Type to search

GP Mobility นวัตกรรมที่เปลี่ยน ‘ภาษาช่าง’ ให้กลายเป็นภาษาที่ AI เข้าใจ กับ  2 รางวัลจาก Future Trends Awards 2026

March 12, 2026 By Future Trends

GP Mobility ร้านอะไหล่และอู่ซ่อมรถกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศไทย ชื่อนี้คือคำตอบของคำถามที่ว่า “จะหาอะไหล่ที่ถูกต้อง ในราคาที่เหมาะสม ได้อย่างรวดเร็ว จากที่ไหน”

Future Trends Awards 2026 มอบรางวัลให้แก่ บริษัท จีพี โมบิลิตี้ จำกัด (มหาชน) ถึง 2 สาขา ได้แก่ The Most Innovative และ Leader of Business แก่ คุณกวีศิลป์ ศิริมณีธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

การได้รับรางวัลทั้งสองพร้อมกันสะท้อนความจริงที่ว่า นวัตกรรมที่แท้จริงไม่เคยเกิดขึ้นโดยปราศจากผู้นำที่กล้าตัดสินใจ และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยหยุดนิ่งกับความสำเร็จเดิม

[จากร้านอะไหล่ครอบครัว สู่ผู้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม]

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2524 GP เริ่มต้นจากร้านค้าเล็กๆ ที่จำหน่ายอะไหล่แท้อีซูซุในกรุงเทพฯ ภายใต้การบริหารของรุ่นผู้ก่อตั้ง สี่ทศวรรษผ่านไป องค์กรนี้ได้เติบโตจนมีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 24 แบรนด์ ทั้ง Genuine Parts อย่าง Toyota, Isuzu, Honda, Ford, Mazda, Nissan และ Aftermarket Parts จาก ACDelco (อเมริกา), Denso (ญี่ปุ่น), SKF (สวีเดน), Brembo (อิตาลี), CTR (เกาหลี), ZF (เยอรมนี) พร้อมทั้งเป็นผู้จำหน่ายอะไหล่รถยนต์รายแรกของไทยที่ได้รับรางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ

เมื่อคุณกวีศิลป์เข้ามารับช่วงบริหารกว่า 21 ปีที่แล้ว เขาวางเป้าหมายที่ชัดเจนว่า GP Mobility จะต้องก้าวข้ามจากผู้ขายสินค้า ไปสู่ผู้สร้างระบบนิเวศ ของอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทย วิสัยทัศน์นี้ถูกแปลงเป็นการลงมือทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ การขยายตลาดจากกรุงเทพฯ สู่ทั่วประเทศ การแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2566 และที่สำคัญที่สุด การนำนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจอย่างสิ้นเชิง

ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้คือสถิติยอดขาย New High ต่อเนื่อง 18 ปีซ้อน ตัวเลขนี้เป็นผลของการวางรากฐานที่มั่นคงก่อนขยายขอบเขต

[JOT AI Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจภาษาธุรกิจอะไหล่ไทย]

ในโลกธุรกิจอะไหล่รถยนต์ ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการสื่อสาร ลองนึกภาพลูกค้า B2B กว่า 800 รายต่อวัน สอบถามคำถามมากกว่า 40,000 คำถามต่อวัน ผ่าน LINE และโทรศัพท์ โดยทีม Tele-sales เพียง 40 คน แต่ละคำถามต้องใช้เวลา 15-30 นาทีในการเปิดระบบหลายแพลตฟอร์ม ค้นหาเบอร์อะไหล่ เช็กสต๊อก เช็กราคา แล้วส่งกลับไปตอบลูกค้า

นี่คือโจทย์ที่ GP Mobility ตัดสินใจแก้ด้วยนวัตกรรม

JOT AI Assistant คือระบบ AI ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออุตสาหกรรมอะไหล่ไทยโดยเฉพาะ เป็นเจ้าแรกในประเทศที่สามารถเข้าใจภาษาช่าง ได้จริง เมื่อลูกค้าพิมพ์ว่า “ผ้าเบรกวีโก้ ปี18” หรือ “หม้อน้ำแจ๊ส 2019” ระบบสามารถตีความและดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลกว่าล้านรายการได้ทันที

