Type to search

‘BAM’ องค์กรที่พิสูจน์ว่า ธุรกิจที่ดีวัดด้วยจำนวนชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง กับสองรางวัลจาก Future Trends Awards 2026

March 25, 2026 By Future Trends

ในโลกของการบริหารสินทรัพย์ มีคำถามหนึ่งที่สำคัญคือ ‘เราจะช่วยให้ลูกหนี้กลับมายืนได้อีกครั้งอย่างไร’ เพราะโดยธรรมชาติของธุรกิจนี้ หนี้เสียคือตัวเลขที่ต้องเรียกคืน ทรัพย์ค้างคือสินค้าที่ต้องระบาย ทุกอย่างวัดกันที่ประสิทธิภาพการจัดเก็บและความเร็วในการขาย

แต่สำหรับองค์บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้รับรางวัล Leading of Social Product Award และ Leading of Governance Award จากเวที Future Trends Awards 2026 ซึ่งเป็นสองรางวัลที่สะท้อนว่าองค์กรแห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่บริหารหนี้

แต่กำลังนิยามความหมายใหม่ของคำว่า ‘โอกาส’ ให้กับคนที่ระบบการเงินกระแสหลักมองข้าม

[จาก NPL Management สู่ Value Creation]

หลายคนอาจไม่รู้ว่า BAM คือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นในปี 2542 ท่ามกลางซากปรักหักพังของวิกฤตการเงินปี 2540 ภารกิจดั้งเดิมคือรับช่วงหนี้เสียจากธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ แต่เมื่อเวลาผ่านไป BAM ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเก็บหนี้

ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงกลางปี 2568 BAM ช่วยเหลือลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 163,245 ราย คิดเป็นยอดหนี้เงินต้นรวมกว่า 504,833 ล้านบาท และจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย 56,507 รายการ คิดเป็นราคาประเมินรวม 133,529 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้คือชีวิตของคนหลายแสนคนที่ได้รับโอกาสครั้งที่สอง

[‘ทรัพย์มหาชน’ โครงการที่พลิกโฉมความหมายของบ้านหลังแรก]

สิ่งที่ทำให้ BAM คู่ควรกับรางวัล Leading of Social Product Award คือแนวคิดที่กล้าท้าทายกรอบเดิมของอุตสาหกรรม

“โครงการทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” คือนวัตกรรมทางสังคมที่เกิดจากการมองเห็น Pain Point ที่ระบบสถาบันการเงินไม่เคยแก้ได้ นั่นคือ คนที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่มีรายได้ประจำ แต่ทำงานหนักทุกวัน คนเหล่านี้มักถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารเพราะไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

BAM เห็นคนเหล่านี้แตกต่างออกไป พวกเขาไม่ใช่คนที่ไม่มีคุณสมบัติ แต่คือคนที่ยังไม่มีโอกาส

โครงการทรัพย์มหาชนเปิดให้กลุ่มอาชีพอิสระสามารถผ่อนบ้านตรงกับ BAM เริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเดือน โดยปรับเงื่อนไขให้เหมาะกับศักยภาพรายได้ของแต่ละคน ตั้งแต่ริเริ่มโครงการในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน BAM ช่วยให้ครอบครัวกว่า 6,800 ครัวเรือน หรือประมาณ 20,000 คน ได้เป็นเจ้าของบ้านหลังแรก คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,800 ล้านบาท

นี่คือการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจาก NPL/NPA Management ไปสู่ Value Creation อย่างแท้จริง แทนที่จะมองทรัพย์สินค้างเป็นปัญหาที่ต้องกำจัด BAM มองเห็นมันเป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าทางสังคม

[หมอหนี้ และ กังหันน้ำชัยพัฒนา สองแนวคิดที่ฟื้นฟูลูกหนี้อย่างยั่งยืน]

BAM ไม่ได้หยุดแค่การให้โอกาสซื้อบ้าน องค์กรนี้พัฒนาระบบช่วยเหลือลูกหนี้อย่างครบวงจร ผ่านแนวคิดที่เรียกว่า TDR Factory และ Financial Advisory Center หรือที่เรียกกันว่า ‘หมอหนี้’

สำหรับหนี้ที่ยังมีโอกาสฟื้นฟู BAM ใช้แนวคิด ‘กังหันน้ำชัยพัฒนา’ ในการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน โดยนำ AI และระบบ Automation มาช่วยสร้างเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจงกับลูกหนี้แต่ละราย มองความสามารถในการชำระเป็นหลัก สามารถลดดอกเบี้ย ยืดระยะเวลาผ่อน และให้คำปรึกษาทางการเงินเพื่อหาสินเชื่อใหม่ผ่านธนาคารพันธมิตร

ในปี 2567 BAM ยังจัดตั้งบริษัทลูกอีก 2 แห่ง ได้แก่ บบส. อารีย์ ร่วมกับธนาคารออมสิน เพื่อดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ซึ่งช่วยเหลือลูกหนี้ไปแล้ว 6,707 ราย คิดเป็นเงินต้น 471 ล้านบาท และ บบส. อรุณ ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย สำหรับลูกหนี้ธุรกิจที่มีหลักประกัน ช่วยเหลือไปแล้ว 85 ราย คิดเป็นเงินต้น 236 ล้านบาท

