Type to search

Aura Wellness องค์กรในฝันของคนรุ่นใหม่ กับ ‘โอกาส’ ในการเติบโตไปพร้อมกับการสร้าง ‘ความหมาย’ ให้คนทำงาน

March 06, 2026 By Future Trends

ปัจจัยที่ Gen Y และ Gen Z  เลือกในการทำงาน สิ่งหนึ่งคือคำถามที่ว่า ‘ที่นี่จะให้โอกาสฉันเติบโตได้เร็วแค่ไหน’ และ ‘ฉันจะได้ทำงานที่มีความหมายหรือเปล่า’

รางวัล Young Professional Love 23-35 yrs. จาก Future Trends Awards 2026 คือเครื่องพิสูจน์ว่าองค์กรไหนตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง จากประสบการณ์จริงที่คนทำงานวัย 23-35 ปีทั่วประเทศร่วมกันยืนยัน และ Aura Wellness กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพและความงามที่กำลังตอบโจทย์ ‘ที่ทำงานในฝัน’ สำหรับคนรุ่นใหม่

Aura Wellness ไม่ได้เพิ่งถูกมองว่าเป็นองค์กรที่คนรุ่นใหม่รักในปีแรก แต่คว้ารางวัลติดต่อกันถึงสองปีและสองช่วงวัย ปี 2025 Aura Wellness คว้ารางวัล Young Professional Love (18–22 yrs.) และใน ปี 2026 ยังคว้ารางวัล Young Professional Love (23–35 yrs.) 

สิ่งนี้ ตอกย้ำว่า Aura Wellness เป็นองค์กรที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ครบทั้งเริ่มต้น และเติบโต ตั้งแต่วัยนักศึกษาจบใหม่ที่มองหาโอกาสไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องการเส้นทางเติบโตจริง งานที่มีความหมาย และทีมที่พร้อมผลักดันให้ไปได้ไกล ไม่ใช่แค่ทำงานเก่งขึ้น แต่เติบโตไปพร้อมกับองค์กรด้วย 

[Ecosystem แห่งความงามที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมสร้าง]

เมื่อ 9 ปีก่อน Aura Wellness เริ่มต้นและต้องปิดกิจการภายใน 6 เดือน แต่กลับมาเปิดใหม่ได้ภายในเดือนเดียว และไม่หยุดเติบโต จนวันนี้ขยายเป็น 4 แบรนด์ในเครือ

ได้แก่ Aura Bangkok Clinic, Aura Xpress, SOLAURA และ AURASOL Wellness & Spa พร้อมด้วย 25 สาขาทั่วประเทศ พนักงานกว่า 743 คน และอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 72%

สิ่งที่ทำให้ Aura Wellness แตกต่างคือ ‘วัฒนธรรม’ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนทำงานเติบโตได้อย่างไม่มีเพดาน

[เมื่อ First Jobber กลายเป็น Future Leader]

ที่ Aura Wellness 90% ของผู้นำระดับบริหารเติบโตมาจากภายในองค์กร และหลายคนเริ่มต้นจากการเป็น First Jobber

นี่เป็นผลจากโปรแกรม Aura Management Trainee (AMT) ที่ถือว่าเป็นหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมความงามที่มีระบบอย่างจริงจัง จากผู้สมัครกว่า 30,000 คนต่อรุ่น คัดเหลือเพียง 5 คน ผ่านการประเมิน 5 รอบ เพื่อรับโอกาสในการเป็น Project Lead ตั้งแต่เดือนแรกที่เข้าทำงาน

ผลลัพธ์คือ มีพนักงานที่เลื่อนตำแหน่งถึง 5 ครั้งภายใน 4 ปี พร้อมรายได้ที่เพิ่มขึ้น 5 เท่า นี่คือหลักฐานที่จับต้องได้ว่า Aura Wellness ไม่ได้แค่ให้ค่าตอบแทนที่สูง แต่สร้าง Culture ที่สนุกกับการทำงานไปพร้อมกับการเติบโตในหน้าที่การงาน 

ที่ Aura Wellness มีวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่มีเพดานการเติบโต ที่นี่มีพนักงานหลายคนอายุเพียง 25 ปีที่ดำรงตำแหน่ง Manager  แล้ว เพราะผลงานคือเครื่องวัด ไม่ใช่อายุหรือปีที่เกิด

[วัฒนธรรมที่ “เข้าใจ” คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง]

ผลสำรวจพบว่า 56% ของ Gen Z และ 55% ของ Gen Y ให้ความสำคัญกับ Well-being และ Work-Life Harmony มากที่สุด Aura Wellness ตอบโจทย์นี้ผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า Aura DNA

