Type to search

โอสถสภา องค์กร 135 ปี ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา และยังคงเป็นที่ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงาน กับ 4 รางวัลจากเวที Future Trends Awards 2026

April 01, 2026 By Future Trends

ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรที่มีอายุกว่า 135 ปี อาจถูกมองว่าเป็นองค์กรที่เก่าแก่ แต่สำหรับ โอสถสภา อายุขององค์กรสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว สร้างนวัตกรรม และพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเติบโตเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างยั่งยืน

“เต๊กเฮงหยู” ซึ่งมีความหมายคือความเจริญโดยการช่วยเหลือผู้อื่น ปรัชญาที่เป็นรากฐานขององค์กรตั้งแต่วันแรก หลักคิดนี้ถูกแปลงเป็นแนวทางการดำเนิน

ธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการดูแลพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งนี้เองที่ทำให้โอสถสภายังคงเป็นองค์กรที่มีพลังอย่างยั่งยืนและก้าวทันโลกธุรกิจอย่างมั่นคง

โอสถสภา คว้ารางวัลจากเวที Future Trends Awards 2026 พร้อมกันถึง 4 รางวัล ได้แก่ Leading of Social Product Award, Leading of People Award, Young Professional Love (23-35 ปี) และ Experienced Professional Love (36-60 ปี) ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่สามารถผสานวิสัยทัศน์ ธุรกิจ และการพัฒนาคนได้อย่างสมดุล

ทั้ง 4 รางวัลสะท้อนถึงความสำเร็จของโอสถสภาในการพัฒนาองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต ทั้งด้าน วิสัยทัศน์ การบริหารจัดการ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล พร้อมขับเคลื่อนเทรนด์ธุรกิจและสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โอสถสภายังเดินหน้า Enterprise Transformation อย่างต่อเนื่อง โดยผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับวัฒนธรรมการทำงาน ACT – The Way We Work เพื่อเปิดพื้นที่ให้พนักงานทุกระดับได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และเติบโตไปพร้อมองค์กร

สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรไทยแห่งนี้สามารถยกระดับมาตรฐานการบริหารคนสู่เวทีสากล และกลายเป็นหนึ่งในองค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด

[‘เต๊กเฮงหยู’ เมื่อปรัชญาองค์กรกลายเป็นพลังสร้างการเปลี่ยนแปลง]

หัวใจสำคัญของโอสถสภา คือการนำหลัก ‘ความเจริญโดยการช่วยเหลือผู้อื่น’ มาสร้างคุณค่าทางสังคมที่วัดผลได้จริง

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือโครงการ “พลังเพื่อก้าวต่อไป” (Life Must Go On) ซึ่งมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่ช่วยให้คนพิการและครอบครัวสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

โอสถสภาไม่ได้เพียงสนับสนุนอาชีพ แต่ยังนำความเชี่ยวชาญด้าน การตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมโครงการ จนเกิดเป็น 3 แบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ได้แก่

  • กินดี – สินค้าเกษตรปลอดภัย
  • แฮนดี้ – งานสานจากเส้นพลาสติกรีไซเคิล
  • อยู่ดี – เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากงานไม้

ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2565 มีผู้ได้รับประโยชน์ทั้งคนพิการและครอบครัวรวมกว่า 1,000 คน และสร้างยอดขายรวมมากกว่า 5 ล้านบาท เฉพาะปี 2567 เพียงปีเดียว โครงการสามารถสร้างรายได้ให้คนพิการและครอบครัว 324 คน ด้วยยอดขายกว่า 1.8 ล้านบาท นอกจากนี้ โอสถสภายังสนับสนุนการจ้างงานคนพิการใน 4 จังหวัด

ได้แก่ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสระบุรี รวม 165 คน พร้อมจัดตั้ง ‘ศูนย์การเรียนรู้โดยคนพิการเพื่อคนพิการ’ เพื่อถ่ายทอดทักษะการประกอบอาชีพให้ผู้สนใจกว่า 164 คน และจัดอบรมความรู้ด้านการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35 ให้สถานประกอบการต่าง ๆ โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,600 คน

นี่คือเหตุผลที่ทำให้โอสถสภาได้รับรางวัล Leading of Social Product เพราะผลิตภัณฑ์และโครงการของพวกเขาไม่ได้เพียงสร้างมูลค่าทางธุรกิจ แต่ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมได้จริง

