Type to search

Krungsri Nimble เบื้องหลังความสำเร็จที่คนรุ่นใหม่ และคนสายเทคฯ เลือกองค์กรนี้ กับ 2 รางวัลจากเวที Future Trends Awards 2026

March 19, 2026 By Future Trends

ในยุคที่การแย่งชิงคนเก่งกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของทุกองค์กร มีคำถามหนึ่งที่ผู้นำธุรกิจต้องตอบให้ได้ นั่นคือ “ทำไมคนรุ่นใหม่และคนสายเทคโนโลยีควรเลือกทำงานกับเรา?”

คำตอบอยู่ที่วิสัยทัศน์ วัฒนธรรม และโอกาสในการเติบโตที่องค์กรมอบให้ และเมื่อพิจารณาจากผลการตัดสินรางวัล Future Trends Awards 2026 ในหมวด The Most Beloved Employer Awards องค์กรหนึ่งที่โดดเด่นอย่างไม่อาจมองข้ามคือ

Krungsri Nimble Company Limited ที่คว้ารางวัลถึง 2 สาขาพร้อมกัน

ได้แก่ Young Professional Love สำหรับกลุ่มคนทำงานอายุ 23-35 ปี และ Tech Professional Love สำหรับกลุ่มคนสายเทคโนโลยี

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่านี่คือผลลัพธ์จากการออกแบบองค์กรที่เข้าใจอนาคตของการทำงานอย่างแท้จริง

Krungsri Nimble ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจคือการเป็นศูนย์กลางด้านไอทีและเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ดิจิทัลให้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทในเครือ และกลุ่มบริษัทในเครือ MUFG ซึ่งเป็นกลุ่มการเงินระดับโลกจากญี่ปุ่น

สิ่งที่ทำให้ Krungsri Nimble แตกต่างจากหน่วยงานไอทีทั่วไปคือการวางตัวเป็นผู้นำด้าน Digital Finance ในประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผ่านทีมงานที่ยึดมั่นในคุณภาพเป็นอันดับแรก

องค์กรแห่งนี้ให้ความสำคัญกับการฝัง Automation เข้าไปในทุกขั้นตอนของการทำงานและการส่งมอบงาน เพื่อรับประกันคุณภาพอย่างไม่ประนีประนอม พร้อมทั้งช่วยลดกระบวนการทำงานแบบ Manual ที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานที่สร้างคุณค่าได้มากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ด้วยสำนักงาน 2 แห่ง ทั้ง Krungsri Head Office ที่พระราม 3 กรุงเทพฯ และ Krungsri Innovation X ที่เชียงใหม่ Krungsri Nimble ยังสะท้อนให้เห็นถึงการกระจายโอกาสสู่ภูมิภาค และการสร้าง Tech Community ที่แข็งแกร่งนอกเมืองหลวง

[ วัฒนธรรม “We ACT with II” DNA ขององค์กรที่คนรุ่นใหม่หลงรัก ]

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Krungsri Nimble ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้คือวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า “We ACT with II” ซึ่งประกอบด้วย

  • Agility คือการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีเป้าหมายชัดเจน
  • Collaboration คือการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
  • Transparency คือการสื่อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ
  • Integrity คือการยึดมั่นในความถูกต้องเสมอ และ Innovation คือการขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และกล้าที่จะแตกต่าง

คุณค่าเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรูติดผนัง แต่ถูกนำมาปฏิบัติจริงผ่านการทำงานแบบ Agile ที่เน้นการสื่อสาร การร่วมมือ และ Feedback Loop ที่รวดเร็ว รวมถึงการสนับสนุนการทำงานแบบยืดหยุ่นและ Remote Working ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

ความสำเร็จของวัฒนธรรมนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับสากล เมื่อ Krungsri Nimble คว้ารางวัล Overall Business Agility จาก Agile Business Consortium ซึ่งเป็นองค์กรด้าน Agile ระดับโลก นี่คือหลักฐานที่แสดงว่าแนวทาง Business Agility ขององค์กรได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล

สำหรับคนสายเทคโนโลยี สิ่งที่พวกเขามองหาในองค์กรคือโอกาสในการทำงานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและการเติบโตในสายอาชีพ Krungsri Nimble ตอบโจทย์นี้ด้วยการนำ AI มาใช้อย่างจริงจังในทุกขั้นตอนของการพัฒนาซอฟต์แวร์

บริษัทได้พัฒนา Nimbula Platform ที่ใช้ Generative AI ตลอดวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์ ตั้งแต่ขั้นตอน Business Requirement ที่ AI ช่วยถอดรหัสจากภาษามนุษย์ ให้เป็นข้อกำหนดที่มีโครงสร้าง ไปจนถึง Diagram Generation ที่สร้างแผนภาพ UML, Workflow และ ER อัตโนมัติ ตลอดจน Test Case Generation ที่สร้าง Test Case อัตโนมัติ และช่วยวิเคราะห์ผลลัพธ์ของ Automated Test ได้

นอกจากนี้ บริษัทยังนำ GitHub Copilot มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมพัฒนา ช่วยเร่งรอบการพัฒนา ยกระดับคุณภาพและความสม่ำเสมอของโค้ด รวมถึงเพิ่มความครอบคลุมในการทดสอบ

ขณะเดียวกัน Microsoft Copilot และ Power Automate ถูกนำมาใช้สร้าง Chatbot “น้องใส่ใจ” (SAIJAI) เพื่อตอบคำถามที่พนักงานมักถาม HR และ IT Support บ่อยๆ ลดภาระงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนพนักงาน

[Green Coding เมื่อนักพัฒนาสามารถช่วยโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้]

สิ่งที่ทำให้ Krungsri Nimble โดดเด่นในสายตาคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนคือแนวคิด Green Coding ที่เป็นแนวทางการเขียนโปรแกรมที่ไม่เพียงทำงานได้ตามสเปก แต่ยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดการใช้ทรัพยากร และลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย ESG และ Net Zero ขององค์กร

ทีม Krungsri Nimble ได้ปรับกระบวนการทำงาน เช่น การลดลูปที่ไม่จำเป็น ลดการเรียก API ซ้ำซ้อน ใช้ Streaming แทนการโหลดข้อมูลทั้งหมด และปรับ Query ฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้เครื่องมือ Dynatrace ในการติดตามการใช้ CPU และ Memory เพื่อคำนวณการปล่อยคาร์บอน การวัดผลพบว่าการใช้งานแอปพลิเคชันหนึ่งวันเทียบเท่าการปล่อยคาร์บอนจากการขับรถกรุงเทพฯ-เชียงใหม่หนึ่งเที่ยว แสดงให้เห็นว่าการเริ่มต้นเล็กๆ จากนักพัฒนาแต่ละคนสามารถสร้างผลกระทบใหญ่ต่อองค์กรและโลกได้

[การลงทุนในคน คือโอกาสในการเติบโต]

Krungsri Nimble เข้าใจดีว่าคนสายเทคโนโลยีให้ความสำคัญกับการเติบโตและการเรียนรู้ จึงได้ออกแบบระบบการพัฒนาทักษะที่ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ Soft Skill Courses สำหรับพัฒนาตนเองในการทำงาน เช่น Effective Communication, Design Thinking for Innovation และ Leadership Development ตามด้วย Technical Skill Courses รวมถึง E-Learning Programs ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Udemy ที่พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ตามความสนใจ

สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตของพนักงานผ่านเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้สามารถเลือกพัฒนาได้ทั้งในสาย People Manager และ Technical Specialistซึ่งมุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคอย่างลึกซึ้งโดยไม่จำเป็นต้องรับบทบาทการบริหารทีมเพื่อให้ผู้ที่รักการเขียนโค้ดสามารถเติบโต และสร้างคุณค่าในสายงานที่ตนเองรักได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมการเติบโตแบบ ข้ามสายงาน (Cross-functional Career Growth) เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถพัฒนาบทบาทใหม่ ๆ ตามความสนใจและศักยภาพของตนเอง เช่น การเติบโตจาก Developer สู่บทบาท Product Owner หรือ Project Manager เพื่อให้แต่ละคนสามารถเลือกเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และความถนัดของตนได้มากที่สุด

