ในห้วงเวลาที่โลกธุรกิจกำลังหมุนเร็วราวกับพายุ บริบททางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันกำลังบีบคั้นให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แรงกดดันจากค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ผันผวนจนยากจะคาดเดา และกระแสความยั่งยืนที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ
สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำที่กำลังกัดเซาะค่านิยมเดิมๆ เรื่อง ‘การครอบครอง’ (Ownership) ให้พังทลายลง และถูกแทนที่ด้วยแนวคิดใหม่ที่ทรงพลังกว่า นั่นคือ ‘การเข้าถึง’ (Access)
การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างนี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน หรือ ‘Sharing Economy’ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และหนึ่งในเซกเมนต์ที่น่าจับตามองที่สุดคือการเคลื่อนที่ระดับจุลภาค หรือ ‘Micromobility’
💡[ Sharing Economy: เสรีภาพแห่งการ ‘เข้าถึง” ]
Sharing Economy หรือ ‘เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน’ ไม่ใช่เรื่องของการผลิตสิ่งของออกมาขายเพิ่มขึ้น แต่คือศิลปะแห่งการบริหารจัดการ ‘ทรัพยากรส่วนเกิน’ (Underutilized Assets) ที่มีอยู่แล้ว ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทรัพย์สินเหล่านี้ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์คือสินทรัพย์ที่นอนหลับใหล และถูกใช้งานไม่คุ้มค่า
Sharing Economy จึงเข้ามาปลุกสินทรัพย์เหล่านี้ให้ตื่นขึ้น โดยเปลี่ยนมือจาก ‘ผู้เป็นเจ้าของ’ (Owner) ส่งต่อไปยัง ‘ผู้ที่ต้องการใช้งาน’ (User) ในช่วงเวลาสั้นๆ ผ่าน แพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งโมเดลนี้ทรงพลังได้ด้วย 3 กลไกสำคัญ ดังนี้
📌 1. เปลี่ยนภาระให้เป็น ‘บริการ’ (Access over Ownership)
นี่คือการเปลี่ยน Mindset ครั้งใหญ่ของผู้บริโภค ลองนึกถึงตัวอย่างคลาสสิกของ ‘สว่านเจาะ’ คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากเป็นเจ้าของสว่านเพื่อต้องมานั่งดูแลรักษา แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือรูที่ผนังเท่านั้น เช่นเดียวกันกับเรื่องการเดินทาง ผู้คนไม่ได้ต้องการแบกรับภาระค่าเสื่อมราคาหรือค่าประกันภัยของรถยนต์ แต่พวกเขาต้องการเพียงแค่ ‘พาตัวเองไปถึงจุดหมาย’ เท่านั้น
📌 2. มีพ่อสื่อดิจิทัลที่แม่นยำ (Digital Platform as a Matchmaker)
ในอดีต การแบ่งปันทำได้ยากเพราะเราไม่รู้ว่าใครมีของและใครต้องการของ แต่ในยุคนี้ เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ Demand (ความต้องการ) และ Supply (ผู้ให้) ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วแบบ Real-time ทำให้การแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง
📌 3. เปลี่ยนของเหลือใช้ให้เป็นรายได้ (Value Creation)
โมเดลนี้ช่วยให้สินทรัพย์ที่เคยจอดนิ่งๆ กลายเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม เจ้าของรถมีรายได้เสริม ผู้ใช้งานได้เดินทางในราคาที่คุ้มค่า เกิดเป็นระบบนิเวศที่ Win-Win ทั้งสองฝ่ายด้วยประสิทธิภาพของโมเดลนี้เอง จึงมีการคาดการณ์ตัวเลขที่น่าตกใจว่า ตลาดเศรษฐกิจแบบแบ่งปันทั่วโลก จะมีมูลค่าพุ่งสูงแตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 โดยพระเอกที่จะมารับบทนำและเติบโตเร็วที่สุดในสมรภูมินี้ ก็คือกลุ่ม ‘การขนส่ง” (Transportation)
💡 [ เจาะลึกเทรนด์ Micromobility: เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนนิยามการเดินทาง ]
Micromobility หรือการเดินทางระยะสั้นด้วยยานพาหนะขนาดเล็ก มีรากฐานมาจากแนวคิด Mobility as a Service (MaaS) ซึ่งเป็นการบูรณาการบริการขนส่งหลายรูปแบบไว้ในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อ
โดยปัจจัยที่ทำให้เติบโตนั้น ประกอบด้วย 3 แรงขับเคลื่อนสำคัญ
📌 1. แรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี (Technological Drivers)