[ธรรมาภิบาลที่อยู่ในหัวใจของวัฒนธรรม]

BAM วางโครงสร้างการกำกับดูแลด้าน ESG ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัทจนถึงระดับปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ มีคณะกรรมการกำกับกิจการเพื่อความยั่งยืน คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง และคณะกรรมการตรวจสอบ ทำงานประสานกันอย่างไร้รอยต่อ

ที่โดดเด่นคือ BAM มีนโยบายและแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลมากกว่า 28 ฉบับ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การต่อต้านการทุจริต การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการบริหารลูกหนี้อย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม

ผลลัพธ์ปรากฏชัดในรางวัลที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ระดับ 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้รับรางวัล CAC Change Agent Award 2024 และต่ออายุการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ได้รับการคัดเลือกอยู่ในรายชื่อ หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA และอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG 100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ที่น่าสนใจคือ BAM ไม่ได้แค่ปฏิบัติตามเกณฑ์ แต่ยังยกระดับคู่ค้าผ่านโครงการ CAC Change Agent เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าและพันธมิตรเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ CAC สร้างระบบนิเวศธุรกิจที่โปร่งใสทั้งห่วงโซ่

[BAMGO วัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนทุกการตัดสินใจ]

หากจะเข้าใจว่าทำไม BAM ถึงทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง คำตอบอยู่ที่วัฒนธรรมองค์กร BAMGO ซึ่งประกอบด้วย

  • Betterment พัฒนาปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างต่อเนื่อง
  • Achievement มุ่งมั่นร่วมมือให้บรรลุผลสำเร็จ
  • Modern มีความเป็นเลิศและทันสมัย)
  • Grow with Good Governance ผลักดันองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน
  • Opportunity for all มุ่งสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนเติบโตร่วมกัน

สิ่งเหล่านี้คือหลักการที่แทรกซึมอยู่ในทุกการตัดสินใจ ตั้งแต่การออกแบบโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ ไปจนถึงการจ้างงานผู้พิการผ่านบริษัท Vulcan Coalition เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI สร้างโอกาสและความเท่าเทียมในสังคม

[Digital Transformation ที่รับใช้คนทุกกลุ่ม]

BAM มองว่าเทคโนโลยีคือสร้างการเข้าถึง โดยแพลตฟอร์ม BAM Choice Application ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ลูกหนี้และลูกค้าทำธุรกรรมได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ทุกเวลา ตั้งแต่การดูยอดหนี้ ประนอมหนี้ออนไลน์ ขอเปลี่ยนแผนประนอมหนี้ ไปจนถึงจองซื้อทรัพย์ ปัจจุบันมียอดผู้ดาวน์โหลดสะสมกว่า 31,143 ราย มีธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันคิดเป็นมูลค่ากว่า 143 ล้านบาท

นอกจากนี้ BAM ยังผลิตคอนเทนต์ให้ความรู้ด้านการเงินมากกว่า 80 ชิ้นงานต่อปี ผ่านเพจ ศูนย์แก้ไขหนี้ออนไลน์ by BAM เป็นการสร้าง Financial Literacy ให้กับคนที่อาจไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้อง

[มาตรฐานใหม่ที่ BAM กำลังสร้างให้อุตสาหกรรม]

สิ่งที่ BAM กำลังทำไม่ใช่แค่การบริหารธุรกิจให้ดี คือการตั้งคำถามกับมาตรฐานเดิมของอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ทั้งระบบ

ในขณะที่ธุรกิจ AMC ส่วนใหญ่วัดความสำเร็จด้วยอัตราการเรียกเก็บหนี้ BAM วัดความสำเร็จด้วยจำนวนคนที่ได้กลับมายืนได้อีกครั้ง ในขณะที่การบริหารทรัพย์ค้างมักเน้นการขายออกให้เร็วที่สุด BAM มองหาวิธีสร้างมูลค่าให้ทรัพย์เหล่านั้นกลับมาเป็นประโยชน์ต่อสังคม

วิสัยทัศน์ของ BAM คือ ‘เป็นองค์กรหลักในการพลิกฟื้นสินทรัพย์เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน’

คำว่า ‘พลิกฟื้น’ ไม่ได้หมายถึงแค่ทรัพย์สิน แต่หมายถึงชีวิตของคนนับแสนที่ได้รับโอกาสครั้งใหม่

Future Trends Awards 2026 มอบรางวัล Leading of Social Product Award และ Leading of Governance Award ให้กับ BAM เพราะองค์กรแห่งนี้กำลังพิสูจน์ว่า ธุรกิจที่ดีไม่ได้วัดแค่ผลกำไร แต่วัดด้วยจำนวนชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง

ในโลกที่ความเหลื่อมล้ำกำลังกว้างขึ้นทุกวัน องค์กรที่มองเห็น ‘โอกาสสำหรับทุกคน’ คือองค์กรที่คู่ควรกับการยกย่องในฐานะผู้สร้างอนาคต

#FutureTrends #FutureTrendsAwards2026 

Future Trends

Future Trends

Knowing The Future, Be The Winners of Tomorrow การรู้อนาคตทำให้เราเป็นผู้ชนะของวันพรุ่งนี้