RÊVER GROUP เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็น พลังขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นกว่าเดิม กับรางวัล The Most Impactful จากเวที Future Trends Awards 2026

RÊVER GROUP ได้รับรางวัล The Most Impactful ในเวที Future Trends Awards 2026 รางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่เป็นที่สุดด้านการส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
ทาง RÊVER GROUP กำลังออกแบบระบบนิเวศของการเดินทางในประเทศไทย ตั้งแต่การเข้าถึงเทคโนโลยีสะอาดของประชาชนทุกระดับ การสร้างงานในอุตสาหกรรมใหม่ ไปจนถึงการเปิดทางให้คนไทยมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก
สิ่งที่ทำให้องค์กรนี้แตกต่างคือการมองธุรกิจในมุมที่กว้างกว่าการซื้อขาย บริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ การจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าผ่านเครือข่าย RÊVER HUB ทั่วประเทศ, บริการหลังการขายและประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร, การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน RÊVER App และระบบ Smart EV Platform
แต่สิ่งที่ทำให้ RÊVER GROUP ก้าวข้ามจากผู้ขายไปสู่ผู้สร้างระบบ คือโมเดล EV Ecosystem แบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงทุกจุดสัมผัสของการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน
เครือข่ายสถานีชาร์จ RÊVERSHARGER ไม่ได้รองรับเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า BYD แต่เปิดให้รถยนต์ไฟฟ้าทุกแบรนด์เข้ามาใช้บริการได้ โดยมีจุดชาร์จกระจายตามจุดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ
การตัดสินใจเปิดโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นสาธารณะสะท้อนวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น เพราะการเร่งให้ระบบนิเวศ EV เติบโตจะส่งผลดีกับทุกฝ่ายในระยะยาว รวมถึงตัว RÊVER GROUP เอง
ในมิติเศรษฐกิจ บทบาทของ RÊVER GROUP ขยายไปสู่การดึงดูดการลงทุนในภาคการผลิต
โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่จังหวัดระยอง ซึ่ง RÊVER GROUP มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังไฟฟ้าแบรนด์ BYD อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มีกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี และสร้างการจ้างงานในพื้นที่กว่า 6,100 อัตรา
ยิ่งไปกว่านั้น RÊVER GROUP ยังได้รับสิทธิ์ (License) ในการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประเภทรถโดยสาร (Bus) ในประเทศไทยร่วมกับ BYD
การตั้งฐานผลิตในประเทศเป็นการเสริม Value Chain ทั้งระบบ เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย (Tier-1 และ Tier-2) เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน EV ระดับโลก
RÊVER GROUP สร้างความสำเร็จผ่านการประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
ในระดับภาครัฐ RÊVER GROUP ได้รับการสนับสนุนจากนโยบาย EV ของรัฐบาล รวมถึงสิทธิ์อนุญาตในการสร้างโรงงานผลิต EV เชิงพาณิชย์ ในระดับภาคเอกชน BYD เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์หลักที่ร่วมถือหุ้นและแบ่งปันเทคโนโลยี ขณะเดียวกันก็มีความร่วมมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และผู้ให้บริการพลังงาน
ในระดับชุมชนและสถาบันการศึกษา RÊVER GROUP มีบทบาทในกิจกรรม CSR อย่างการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดภาคเหนือ และ มอบสิ่งของที่จำเป็นรวมถึงน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านกองทัพเรือ สภากาชาด และ โรงพยาบาลหาดใหญ่ จากกรณีมหาอุทกภัยในภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568
ทั้งยังส่งมอบรถบัสไฟฟ้า BYD ให้กับสถานศึกษาเพื่อสนับสนุนโครงการ Smart University พร้อมสร้างทักษะผ่านการจัดอบรม หลักสูตรช่างซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าให้กับชุมชน ซึ่งไม่เป็นเพียงแค่การสร้างแรงงานที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต รวมไปถึงการสร้างอาชีพให้ผู้เข้ารับการอบรมเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์ ในแง่ของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอีกด้วย
ปัจจุบัน RÊVER GROUP มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการมากถึง 162 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย และมีแผนขยายเป็น 200 แห่งภายในสิ้นปี 2026 การขยายเครือข่ายนี้ช่วยกระจายให้ผู้บริโภคทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการและเทคโนโลยี EV ได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด
รางวัล The Most Impactful ไม่ได้วัดแค่ขนาดของธุรกิจหรือยอดขาย แต่วัดจากความสามารถในการสร้างผลกระทบที่ยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างความยั่งยืนเชิงระบบ
RÊVER GROUP พิสูจน์แล้วว่าการสร้างผลกระทบเชิงบวกไม่ใช่ภาระของธุรกิจ แต่เป็นโอกาส และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้องค์กรนี้คู่ควรกับการถูกยกย่องในฐานะของ ‘ผู้สร้างอนาคต’ อย่างแท้จริง
#FutureTrends #FutureTrendsAward2026 #RÊVERGROUP

