หากพูดถึงสถานีบริการน้ำมัน หรือ ปั๊มน้ำมัน เราคงจะนึกถึงสถานที่แวะพักชั่วคราวเพื่อเติมน้ำมัน ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ หรือเข้าห้องน้ำ แล้วก็รีบเดินทางต่อใช่ไหม?
ทว่าในปัจจุบัน ภาพจำแบบนั้นกำลังเลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วย Hub ขนาดย่อม ที่ประกอบไปด้วยร้านกาแฟ ร้านอาหาร จุดรับส่งพัสดุ กลายเป็นภาพจำของปั๊มน้ำมันที่เราคุ้นเคยกัน
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มร้านค้าเข้าไปในพื้นที่ว่าง แต่คือการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจระดับโลกที่เรียกว่า ‘Mobility Economy’ หรือ เศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าทุกกิโลเมตร มันกำลังเปลี่ยนนิยามของปั๊มน้ำมันให้เป็นมากกว่าจุดแวะพักการ สู่พื้นที่แห่งการใช้ชีวิตและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
และกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดในประเทศไทย คือการขยับตัวครั้งใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่กำลังมองหา S-Curve ใหม่ เพื่อหนีจากกับดักธุรกิจพลังงานแบบเดิม ด้วยการจับมือกับพันธมิตรข้ามสายธุรกิจอย่าง โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เพื่อสร้าง Ecosystem ภายในปั๊มน้ำมันให้สมบูรณ์แบบที่สุด
⛽ [ จาก Energy Company สู่ Lifestyle Platform เมื่อยักษ์ใหญ่อยากหา S-Curve ใหม่ ]
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมแบรนด์ถึงต้องหาธุรกิจใหม่ เราต้องมองไปที่ Pain Points และวิกฤตที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจพลังงาน
1️⃣ กับดักกำไรน้ำมัน: แม้รายได้กว่า 90% ของธุรกิจสถานีบริการจะยังมาจากน้ำมัน แต่ในความเป็นจริง อัตรากำไรของธุรกิจนี้กำลังถดถอยลงเรื่อยๆ จากความผันผวนของราคาตลาดโลกและกระแสยานยนต์ไฟฟ้า องค์กรในอุตสาหกรรมจึงตระหนักดีว่ากำไรไม่ได้กระจุกอยู่แค่ที่ธุรกิจน้ำมัน แต่ขยายไปยังธุรกิจกลุ่มไลฟ์สไตล์ด้วย
2️⃣ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป: การระบาดของโควิดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดวิถีชีวิตแบบ Hybrid Work และ Digital Nomad ผู้คนไม่ได้ต้องการแค่เติมน้ำมัน แต่ต้องการพื้นที่ที่สามารถทำงาน กิน และพักผ่อนได้ในที่เดียว ส่งผลให้สถานีบริการแบบเดิมที่เน้นความเร็วไม่ตอบโจทย์ ต้องเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่เน้นประสบการณ์
3️⃣ คนใช้เวลาในปั๊มน้ำมันนานขึ้น: การมาถึงของรถยนต์ EV สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญ คือระยะเวลาการรอชาร์จไฟที่นานขึ้นเฉลี่ย 20-40 นาที เทียบกับรถสันดาปที่ใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีในการเติมน้ำมัน ช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้นนี้คือโอกาสทอง เพราะมันคือช่วงเวลาที่ผู้บริโภคพร้อมจะจับจ่ายใช้สอย หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
ด้วยปัจจัยเหล่านี้กลุ่มธุรกิจปั๊มน้ำมันต่างก็เร่งปรับบทบาท มาเป็นแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต เชื่อมต่อทั้งบริการ Offline และ Online เข้าด้วยกัน
🏨 [ เจาะลึกดีล OR x CENTEL: ทำไมต้องเป็นโรงแรม? ]
การประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ระหว่าง OR (ผ่านบริษัทย่อย Modulus Venture) และ โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เพื่อพัฒนาธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)
คำถามคือ ทำไมต้องเป็นโรงแรม?
