“หุ้นส่วนทางธุรกิจก็เหมือนกับ การแต่งงาน ต้องแน่ใจก่อนถึงจะแต่ง” 9 คำถามที่ควรถามก่อนร่วมลงทุนกับใคร!!!

Share

หลายคนเปรียบเทียบการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับการแต่งงาน เพราะความสำคัญในชีวิตของหุ้นส่วนทางธุรกิจมีความสำคัญมากเพียงใด จะขึ้นตรงกับความสำเร็จทางธุรกิจ และมีโอกาสที่คู่ค้าทางธุรกิจจะใช้เวลาร่วมกันมากกว่าคู่สมรสที่แท้จริงของตัวเองอีกด้วย

ผู้คนมักจะกระโดดเข้ามาสู่การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจโดยเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนกันมาก่อน ซึ่งมีทั้งรายที่ไปได้ดี และเลวร้ายถึงขั้นแตกหักกันก็มี ดังนั้น ความแน่ใจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจก่อนจะร่วมลงทุนกับใครต้องมั่นใจก่อน

วันนี้ Future Trends มีชุดคำถามที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะร่วมลงทุนกับใคร

1. เราต้องการสิ่งเดียวกันหรือไม่?

เงินมักเป็นแรงจูงใจร่วมกัน แต่ความต้องการในตัวเงินมักต่างกัน ตลอดจนความเข้ากันได้ของแรงจูงใจอื่นๆ เช่น ความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตปกติ บ่อยครั้งที่คู่ค้ามาพร้อมกับความแตกต่างทางการเงิน ตัวอย่าง คน 2 คนที่ร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยคนหนึ่งประสบความสำเร็จทางการเงินแล้ว ทำให้การร่วมกันทางธุรกิจนี้มีแต่ความสนุกได้ทดลองสิ่งต่างๆ แต่หุ้นส่วนอีกคนมีแต่ความความเครียดในการทำงานเนื่องจากเป็นการลงทุนที่หวังผลกำไร ดังนั้น ควรถามก่อนว่าต้องการอะไรในการร่วมธุรกิจครั้งนี้

2. เราจะทำงานหนักแค่ไหน?

คนสองคนจะมีความแตกต่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเวลา และจำนวนงานที่พวกเขาจะทำงาน  อาจดูเหมือนเป็นเรื่องน่าปวดหัวที่จะถามว่า “เราจะทำงานกันกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แล้วการส่งอีเมลตอนกลางคืนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ล่ะ เราจะทำงานในช่วงวันหยุดหรือไม่?” การก้าวข้ามประเด็นทั่วไปเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความคาดหวังและข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม ความเท่าเทียมกันไม่ใช่ความเสมอภาค เนื่องจากความแตกต่างในนิสัยการทำงานสามารถจัดการได้ด้วยวิธีอื่น เช่น ค่าตอบแทนที่มากกว่า

3. เราจะให้คุณค่ากับผลงานอย่างไร?

ยกตัวอย่างบริษัทเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง “หุ้นส่วนคนหนึ่งดูแลด้านการออกแบบ คนหนึ่งดูแลด้านธุรกิจ บริษัทประสบความสำเร็จ แต่หุ้นส่วนมีช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด และความรู้สึกที่ไม่ได้รับคุณค่า” 

“ธุรกิจเราสำเร็จได้เพราะการออกแบบ คนหนึ่งพูด อีกคนสวนด้วย ถ้าไม่มีฉันผลิตออกมางานออกแบบของเธอคงไร้ค่า” มีแนวโน้วอย่างมากที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ดังนั้น จงหาจุดกลางของการให้คุณค่ากับผลงานของพวกคุณเอง

4. เราจะตัดสินใจเรื่องยากๆ อย่างไร?

เป็นเรื่องปกติในการตัดสินใจเรื่องที่ยากลำบากเมื่อคุณเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิต พวกคุณควรจะแบ่งสิทธิ์ในการตัดสินใจ เช่น หากอยู่ในขอบเขตของการตลาด ก็เป็นการตัดสินใจของคุณ ถ้ามันอยู่ในขอบเขตของสินค้า เป็นการตัดสินใจของฉัน การแชร์ความคิดแบบนี้ค่อนข้างโอเค แต่สิ่งสำคัญคือคุณควรมั่นใจในสิ่งที่จะตัดสินใจ 

5. เราจะจัดการกับความขัดแย้งอย่างไร?