สิ่งที่ทำให้ JOT แตกต่างคือการเชื่อมต่อแบบ Real-time กับระบบ ERP และคลังสินค้าของซัพพลายเออร์ ทำให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบ “สินค้า–ราคา–สต๊อก–อะไหล่ทดแทน” ได้ครบในข้อความเดียว ภายในเวลาเพียง 1-5 วินาที จากเดิมที่ต้องรอ 15-30 นาที นั่นคือการเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่า 10 เท่า และที่สำคัญ ระบบทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ บนแพลตฟอร์ม LINE ที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่แล้ว

หลังเปิดใช้งานจริงในเดือนพฤศจิกายน 2024 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความสำเร็จอย่างชัดเจน ลูกค้า B2B กว่า 80% ของฐานลูกค้าหลักใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง คิดเป็น 50% ของยอดขายบริษัท อัตราการใช้งานซ้ำสูงถึง 95% ต่อเดือน ยอดขายจากกลุ่มลูกค้าที่ใช้ JOT เพิ่มขึ้น 12% ภายใน 6 เดือนแรก ความพึงพอใจของลูกค้า (CSAT) พุ่งจาก 88% เป็น 95% และที่สำคัญ ภาระงานซ้ำซ้อนของฝ่ายขายลดลงกว่า 20%

แม้ระบบ AI จะลดภาระงานได้มาก แต่ GP Mobility ไม่ได้ลดจำนวนพนักงาน แต่กลับใช้โอกาสนี้ในการ Reskill และ Upskill ทีมขายให้ก้าวสู่บทบาท Data-driven Advisor ที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้มากขึ้น นี่คือตัวอย่างของนวัตกรรมที่ไม่ได้มาแทนที่คน แต่ทำให้คนมีพลังมากขึ้น

[กลยุทธ์ Human Touch + AI]

หัวใจของ GP Mobility ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่อยู่ที่ปรัชญาในการใช้เทคโนโลยี กลยุทธ์ Human Touch + AI คือการผสานข้อได้เปรียบของความเข้าใจมนุษย์ ความสัมพันธ์ และการดูแลลูกค้า เข้ากับความรวดเร็วและแม่นยำของ AI เพื่อสร้าง Hybrid Service ที่ตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และอบอุ่นnด้วยงบลงทุน 2.8 ล้านบาทในระยะ 3 ปี

GP Mobility ได้วาง Innovation Roadmap ที่ชัดเจน เริ่มจาก Phase 1 (2024) คือ AI Sales Assistant เดินหน้าสู่ Phase 2 (2025-2026) ด้วย Data Analytics & Customer Insights Dashboard และมุ่งสู่ Phase 3 (2027) กับ Predictive Sales & Inventory AI พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้ง GP Innovation Cell เพื่อรวมศูนย์การพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ทั้งหมดขององค์กร

[ภาวะผู้นำที่สร้างโครงสร้างให้คนรุ่นใหม่ไปต่อยอดได้]

เกณฑ์การตัดสินรางวัล Leader of Business ประกอบด้วย Strategic & Vision 30%, Financial Performance & Growth 30%, Innovation & Adaptability 20% และ Leadership & Governance Ethics 20%

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่คุณกวีศิลป์ ศิริมณีธรรม ทำตลอด 21 ปีของการบริหาร จะเห็นได้ว่าทุกมิติถูกตอบโจทย์อย่างครบถ้วน

เขาไม่เพียงขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต แต่สร้าง “โครงสร้างที่คนรุ่นต่อไปสามารถต่อยอดได้” ดังที่เขากล่าวไว้ว่า “ภาวะผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่การควบคุม แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นซ้ำได้อย่างยั่งยืน”

GP Mobility กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้แต่อุตสาหกรรมที่ดูเหมือนดั้งเดิม อย่างธุรกิจอะไหล่รถยนต์ ก็สามารถกลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมได้ หากมีผู้นำที่กล้าตั้งคำถามกับวิธีการเดิม และกล้าลงมือเปลี่ยนแปลง

เพราะในที่สุดแล้ว องค์กรที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่องค์กรที่ใหญ่ที่สุด แต่คือองค์กรที่ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน คู่ค้า หรือแม้แต่คู่แข่ง ต้องยกระดับตัวเองตาม

และนั่นคือนิยามของผู้สร้างอนาคต

#FutureTrends #FutureTrendsAwards2026 #GPMobility

Future Trends

Future Trends

Knowing The Future, Be The Winners of Tomorrow การรู้อนาคตทำให้เราเป็นผู้ชนะของวันพรุ่งนี้