หากเราวิเคราะห์ผ่านเลนส์ทางธุรกิจ เราจะเห็น Strategic Synergy ที่น่าสนใจ
- OR มีทำเลทอง: จุดแข็งที่สุดของ OR คือเครือข่ายสถานีบริการ PTT Station ที่ครอบคลุมเส้นทางคมนาคมหลักทั่วประเทศ ซึ่งเป็นทำเลที่โรงแรมทั่วไปเข้าถึงยาก การนำที่ดินเหล่านี้มาพัฒนาเป็นโรงแรมจึงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ และช่วยดึงดูด Traffic ให้เข้ามาอยู่ในสถานีบริการนานขึ้น
- CENTEL มีความเชี่ยวชาญทางโรงแรม: การบริหารโรงแรมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทำให้ CENTEL ที่มีความเก่งด้านนี้ กลายเป็นพาร์ตเนอร์ที่น่าสนใจ อีกทั้งการร่วมมือนี้ช่วยให้ CENTEL ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วในรูปแบบ Asset-light model โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่ดินมหาศาล
- Data Ecosystem: สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของความร่วมมือนี้คือมีแนวโน้มว่าทั้งสองจะเชื่อมต่อฐานข้อมูลสมาชิก Blue Card ของ OR และ The1 ของกลุ่มเซ็นทรัล เข้าเป็น CRM เดียวกัน ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเห็นพฤติกรรมลูกค้าได้รอบด้าน ตั้งแต่พฤติกรรมการเติมน้ำมัน การดื่มกาแฟ ไปจนถึงการพักผ่อน
🚧 [ Budget Hotel คือ Infrastructure ของนักเดินทาง ]
ในยุคสมัยของเทรนด์ Mobility Economy โรงแรมราคาประหยัด ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงที่พักแรมราคาถูกอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับให้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน
โมเดลโรงแรมที่ OR และ CENTEL กำลังจะปั้นขึ้นมานี้ จะต้องถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ภายในเครือ OR เองก็มีแบรนด์ที่สามารถสนับสนุนการเติบโตของ Ecosystem ได้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟอย่าง Café Amazon หรือ ธุรกิจบริการซักผ้าอย่าง Otteri ที่พร้อมส่งเสริมการทำให้ ปั๊มน้ำมันกลายเป็น Community Hub ที่สมบูรณ์แบบในการใช้ชีวิต
🔮 [ มองอนาคตผ่าน Mobility Economy เมื่อการเดินทาง คือ การใช้ชีวิต ]
สิ่งที่ OR และ CENTEL กำลังทำ สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่กำลังเกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น โมเดล Michi-no-Eki ในญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนจุดพักรถให้เป็นศูนย์กลางชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น หรือในยุโรปที่สถานีบริการกำลังเปลี่ยนเป็น Multi-mobility Hubs ที่รวมเอาบริการขนส่ง พลังงาน และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน
ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles) เข้ามามีบทบาทเต็มตัว รถยนต์จะเปรียบเสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ และสถานีบริการน้ำมันจะกลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต ที่ผู้คนมาใช้เวลาเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างรอการเดินทางหรือชาร์จพลังงาน
การขยับตัวของ OR ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การหา S-Curve เพื่อความอยู่รอด แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อเป็นผู้นำคุมกฎในระบบนิเวศการเดินทางยุคใหม่
⚠️ [ บทสรุป ]
เรื่องราวของ OR และการสร้าง Ecosystem ร่วมกับ CENTEL เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า เส้นแบ่งระหว่างอุตสาหกรรมพลังงาน ค้าปลีก และโรงแรม ได้พังทลายลงแล้ว
สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือยุคที่ปลาใหญ่ไม่ได้น่ากลัวเท่า ‘ปลาเร็ว’ และ ‘ปลาที่ว่ายข้ามบ่อ’
เพราะในโลกอนาคต ผู้ชนะจะเป็นคนที่สามารถบริหารจัดการเวลาและคุณภาพชีวิตของผู้คนในระหว่างการเดินทางได้ดีที่สุด และเปลี่ยนเวลาที่สูญเปล่าบนท้องถนน ให้กลายเป็นเวลาที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์


