Type to search

ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ชี้ เมื่อ AI จบงานได้ใน 10 นาที ผู้นำต้องเลิกเป็นผู้ลงมือทำ แล้วก้าวขึ้นเป็น ‘วาทยกร’ เพื่อควบคุมทิศทางองค์กรในโลกอนาคต

February 14, 2026 By chananchida.p

สรุปเนื้อหาในเซสชัน “AI Megatrends 2026: What Leaders Must Prepare For, เมกะเทรนด์ 2026: ปัญญา ประดิษฐ์ ผู้นำ หรือ ผู้นำ ประดิษฐ์ ปัญญา” โดยดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ ThailandFuture ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026

ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วจนแทบกะพริบตาไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง 3 ปีหลังจากที่ ChatGPT เปิดตัว โลกไม่ได้หยุดอยู่แค่ความฉลาด (Intelligence) หรือการถามตอบทั่วไปอีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า ‘The Orchestration Era’

ภาพที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลงนี้ คือการที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่คิด แต่สามารถ ลงมือทำผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Agentic Workflow หรือการทำงานแบบอัตโนมัติที่ AI สามารถคิดและจบงานได้เอง

ตัวอย่างที่น่าสนใจจากเซสชันนี้คือ การสร้างเกม ‘Rama 2 Survival’ (เกมจำลองการเอาชีวิตรอดบนถนนพระราม 2) ซึ่งผู้บรรยายสามารถสั่งให้ AI เขียนโค้ดและสร้างเกมจนเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที โดยที่มนุษย์ไม่ต้องเขียนโค้ดเองสักบรรทัด

AI ในยุคปัจจุบันพัฒนาไปไกลจนสามารถเชื่อมต่อกับ Crypto Wallet ได้ สามารถใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือต่างๆ ของมนุษย์ได้ เช่น การเขียนโค้ด การใช้ Excel หรือ PowerPoint เพื่อจัดการงานเอกสารที่ซับซ้อนให้เสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อบริบทการทำงานเปลี่ยนไป สิ่งที่ผู้นำองค์กรและคนทำงานระดับ C-Level ต้องเร่งดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นความเปลี่ยนแปลง โดย ดร ณภัทร ได้ให้คำแนะนำว่า มี 5 ข้อสำคัญ ดังนี้

🗝️ 1. สำรวจ AI Accessibility ในองค์กร

ต้องกลับมาตรวจสอบอย่างจริงจังว่า ในองค์กรมีอุปสรรคใดที่ทำให้พนักงานยังเข้าถึงหรือใช้งาน AI ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งที่ปัจจุบันเครื่องมือเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายและแทบจะไม่มีต้นทุน

🗝️ 2. เฟ้นหา ‘Orchestrator’ หรือวาทยกร

องค์กรต้องมองหาบุคลากรที่มีศักยภาพในการเป็น ‘ผู้ควบคุมวง’ คนที่จะไม่ลงไปเล่นดนตรีเอง แต่มีความสามารถในการกำกับดูแลและสั่งงาน AI ให้ทำงานร่วมกันจนเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

🗝️ 3. เปลี่ยน Know-how ให้เป็น Asset

ความรู้และประสบการณ์ที่ฝังอยู่ในตัวบุคคล ต้องถูกถอดรหัสและแปลงให้เป็นสินทรัพย์ขององค์กร เพื่อให้ AI สามารถเรียนรู้และนำไปต่อยอดได้ ก่อนที่คู่แข่งจะทำสิ่งนี้ตัดหน้าไป

🗝️ 4. ให้โอกาสคนรุ่นใหม่

กลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเด็กรุ่นใหม่ที่ยังไม่เห็นภาพงานในอนาคต องค์กรจึงควรเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้ทดลองและเรียนรู้ เพราะคนกลุ่มนี้คือ Pipeline สำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กรในอีก 10 ปีข้างหน้า

🗝️ 5. ลงทุนใน Responsible AI (RAI)

เมื่อ AI ทำงานได้เก่งและเชื่อมต่อกันได้กว้างขวาง ความเสี่ยงก็ย่อมตามมา การมีระบบ AI ที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และควบคุมได้ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เซสชันนี้ชี้ให้เห็นว่า ต้นทุนในการ ‘ลงมือทำ’ (Implementation) หรือการผลิตชิ้นงานกำลังลดลงจนเข้าใกล้ศูนย์ด้วยพลังของ AI ความได้เปรียบในการแข่งขันจึงย้ายไปอยู่ที่ ‘รสนิยมและการตัดสินใจ’ (The Taste Premium) มากยิ่งขึ้น

ในอนาคตอันใกล้ มูลค่าจะไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานหนักในระดับปฏิบัติการ แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ในการกำหนดโจทย์ที่ถูกต้อง คำถามสำคัญที่ฝากไว้ให้ขบคิดคือ ในยุคที่ AI ทรงพลังเช่นนี้ เราจะเลือกวางบทบาทตัวเองเป็นเพียง ‘เครื่องดนตรี” (Instrument) ที่รอคำสั่ง หรือจะก้าวขึ้นมาเป็น ‘วาทยกร’ (Conductor) ผู้กำหนดทิศทางแห่งโลกอนาคต?

เนื้อหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “AI Megatrends 2026: What Leaders Must Prepare For, เมกะเทรนด์ 2026: ปัญญา ประดิษฐ์ ผู้นำ หรือ ผู้นำ ประดิษฐ์ ปัญญา” โดยดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ ThailandFuture (สถาบันอนาคตไทยศึกษา) ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน

#FutureTrends#FutureTrendsAheadSummit2026