บางคนบอกว่าการพูดตรงๆ ก็เป็นทางออกที่ดี แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับทุกสถานการณ์ ทางที่ดีคุณควรหาผู้ช่วยในการจัดการเมื่อเผชิญกับความขัดแย้ง เขาไม่ได้มีหน้าที่อะไรมากมายเพียงแค่ป้องกันเวลาพวกคุณกำลังจะกินหัวกันเองเท่านั้น

6. แผนคืออะไร?

กลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นสาเหตุหลักๆ ของการขัดแย้งกัน เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่คุณควรคุยให้จบก่อนเริ่มทำธุรกิจ อย่างที่เราบอกไปคนสองคนที่ร่วมทำธุรกิจกันมักจะมีความสามารถ และความสนใจแตกต่างกัน แผนที่ดีคือการกำหนดขอบเขตของแต่ละคนอย่างชัดเจน ใครมีหน้าที่อะไร ไม่ควรก้าวก่ายกัน และควรจะยึดถือในแผนนี้ตลอดไป 

7. ใครได้อะไร?

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ต้องการความชัดเจนในการทำธุรกิจนี้ ฝ่ายไหนจะได้รับผลประโยชน์ด้านใด เราอยากยกตัวอย่าง ของสื่อและสินค้า ในสมการนี้สินค้าได้รับการโปรโมทโดยสื่อ และสื่อได้รับยอดการเข้าถึงจากสินค้า เป็นการตกลงที่ลงตัว ในบริบทของคุณต้องหาความชัดเจนว่าฝ่ายไหนอยากได้อะไรกันแน่

8. คุณมีการทำเอกสาร หรือ บันทึกไหม?

ฟังดูเล็กน้อย แต่ข้อตกลงในการจัดทำเอกสารเป็นสิ่งสำคัญ เหตุผลสองประการ คือ ประการแรก ผู้คนอาจคิดว่าพวกเขาเห็นด้วยกับบางสิ่ง แต่การเขียนลงไปนั้นเผยให้เห็นความแตกต่างที่คนอาจคิดไม่ถึง ประการที่สอง ผู้คนมักลืมหรือมีความทรงจำที่แตกต่างกัน และนั่นทำให้เหมือนกับว่าไม่มีข้อตกลงอะไรเกิดขึ้น ดังนั้น หลักฐานเชิงลายลักษณ์อักษรเป็นสิ่งที่ควรมี

9. จะจบลงอย่างไร?

ความร่วมมือทุกครั้งจบลงด้วยความสำเร็จ หรือ น้ำตาเสมอ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันง่ายกว่ามากที่จะคิดออกตั้งแต่เนิ่นๆ ว่ามันจะจบลงอย่างไร จะทำอย่างไรกับทรัพย์สินทางปัญญา การมีข้อตกลงที่ชัดเจนสามารถช่วยให้คู่ค้าแยกทางกันได้ดีเมื่อถึงเวลา ป้องกันอาการปวดหัว ความเครียด และการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ 

สำหรับหลาย ๆ คนแล้ว การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์เชิงบวก และสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเขา หุ้นส่วนที่ดีสามารถสร้างความสนุกสนานมากมายร่วมกัน สานสัมพันธ์ในความสำเร็จของกันและกัน และเป็นเพื่อนที่ดีตลอดช่วงชีวิต

โดยรวมแล้วมันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง นอกจากนี้ คุณควรมีความรอบคอบ และตั้งใจตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อให้คุณป้องกันความสัมพันธ์จากปัญหาในอนาคตหรือยุติการเป็นหุ้นส่วนที่มีข้อบกพร่องก่อนที่จะเริ่มต้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด คุณสามารถช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากความเจ็บปวดที่นับไม่ถ้วนได้ด้วยการถามคำถามเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะ 

“หุ้นส่วนทางธุรกิจก็เหมือนกับ การแต่งงาน ต้องแน่ใจก่อนถึงจะแต่ง”

เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์

Source: https://hbr.org/2023/08/10-questions-to-ask-before-entering-a-business-partnership?fbclid=IwAR1BEdcXZhmp5w2pj4xXSBD9N97gBZISuf8DbJhqF6fDBzzXUcA7TUzYKdA