‘ที่ RentSpree ทุกไอเดียเป็นจริงได้’ ชวนรู้จัก ‘HackSpree’ กับการรวมทีมพนักงาน เพื่อสร้างนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขององค์กร

Share

ในคริสต์ศักราช 1896 การแข่งขัน ‘วิ่งมาราธอน’ (Marathon) ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกที่กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ โดยกำหนดระยะทางวิ่งถึง 40 กิโลเมตร ซึ่งเท่ากับเราวิ่งจากกรุงเทพไปอยุธยาเลยทีเดียว แล้วถ้าเป็นเราจะใช้เวลานานแค่ไหนในการวิ่งข้ามจังหวัดแบบนั้น 1 วัน? หรืออาจเป็น 1 สัปดาห์ คำว่า ‘มาราธอน’ จึงมักถูกนำมาใช้กับการกระทำที่กินระยะเวลายาวนาน และไม่ได้จำกัดแค่การวิ่งอีกต่อไปแล้ว

วันนี้ Future Trends จึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับอีกคำหนึ่งที่ต่อยอดมาจาก ‘Marathon’ นั่นคือ ‘Hackathon’ ที่หมายถึงการรวมกลุ่มของคนแวดวง IT เพื่อแก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในระยะเวลาอันสั้น

Hackathon คืออะไร?

‘Hackathon’ เกิดจากการรวมกันของสองคำ นั่นคือ ‘Hack’ ซึ่งในที่นี้หมายถึง ทางลัด หรือวิธีการแก้ปัญหา รวมกับคำว่า Marathon เมื่อรวมกัน Hackathon จึงหมายถึง การระดมสมองอย่างต่อเนื่องของกลุ่มคนแวดวงไอที เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่ยังเป็นแค่ ‘ไอเดีย’ ให้กลายเป็น ‘ความจริง’ ปกติแล้ว Hackathon จะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน (หรืออาจยาวนานเป็นสัปดาห์) เริ่มตั้งแต่การเริ่มระดมความคิด ไปจนถึงการนำเสนอไอเดีย 

ปัจจุบัน Hackathon ไม่ได้จำกัดแค่แวดวงไอทีอีกต่อไป แต่สามารถใช้ได้กับทุกเรื่องที่กำลังเกิดปัญหา หรือองค์กรที่ตั้งเป้าหมายจะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อย่างจริงจัง

‘HackSpree’ การรวมไอเดียของพนักงาน สู่การสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ให้ชีวิตดีขึ้น

‘RentSpree’ หนึ่งในองค์กรที่นำรูปแบบ Hackathon มาประยุกต์ โดยใช้ชื่อว่า ‘HackSpree’ ซึ่งเป็นการให้พนักงานรวมทีมกันอย่างอิสระ เพื่อคิดค้นโปรเจกต์ และทดลองหน้าที่ใหม่ๆ เพื่อสร้าง Impact ให้ผลิตภัณฑ์ พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ดีขึ้น และพา ‘RentSpree’ ก้าวไปข้างหน้าได้ไกลกว่าเดิม

โดย ‘HackSpree’ จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา พนักงานทุกคนสามารถรวมทีมกันได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือตำแหน่งไหน ซึ่งไม่ได้มีแค่ทีมในไทย แต่ยังมีทีมจากสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมอีกด้วย

สำหรับรูปแบบการจัด ‘HackSpree’ จะมีอยู่ 2 รอบ ซึ่งธีมในแต่ละรอบจะแตกต่างกัน ดังนี้ 

รอบแรก กับธีม ‘How can we innovate new products to renters?’ 

คือการร่วมมือกันสร้างสรรค์ออกแบบนวัตกรรมใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการฝั่งผู้เช่าได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปต่อยอด และทำให้ RentSpree เป็นแพลตฟอร์มช่วยเหลือการเช่าบ้านแบบครบวงจรยิ่งขึ้นในสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างผลงานที่ชนะเลิศ เช่น SpreeNow – ที่คิดค้นโมเดล ‘อยู่ก่อน จ่ายทีหลัง’ ทั้งยังสามารถการันตีว่าเจ้าของบ้านจะได้ค่าเช่าตรงเวลาแน่นอน แม้ผู้เช่าจะไม่จ่ายค่าเช่าตรงเวลา

สำหรับธีมที่สอง ‘Anything new to RentSpree’ 

ในธีมนี้จะไม่มีการจำกัดว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใครเหมือนธีมที่แล้ว ทุกทีมสามารถสร้างสรรค์ออกไอเดียได้อย่างอิสระ แต่ทีมผู้ชนะคือทีมที่สามารถออกแบบโปรดักส์เพื่อนำไปต่อยอดได้จริง

โดยตัวอย่างผลงานที่ชนะจากธีมนี้ แม้จะเป็นฟังก์ชันเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้ชีวิตในที่ทำงานง่ายขึ้นอีกมากทีเดียว อย่างเช่น  SpreeGo โปรแกรมสร้างอีเวนต์ ที่สามารถชวนเพื่อนผ่านไลน์ให้มาเข้าร่วมได้ หรือ SeatSpree ฟังก์ชันการจองที่นั่งในออฟฟิศ และหากใครที่มักเจอกับปัญหา ‘เที่ยงนี้กินอะไรดี?’ ให้โปรแกรม LunchSpree เป็นคนคิดแทนให้ก็ได้

ตลอดการระดมสมองกว่า 72 ชั่วโมง ทุกทีมต่างร่วมมือกันศึกษาข้อมูล ค้นคว้าและวิจัยกันอย่างหนัก ทั้งยังทำการสำรวจเพื่อให้โปรดักส์ตัวนั้นสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริง ก่อนจะนำมาพิชชิงกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นกิจกรรมภายในองค์กรที่ส่งเสริมเรื่อง ‘ความร่วมมือ’ (Collaboration) และ ‘นวัตกรรม’ (Innovation) แล้ว ทาง RentSpree ยังได้สนับสนุนเงินกว่า  3 แสนบาทเป็นรางวัลอีกด้วย 

สิ่งที่ได้ไม่ใช่ ‘การแข่งขัน’ แต่เป็น ‘ความร่วมมือ’ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ด้วยกัน

นอกจากเงินรางวัลแล้ว สิ่งที่ RentSpree คาดหวังว่าพนักงานจะได้รับจากการจัด HackSpree คือ การส่งเสริม ‘ความร่วมมือ’ (Collaboration) และ ’นวัตกรรม’ (Innovation) อย่างที่กล่าวไป ซึ่งเป็น Core Values ขององค์กรให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะ RentSpree มองว่าเป้าหมาย หรือความสำเร็จนั้นไม่สามารถทำได้ด้วยเพียงตัวคนเดียว หรือทีมเดียว แต่ทั้งองค์กรต้องร่วมมือ และเชื่อใจกันจึงจะทำให้ RentSpree ก้าวไปสู่เป้าหมายได้

ด้วยทั้งหมดที่กล่าวไป ‘HackSpree’ จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัล แต่เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความแน่นแฟ้นในองค์กร ไปพร้อมกับการเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสื่อสาร หรือการให้พนักงานได้ลองผิดลองถูก เพื่อเรียนรู้ทักษะด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากสายงานของตนเองจากการลงมือทำจริง และผลลัพธ์ที่ได้คือการสร้าง Impact ทั้งต่อตัวพนักงานเอง และบริษัทด้วยเช่นกัน ที่จะส่งผลประโยชน์ไปสู่ลูกค้าผู้ใช้งาน RentSpree ทุกคนต่อไป