โลกยุคเก่า การเรียกรถอาจหมายถึงการโทรศัพท์หรือโบกมือ แต่ในยุคนี้ ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัลกอริทึมการจับคู่ (Matching Algorithms) ที่มีความแม่นยำสูง ได้เข้ามาเปลี่ยนเกม
ทำให้การทำนายเส้นทางและการจับคู่ผู้โดยสารมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก รวมถึงการนำระบบ Vision-Language-Action (VLA) มาใช้ ทำให้ยานพาหนะ ‘ฉลาด’ ขึ้นในการตัดสินใจเมื่อเจอสภาวะการจราจรที่ซับซ้อน
📌 2. แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ (Economic Drivers)
ในยุคข้าวยากหมากแพง ผู้บริโภคเริ่มมองหาหนทางลดต้นทุนการเดินทาง การใช้บริการร่วมกันจึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มเหล่านี้ก็กลายเป็นบ่อเกิดรายได้ใหม่ในระบบ Gig Economy ที่สร้างรายได้ให้กับผู้ขับขี่ได้ดีกว่าระบบรับจ้างแบบดั้งเดิม
📌 3. แรงขับเคลื่อนทางสังคมและพฤติกรรม (Societal & Behavioral Drivers)
กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials มีทัศนคติที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน พวกเขาเน้นการใช้งานมากกว่าการเป็นเจ้าของ (Access over Ownership) และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นอันดับต้นๆ
ข้อมูลชี้ว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับความต้องการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
💡 [ Case Study: ถอดรหัส MuvMi ปรากฏการณ์ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ]
โมเดลธุรกิจที่สะท้อนภาพความสำเร็จนี้ได้ดีที่สุดคือ MuvMi (มูฟมี) ซึ่งก่อตั้งโดยบริษัท Urban Mobility Tech (UMT) ในปี 2016 โดยพันธกิจหลักของ MuvMi คือการสร้างโซลูชันการเคลื่อนที่ระดับจุลภาค (Micromobility) ที่สะอาด ปลอดภัย และราคาเข้าถึงได้ ผ่านการใช้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับสภาพถนนในกรุงเทพฯ
📌 1. วิสัยทัศน์ที่แก้ปัญหาแบบตรงจุด (Pain Point Killer)
MuvMi ไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นคู่แข่งของรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ แต่วางตัวเป็น ‘Micro Transit’ เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาคอขวดของการเดินทาง นั่นคือ ช่วงต้นและช่วงสุดท้าย’ (First-mile/Last-mile connectivity)
เช่น การเดินทางจากบ้านไปสถานีรถไฟฟ้า หรือจากรถไฟฟ้าเข้าออฟฟิศในซอยลึก โดยเลือกใช้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า 100% ซึ่งมีความคล่องตัวสูง เหมาะสมกับสภาพตรอกซอกซอยของกรุงเทพฯ
📌 2. หัวใจคือ AI ไม่ใช่แค่ตัวรถ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่า MuvMi เป็นแค่ธุรกิจรถเช่า แต่แท้จริงแล้ว เบื้องหลังรถสีสดใสเหล่านั้นคือระบบ AI-powered Route Pooling ระบบนี้ทำหน้าที่รวบรวมผู้โดยสารที่ต้องการไปในทิศทางเดียวกันให้นั่งรถคันเดียวกัน (Pooling) การบริหารจัดการเส้นทางแบบไดนามิกนี้ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 24.3% และที่น่าทึ่งคือสามารถเพิ่มอัตราการตรงต่อเวลาจาก 68.1% เป็น 92.8% นี่คือตัวอย่างของการใช้ Data ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแท้จริง
📌 3. ตอบโจทย์ Lifestyle ยุคใหม่
MuvMi ทลายกำแพงเรื่องราคาที่คลุมเครือของรถตุ๊กตุ๊กแบบเก่า ด้วยระบบคำนวณราคาล่วงหน้าและสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ผ่านการจ่ายเงินด้วย QR PromptPay 100% ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่มุ่งสู่สังคมไร้เงินสดเร็วที่สุดในอาเซียน อีกทั้งยังตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (ESG) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีอิทธิพลในตลาดปัจจุบัน
💡 [ โอกาสทางธุรกิจ: เมื่อ ‘ตุ๊กตุ๊ก’ ทำได้ ธุรกิจอื่นจะปรับตัวอย่างไร? ]
กรณีศึกษาของ MuvMi ชี้ให้เห็นว่า โอกาสในธุรกิจ Micromobility ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่กำลังเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรม ดังนี้
👉🏻 1. โอกาสในกลุ่ม Medical & Wellness Mobility
ประเทศไทยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการแพทย์ สังคมผู้สูงอายุเป็นโจทย์ใหญ่ที่รอการแก้ไข ธุรกิจสามารถสร้างบริการรับส่งเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย (Accessible Transport) เพื่อเชื่อมต่อบ้านกับโรงพยาบาลหรือ Wellness Center โดยรถที่ให้บริการอาจต้องมีลิฟต์หรือแรมป์สำหรับวีลแชร์ ตลาดกลุ่มนี้มีศักยภาพเติบโตสูงมากและยังขาดผู้เล่นที่มีมาตรฐาน
👉🏻 2. โอกาสในภาคการท่องเที่ยวและบริการ (Tourism & Hospitality)
ผู้ประกอบการโรงแรมหรืออีเวนต์สามารถจับมือกับแพลตฟอร์มขนส่งเพื่อสร้างบริการเช่าเหมาลำ หรือโมเดล Hop-on Hop-off สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แปลกใหม่และยั่งยืน แทนที่จะปล่อยให้นักท่องเที่ยวต้องไปเสี่ยงดวงกับการหารถเอง
👉🏻 3. โอกาสในการบริหารจัดการองค์กร (Corporate Solutions)
การจัดสวัสดิการรถรับส่งพนักงาน (Corporate Shuttles) เชื่อมต่อออฟฟิศกับระบบขนส่งมวลชน ไม่เพียงช่วยลดปัญหาที่จอดรถที่หายากและราคาแพง แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม
👉🏻 4. โอกาสในระบบโลจิสติกส์ (Last-mile Logistics)
บทเรียนจากช่วงโควิด-19 พิสูจน์แล้วว่า รถขนาดเล็กอย่างตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าสามารถปรับมาขนส่งสินค้าได้ (Light Cargo) ร้านอาหารหรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซสามารถใช้โมเดลนี้ในการเข้าถึงลูกค้าที่อยู่ในซอยลึกหรือพื้นที่ที่รถกระบะเข้าไม่ถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
👉🏻 5. โอกาสจากการใช้ข้อมูลและสื่อ (Data & Ad-Tech)
อย่ามองข้ามพื้นที่บนตัวรถและในแอปพลิเคชัน นี่คือสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ (Mobile Out-of-Home) ที่เข้าถึงคนเมืองได้โดยตรง นอกจากนี้ ข้อมูลการเดินทาง (Data Insights) จาก GPS ยังมีค่ามหาศาลในการนำไปวิเคราะห์เพื่อเลือกทำเลที่ตั้งธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างแม่นยำ
เรื่องราวของ Sharing Economy และ MuvMi กำลังบอกเราว่า ความมั่งคั่งในยุคใหม่ ไม่ได้วัดกันที่การครอบครองสินทรัพย์มากที่สุด แต่วัดกันที่ความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
MuvMi ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการรถตุ๊กตุ๊ก แต่เป็น Digital Platform ที่ใช้ AI แก้ปัญหาเมือง สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน โจทย์สำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่การถามว่า “จะผลิตรถอย่างไร” แต่ควรถามว่า “ธุรกิจของเราจะเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นไหนในระบบนิเวศนี้ได้บ้าง”
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบริการที่เชื่อมต่อกับการเดินทาง การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่มองเห็น และกล้าที่จะปรับเปลี่ยนวิถีการทำธุรกิจให้สอดรับกับโลกที่กำลังหมุนไปข้างหน้าด้วยความเร็วของเทคโนโลยี
เรียบเรียงโดย ชนัญชิดา พลอยพลาย
#FutureTrends #FutureTrendsetter
Sources:
Sharing Economy: A Systematic Review of Definitions, Drivers, Applications, Industry status and Business models
Sharing Economy Global Strategic Business Report 2024-2030 and Airbnb, Avis Budget Group, and Booking Holdings Dominating
The Sharing Economy
https://www.richmondfed.org/publications/research/econ_focus/2014/q4/cover_story
Thailand Ride Hailing Market Size & Share Analysis – Growth Trends and Forecast (2026 – 2031)
https://www.mordorintelligence.com/industry-reports/thailand-ride-hailing-market
Thailand Ride Hailing Market 2025-2033 Trends: Unveiling Growth Opportunities and Competitor Dynamics
https://www.marketreportanalytics.com/reports/thailand-ride-hailing-market-104826
MuvMi Offers New Service Areas – Enjoy A Trip around Rattanakosin Island
https://www.chula.ac.th/en/news/29782
MuvMi