  • Driven by Passion คือหัวใจหลัก ที่นี่ไม่ได้สอนแค่ทักษะการทำงาน แต่ปลูกฝัง Entrepreneur Mindset ให้พนักงานทุกคนคิด ไม่ใช่แค่ลูกจ้าง โดย Management Level จัด Training Session ทุกเดือน ตั้งแต่สอนใช้ ChatGPT ไปจนถึง Personal Finance เพื่อสนับสนุนการเติบโตทั้งในด้านอาชีพ และคุณภาพชีวิต 
  • Diversity & Inclusion สะท้อนในตัวเลขจริง ทีมงานประกอบด้วย 60% ผู้หญิง 23% ผู้ชาย และ 17% LGBTQIA+ ในระดับ Management มีผู้หญิง 50% และ LGBTQIA+ 13% พร้อมสวัสดิการที่เข้าใจทุกความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Wedding Leave สำหรับการแต่งงานทุกรูปแบบ หรือ Surgery Leave สำหรับพนักงานข้ามเพศ

[องค์กรที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้ในวิกฤต]

เมื่อ COVID-19 ถาโถม หลายองค์กรเลือก Layoff พนักงานเพื่อลดต้นทุน แต่ Aura Wellness ไม่เคยปลดพนักงานแม้แต่คนเดียว แม้จะเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่องกว่า 2 ปี แทนที่จะยอมแพ้ CEO เลือกมองหาโอกาสใหม่ เกิดเป็นแคมเปญ ‘ซื้อ Aura Milk Tea แถมฉีดหน้าฟรี’ ที่ไม่ใช่แค่สร้างรายได้ แต่ยังรักษาความผูกพันกับลูกค้าและทีมงาน จนยอดขายช่วงโควิดเติบโต 100% และทำให้ Turnover Rate ต่ำกว่า 5%

[ความยั่งยืนที่เริ่มจากหัวใจ]

Aura Wellness เชื่อว่า ‘Sustainability Starts from the Heart’ หรือ ‘สอนให้คนของเรารักตัวเอง รักทีม และรักในสิ่งที่ทำ’ เมื่อพนักงานได้รับการดูแลด้วยความรักและความเข้าใจ พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะส่งต่อความรักนั้นออกสู่โลก ความยั่งยืนจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในองค์กร แต่ขยายสู่สิ่งแวดล้อมและสังคม ตั้งแต่การติดตั้ง Solar Cells ที่สาขา การใช้วัสดุ Low-VOC และถุงมือแพทย์ที่ย่อยสลายได้ ไปจนถึงการสนับสนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยท้องถิ่น

ในด้านสังคม Aura Wellness ได้ทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาบริจาคเสื้อผ้ากว่า 2,500 ชิ้น หรือ มอบทุนการศึกษาให้นิสิตจุฬาฯ ที่ตั้งใจพัฒนาเว็บแอปในช่วงวิกฤติน้ำท่วมหาดใหญ่ จน ในปีล่าสุดผู้บริหารและทีมแพทย์ได้เดินทางไปมอบทุนการศึกษามากกว่า 1 ล้านบาทให้เด็กที่บ้านเด็กกำพร้าวัดสระแก้ว จ.อ่างทอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ กว่า 1,200 คน ด้วยความตั้งใจที่จะส่งต่อความรักให้ขยายวงกว้างทั่วไทยในทุก ๆ ปี 

[Digital Storytelling ที่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกได้]

สิ่งที่ทำให้ Aura Wellness โดดเด่นในหมู่คนรุ่นใหม่คือ Life at Aura แพลตฟอร์มที่ถ่ายทอดเรื่องราวจริงของการเติบโต การเรียนรู้ และ“ชีวิตเบื้องหลังการทำงานจริง” โดยใช้ TikTok และ Instagram เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน พร้อมสะท้อนวัฒนธรรมแบบ work hard, play hard ของคนในองค์กรอย่างชัดเจน ผลลัพธ์คือ Life at Aura สร้าง impression และ engagement ต่อเนื่องรวมมากกว่า 3.6 ล้านครั้ง กลายเป็นหน้าต่างให้คนภายนอกได้เห็นว่า ความสำเร็จและความสุขสามารถเดินไปด้วยกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังมองหา

Aura Wellness กำลังพิสูจน์ว่าองค์กรที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่หรือ Tech Company แต่คือองค์กรที่เข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร นั่นคือโอกาสในการเติบโตที่ไม่มีเพดาน ค่าตอบแทนที่วัดจากผลงาน วัฒนธรรมที่เคารพความหลากหลาย ผู้นำที่ลงมาสอนเอง และความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่กำไร วิสัยทัศน์ Empower Global Well-Being เริ่มต้นจากการดูแลคนในองค์กรก่อน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ Aura Wellness คว้ารางวัล Young Professional Love 23-35 yrs. จาก Future Trends Awards 2026

Aura Wellness พิสูจน์ว่าวิธีชนะใจคนรุ่นใหม่ไม่ใช่การแข่งกันแจกโบนัสหรือสวัสดิการหรู แต่คือการสร้างพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เติบโตได้อย่างไม่มีเพดาน และมีส่วนร่วมในการสร้างสิ่งที่มีความหมาย

#FutureTrends #FutureTrendsAwards2026 #YoungProfessionalLove #AuraWellness #MostBelovedEmployer #WorkplaceOfTheFuture

Future Trends

Future Trends

Knowing The Future, Be The Winners of Tomorrow การรู้อนาคตทำให้เราเป็นผู้ชนะของวันพรุ่งนี้