ปัจจุบัน โลกของการท่องเที่ยวไม่ได้ถูกนิยามให้กับการเดินทางจากจุด A ไปจุด B เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะการท่องเที่ยวของใครบางคน ก็ถูกมองว่าเป็นการแสวงหา ‘ประสบการณ์’ ที่เต็มไปด้วยความหมาย ทำให้อุตสาหกรรมค้าปลีก ที่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว จำเป็นต้องขยับตัวตามเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของการเป็น Destination หรือจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว การนำเทคโนโลยีมาบูรณาการเข้ากับไลฟ์สไตล์อย่างกลมกลืนจึงกลายเป็นทางออกเชิงกลยุทธ์ และหนทางสู่ชัยชนะในสมรภูมินี้
Future Trends มีโอกาสได้เจาะลึกกลยุทธ์ของ สยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโกลบอลเดสติเนชั่นชั้นนำ ที่ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ หัวเว่ย (Huawei) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับการท่องเที่ยวไทย ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมที่เปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่ ให้กลายเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์สำหรับนักเดินทางทั่วโลก พร้อมตอกย้ำบทบาท Game Changer ในการสร้าง Global Experiential Destination และมาตรฐานใหม่ของ Retail Tech
[ จาก Ecosystem สู่ Wearable Tech ก้าวสำคัญของ Retail Tech ]
หัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่าง สยามพิวรรธน์ กับ หัวเว่ย ในครั้งนี้คือการเปิดตัว ‘ONESIAM Global Visitor Card’ บน Huawei Wearables ซึ่งถือเป็นรีเทลรายแรกในประเทศไทยที่นำระบบบัตรสมาชิกมาไว้บนอุปกรณ์สวมใส่ของ Huawei อย่างเต็มรูปแบบ
การเดินหน้าในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการย้ายบัตรสำคัญจากกระเป๋าสตางค์มาไว้บนข้อมือ แต่คือการสร้าง New Growth Engine ที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้งาน Huawei Wearables ได้มากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก หลังจากที่สยามพิวรรธน์ ได้นำ ONESIAM Global Visitor Card เชื่อมกับระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ของหัวเว่ย ในปี 2568 ทำให้เข้าถึงผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนกว่า 400 ล้านเครื่องในจีน
โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะจากตลาดสำคัญอย่าง จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน กลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Retail Tech ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในศูนย์การค้า แต่เริ่มทำความรู้จักกับลูกค้าตั้งแต่ที่เขายังไม่ออกเดินทาง
[ เมื่อเทคโนโลยีคือ ‘คันเร่ง’ ประสบการณ์จึงเป็น ‘หัวใจ’ ]
หากจะวิเคราะห์ลึกไปถึงเบื้องหลังความสำเร็จ คุณอัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้เปิดเผยเบื้องหลังการทำงานร่วมกันที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020
“ตั้งแต่ปี 2020 มีการนำ Huawei Cloud มาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน Retail Omnichannel และต่อมาพัฒนา ONESIAM SuperApp ที่เชื่อมต่อประสบการณ์ออนไลน์–ออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมรีเทล พร้อมสร้างคุณค่าให้ลูกค้า พันธมิตร และระบบนิเวศโดยรวม ควบคู่กับการขยาย Global Partner Ecosystem และมอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่”
โดยในปี 2026 คุณอัมพรเผยเพิ่มเติมว่าทาง สยามพิวรรธน์ได้ตั้งเป้าเพื่อต่อยอดความร่วมมือผ่านการพัฒนาโซลูชันบน Quick App ONESIAM และการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีสวมใส่ เพื่อเพิ่ม Engagement กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมยกระดับประสบการณ์ผ่านนวัตกรรมของหัวเว่ยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ในมุมของฝั่งเทคโนโลยี Rachel Zhou ซึ่งเป็น Director จาก HUAWEI Consumer Cloud Service APAC มองว่าการร่วมมือกันของทั้งสองคือ “การผสานพลังที่มีความหมาย ระหว่างจุดหมายปลายทางระดับโลกกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อสร้างคุณค่าที่โดดเด่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย”
สำหรับการใช้ Quick App บนระบบ HarmonyOS ช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันให้ยุ่งยาก ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่การออกแบบ Customer Journey ที่ครอบคลุมแบบ 360 องศา ตั้งแต่ก่อนเดินทางจนจบทริป
[ กลยุทธ์ Data-Driven Insight ความแม่นยำที่มาพร้อมความรู้สึก ]
สิ่งที่ทำให้กลยุทธ์นี้โดดเด่นคือการใช้ Data-driven insights มาออกแบบ Touchpoint ของกลุ่มเป้าหมาย โดยสยามพิวรรธน์มอบประสบการณ์แบบ Personalized ที่ตรงใจนักท่องเที่ยวแต่ละคน ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งอย่าง Huawei Cloud ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงตรุษจีนปี 2569 ที่ผ่านมา เมื่อช่องทางของหัวเว่ย กลายเป็นช่องทางหลักที่สร้างยอดลงทะเบียน ONESIAM Global Visitor Card สูงที่สุด และสามารถผลักดันยอดลงทะเบียนในช่วงก่อนเดินทางให้เติบโตมากกว่า 400% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นี่คือตัวเลขที่ยืนยันว่า เมื่อเทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างถูกที่ถูกเวลา มันจะกลายเป็นคันเร่งธุรกิจที่ทรงพลัง
นอกจากโลกดิจิทัลแล้ว สยามพิวรรธน์ยังเติมเต็มประสบการณ์ด้วยพื้นที่จริงผ่าน HUAWEI Experience Store แฟลกชิปสโตร์รูปแบบใหม่ที่สยามพารากอน ซึ่งเป็นสาขาแรกในอาเซียนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่ให้บริการแบบ One-Stop Service ทั้งขาย ทดลอง และซ่อมแซมในที่เดียว
[ ก้าวสู่ Smarter Travel แค่ ‘เดิน’ ก็ได้รับรางวัล ]
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานจริงและสร้างสีสันให้กับการชอปปิง สยามพิวรรธน์ได้เปิดตัวแคมเปญที่เชื่อมโยงเรื่องสุขภาพเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้ ONESIAM Global Visitor Card บน Huawei Wearables เพียงแค่เดินให้ครบ 2,000 ก้าว ก็สามารถรับ Gift Card มูลค่า 500 บาทได้ทันทีที่ Tourist Lounge สยามพารากอน หรือไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค 69 – 31 ส.ค. 69
แคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดแบบใหม่ที่มองว่า ‘ทุกย่างก้าวของลูกค้าคือโอกาส’ และเป็นการเปลี่ยนการเดินชมศูนย์การค้าให้กลายเป็นเกมที่สนุกและน่าสนใจ หรือ Gamification ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ
[ บทสรุปของอนาคต Travel Retail ]
ความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์กับหัวเว่ยในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้คนในอุตสาหกรรมค้าปลีกเห็นว่า ‘Global Destination’ ไม่ได้สร้างขึ้นจากอิฐและปูนเพียงอย่างเดียว มันต้องเสริมสายใยของเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับความต้องการของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ
สำหรับอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็นการเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในวันนี้คือ สยามพิวรรธน์ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะ Game Changer ที่พร้อมจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการค้าปลีกไทย ให้ก้าวไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลกที่สมบูรณ์แบบกว่าที่เคยเป็นมา
#FutureTrends #SiamPiwat #Huawei #Wearable #SiamParagon #RetailTech


