คนทำงานได้ดีขึ้น เราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับลูกค้าและสังคมได้ นี่คือคำตอบว่าทำไมคนทำงาน Tech ยุคใหม่ ถึงควรพาตัวเองมาอยู่ในที่ที่เชื่อในศักยภาพของ ‘คน’ ควบคู่ไปกับ ‘เทคโนโลยี’
