สโรจ เลาหศิริ จาก The Strategist แนะนำ! เปลี่ยน ‘เทรนด์’ ให้เป็น ‘กลยุทธ์’ ด้วย Strategic Foresight

สรุปเนื้อหาในเซสชัน “Turn Future Trends to Strategy with Strategic Foresight เปลี่ยนเทรนด์อนาคตสู่กลยุทธ์ธุรกิจ ด้วย Strategic Foresight” โดยคุณสโรจ เลาหศิริ (The Strategist) ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026
ในโลกธุรกิจยุคเก่า เครื่องมืออย่าง SWOT, PESTLE หรือ Porter’s 5 Forces เปรียบเสมือนเข็มทิศคู่ใจของผู้บริหาร แต่ในยุคที่โลกหมุนเร็วเช่นนี้ เครื่องมือเหล่านี้อาจกลายเป็นกับดัก เพราะมักบอกเล่าเรื่องราวจากข้อมูลใน ‘อดีต’ หรือสถานการณ์ ‘ปัจจุบัน’ เท่านั้น
แต่สำหรับผู้นำองค์กรแล้วนั้น สิ่งที่ต้องหาคำตอบให้ได้คือ “เรากำลังจะเจอกับอนาคตแบบไหน?”
กับดักของอนาคตที่เป็นเส้นตรง (The Linear Trap) คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของหลายองค์กร ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่หลายแบรนด์ระดับโลกต่างเดิมพันหมดหน้าตักกับความเชื่อที่ว่า ‘โลกจะเปลี่ยนไปตลอดกาล’
- 🔸 Zoom: เชื่อว่าการทำงานทางไกล (Remote Work) จะอยู่ถาวร จึงเร่งขยายฟีเจอร์และองค์กรอย่างมหาศาล แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุค Hybrid การใช้งานกลับไม่ได้เติบโตพุ่งทะยานเช่นเดิม
- 🔸Peloton: เดิมพันว่าคนจะออกกำลังกายที่บ้านตลอดไป จนเมื่อยิมกลับมาเปิด ผู้คนโหยหาการเข้าสังคม ทำให้สต็อกสินค้าล้นเหลือ
- 🔸 Nike: มุ่งเน้นยอดขายดิจิทัล (DTC) เต็มที่ ตัดตัวแทนจำหน่ายทิ้ง แต่กลับมองข้ามไปว่าลูกค้ายังต้องการสัมผัสสินค้าจริงและชุมชนหน้าร้าน เปิดช่องว่างให้คู่แข่งอย่าง On และ New Balance แทรกตัวเข้ามาได้
บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า การมองอนาคตเพียงรูปแบบเดียวคือความเสี่ยงมหาศาล และนี่คือที่มาของ Strategic Foresight หรือการมองภาพอนาคตเชิงกลยุทธ์
[ Strategic Foresight ไม่ใช่การทายถูก แต่คือการ ‘พร้อมตั้งรับ’ ]
หัวใจสำคัญของ Strategic Foresigh ไม่ใช่การพยากรณ์ให้แม่นยำ (Forecast) แต่เป็นการเตรียมความพร้อม (Being Ready) สำหรับทุกสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ผ่านกระบวนการ 5 ขั้นตอนสำคัญ
📌 1. Frame: ตีกรอบโจทย์ให้คมก่อนเริ่มเดินทาง
ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การมองหาคำตอบ แต่คือการตั้งคำถามที่ถูกต้อง ขั้นตอนนี้คือการ Framing & Purpose หรือการกำหนดขอบเขตของอนาคตที่องค์กรอยากสำรวจ
ลผู้นำองค์กรต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้องการมองอนาคตในช่วงเวลาใด (3 ปี, 5 ปี หรือ 10 ปี) และมีจุดประสงค์เพื่อตั้งรับเทรนด์ที่จะเกิดขึ้น หรือเพื่อต้องการเป็นผู้กำหนดอนาคตนั้นเอง การกำหนด Scope ที่ชัดเจนเปรียบเสมือนการปักหมุดบนแผนที่ เพื่อไม่ให้ทีมงานหลงทางไปกับข้อมูลมหาศาล
📌 2. Scan: สแกนหาสัญญาณ เล็กแค่ไหนก็ห้ามมองข้าม
เมื่อรู้ขอบเขตแล้ว ขั้นต่อมาคือการ Mapping Environment หรือการสแกนหาสัญญาณ (Signals) และแนวโน้ม (Trends) ที่อยู่รอบตัว ความท้าทายในขั้นตอนนี้คือ องค์กรมักมองเห็นแต่ Megatrends แต่กลับละเลย Weak Signals หรือสัญญาณอ่อนๆ ที่ดูคลุมเครือ
ซึ่งสัญญาณเล็กๆ เหล่านี้เองที่มักจะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ในอนาคต การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมอย่างละเอียด (เช่น DESTEP) จะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ครบถ้วนและแม่นยำยิ่งขึ้น
📌 3. Foresighting: จำลองโลกคู่ขนาน (Multiverse of Futures)
นี่คือหัวใจสำคัญที่แยก Strategic Foresight ออกจากการวางแผนทั่วไป แทนที่จะเดิมพันกับอนาคตเพียงรูปแบบเดียว (Projected Linear Future) ขั้นตอนนี้คือการ Scenario Building หรือการสร้างภาพอนาคตจำลองที่หลากหลาย ทั้งแบบ Best Case, Worst Case และแบบทางเลือกอื่นๆ
การสร้างฉากทัศน์เหล่านี้ช่วยให้องค์กรเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ และไม่ตกใจเมื่อสถานการณ์จริงไม่เป็นไปตามแผนหลัก
📌 4. Strategy: ทดสอบความแกร่งในอุโมงค์ลม
เมื่อมีภาพอนาคตหลายรูปแบบแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือ Strategic Options หรือการวางกลยุทธ์ คำถามสำคัญคือ “กลยุทธ์ชุดปัจจุบันของเราจะยังรอดอยู่ไหมถ้าเกิดฉากทัศน์ที่แย่ที่สุด?”
เปรียบเสมือนการนำรถยนต์ต้นแบบไปทดสอบในอุโมงค์ลม (Wind Tunnel Testing) เพื่อดูว่ามันต้านทานแรงลมในสภาวะต่างๆ ได้ดีแค่ไหน ขั้นตอนนี้จะช่วยคัดกรองทางเลือกที่ยืดหยุ่นและทนทานที่สุดสำหรับองค์กร
📌 5. Action: เปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นภารกิจ
ขั้นตอนสุดท้ายคือการดึงภาพอนาคตกลับมาสู่ปัจจุบันด้วย Action & Monitoring การวาง Roadmap ที่จับต้องได้ พร้อมกำหนดตัวชี้วัด (Indicators) เพื่อคอยจับตาดูสัญญาณเตือนภัย หากโลกเริ่มหมุนไปในทิศทางของฉากทัศน์ใดฉากทัศน์หนึ่ง องค์กรก็พร้อมที่จะหยิบแผนสำรองที่เตรียมไว้มาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มคิดใหม่จากศูนย์
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำธุรกิจในวันนี้ แผนสำรองเพียงแผนเดียวอาจไม่เพียงพอ Strategic Foresight ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำโดยสถานการณ์ มาเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นผู้ที่ปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด
เนื้อหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “Turn Future Trends to Strategy with Strategic Foresight เปลี่ยนเทรนด์อนาคตสู่กลยุทธ์ธุรกิจ ด้วย Strategic Foresight” โดยคุณสโรจ เลาหศิริ (The Strategist) ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน
#FutureTrends #FutureTrendsAheadSummit2026