[‘พลังเพื่อพนักงาน’ วัฒนธรรม ACT ที่ขับเคลื่อนพนักงานทุกคนให้เติบโต]

การคว้า Leading of People Award พร้อมกับ Young Professional Love และ Experienced Professional Love ในปีเดียวกัน เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าโอสถสภาสามารถตอบโจทย์คนทำงานได้ทุกช่วงวัย

หัวใจสำคัญอยู่ที่วัฒนธรรมองค์กร ACT – The Way We Work ซึ่งประกอบด้วย

ประกอบด้วย

  • Achievement – มุ่งมั่นทำเป้าหมายให้สำเร็จ
  • Consumer Focus – เข้าใจและใส่ใจผู้บริโภค
  • Teamwork – ทำงานร่วมกันอย่างมีคุณภาพและรวดเร็ว

วัฒนธรรมนี้ถูกปลูกฝังตั้งแต่วันแรกที่พนักงานเข้ามาในองค์กร ผ่านโครงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

[พื้นที่การเติบโตสำหรับทุกช่วงวัยของคนทำงาน]

โอสถสภาเชื่อว่าศักยภาพของคนไม่ได้ถูกกำหนดด้วยช่วงวัย แต่เติบโตได้จากโอกาส ประสบการณ์ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา องค์กรจึงออกแบบระบบการพัฒนาคนให้รองรับเส้นทางการเติบโตของพนักงานในทุกช่วงของชีวิตการทำงาน เพื่อให้แต่ละคนสามารถสร้างคุณค่าให้กับตนเอง ทีม และองค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ

สำหรับ คนรุ่นใหม่ (23–35 ปี) โอสถสภาเปิดพื้นที่ให้เรียนรู้ ทดลอง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างเต็มที่ ผ่านสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนไอเดีย การพัฒนาทักษะสมัยใหม่ และโอกาสในการมีส่วนร่วมกับโครงการสำคัญขององค์กร เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในด้านความคิด ความสามารถ และมุมมองทางธุรกิจ

ขณะเดียวกัน สำหรับ ผู้มีประสบการณ์ (36–60 ปี) องค์กรมุ่งเน้นการต่อยอดความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ให้กลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ไม่ว่าจะในบทบาทของผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือผู้ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคนรุ่นถัดไป พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาศักยภาพในระดับที่สูงขึ้นและมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางขององค์กร

แนวทางนี้ทำให้โอสถสภาเป็นองค์กรที่ผู้คนหลากหลายช่วงวัยสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ โดยแต่ละรุ่นต่างเสริมพลังซึ่งกันและกัน สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ทั้งมีพลัง ความคิดใหม่ และประสบการณ์ที่แข็งแกร่งไปพร้อมกัน

[DEI วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและเคารพความแตกต่าง]

โอสถสภายึดมั่นในหลัก Diversity, Equity, and Inclusion (DEI) อย่างจริงจัง โดยเชื่อว่าความหลากหลายคือพลังสำคัญขององค์กรในโลกยุคใหม่

องค์กรส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ เคารพความแตกต่างและเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สีผิว อายุ อัตลักษณ์ทางเพศ เพศวิถี (LGBTQIA+) วัฒนธรรม หรือสถานภาพใดๆ

และเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันกับพนักงาน โอสถสภาจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เช่น หลักสูตร ‘Human Rights’ และหลักสูตร e-Learning ด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจขององค์กรในการสร้างพื้นที่การทำงานที่ทุกคนสามารถ เป็นตัวของตัวเอง แสดงศักยภาพ และเติบโตได้อย่างเต็มที่

[องค์กรไทยที่กำลังสร้างอนาคต]

องค์กรอายุกว่า 135 ปีแห่งนี้กำลังบอกกับเราว่า การดูแลและพัฒนาพนักงาน การสร้างผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนชีวิต การสร้างคุณค่าให้สังคม และการเติบโตทางธุรกิจ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ หากเริ่มต้นจากปรัชญาที่ถูกต้อง
โอสถสภากำลังเดินหน้าสู่อนาคตด้วยพลังของพนักงาน นวัตกรรม เทคโนโลยีและความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสังคมอย่างต่อเนื่อง และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ ‘โอสถสภา’ เป็นหนึ่งในองค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยที่สุด

#FutureTrends #FutureTrendsAwards2026 #Osotspa

Future Trends

Future Trends

Knowing The Future, Be The Winners of Tomorrow การรู้อนาคตทำให้เราเป็นผู้ชนะของวันพรุ่งนี้