[เปิดประตูสู่โลกเทค QA Academy และ Internship Program]

หนึ่งในโครงการที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Krungsri Nimble ในการสร้าง Talent Pool คือโครงการ “QA Academy” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้จบสายเทคได้เข้ามาทำงานในสายนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ โครงการนี้ได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมมากกว่า 450 คนในแต่ละรุ่น และพนักงานสามารถทำงานในสายนี้ได้จริงหลังจบจากโปรแกรม

นอกจากนี้ยังมี Internship Program ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานจริงในตำแหน่ง PO, Developer, UX UI, Project Manager และ QA ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงและเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในสายเทคโนโลยี

Krungsri Nimble ไม่ได้มองสวัสดิการเป็นแค่รายการค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตของพนักงาน ระบบ Flexible Benefits ให้พนักงานเลือกใช้เองได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ ครอบคลุม 4 ด้าน ทั้งด้านสุขภาพ ด้านพัฒนาตัวเอง ด้านนันทนาการและความบันเทิง และด้านเทคโนโลยี

สิ่งที่โดดเด่นคือการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการสอบใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ เงินช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์ IT และสนับสนุนค่า Software เพื่อการทำงาน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนสายเทคโนโลยีโดยตรง

บริษัทยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน NimSpace ขึ้นโดยทีม Innovation ของตัวเอง เพื่อให้พนักงานได้เข้าถึงบริการของบริษัทจากทุกที่ และการมอบ Badge ที่แสดงการเข้าร่วมกิจกรรมและอบรมต่างๆนอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษทุกไตรมาส สำหรับค่าอาหารเลี้ยงทีมหรือทำกิจกรรมร่วมกัน

[Open Innovation กับความรับผิดชอบที่ขยายไปถึงชุมชน]

Krungsri Nimble ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนา Tech Community ผ่านความร่วมมือกับสมาคมธุรกิจดิจิตอลภาคเหนือ (NDEA) และ Tech Partnership กับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ โดยการส่งพนักงานไปให้ความรู้ทั้งในส่วน Technical และ Non-Technical Skill เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพให้กับตลาดแรงงานเทคโนโลยี

ความสำเร็จของ Krungsri Nimble ในการคว้ารางวัล Young Professional Love และ Tech Professional Love พร้อมกัน สอนบทเรียนสำคัญให้กับผู้นำองค์กรทุกคน นั่นคือการสร้างองค์กรที่คนเก่งอยากทำงานด้วยไม่ได้เกิดจากกลยุทธ์ด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของการบูรณาการทุกมิติเข้าด้วยกัน ตั้งแต่วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน วัฒนธรรมที่เปิดกว้าง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โอกาสในการเติบโต ไปจนถึงสวัสดิการที่เข้าใจไลฟ์สไตล์

ในยุคที่ Talent War รุนแรงขึ้นทุกวัน Krungsri Nimble ได้พิสูจน์แล้วว่าองค์กรที่ลงทุนในคนอย่างจริงจังและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต จะไม่ต้องกังวลเรื่องการแย่งชิงคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเลือกมาเอง

นี่คือมาตรฐานใหม่ที่ Krungsri Nimble กำลังตั้งให้กับวงการเทคโนโลยีและการเงินไทย มาตรฐานที่บอกว่าองค์กรที่ดีที่สุดไม่ใช่องค์กรที่จ่ายเงินมากที่สุด แต่คือองค์กรที่ทำให้คนรู้สึกว่าพวกเขากำลังสร้างอนาคตร่วมกัน

#FutureTrends #FutureTrendsAwards2026 #KrungsriNimble

Future Trends

Future Trends

Knowing The Future, Be The Winners of Tomorrow การรู้อนาคตทำให้เราเป็นผู้ชนะของวันพรุ่งนี้