วงการ AI ร้อนฉ่า! Baidu เตรียมเปิดตัวระบบค้นหาแบบ ChatGPT ทั้งภาษาจีน – อังกฤษ

Share

สมรภูมิเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence หรือ AI) มีความเข้มข้นมากขึ้นอีกขั้น เมื่อ Baidu (ไป่ตู้) ผู้ให้บริการระบบค้นหาออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีน เตรียมเปิดตัวระบบค้นหาแบบใหม่คล้ายแชตบอตอัจฉริยะ ChatGPT ของ OpenAI บริษัทพัฒนา AI สัญชาติอเมริกันที่กำลังมาแรง

สำนักข่าว Bloomberg อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ ระบุว่า Baidu ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงปักกิ่ง ของจีน กำลังพัฒนา AI ที่สามารถตอบคำถามเป็นบทสนทนาคล้ายกับ ChatGPT โดยมีแผนเริ่มนำมาใช้ควบคู่กับระบบค้นหาเดิมของตัวเองในเดือนมีนาคมนี้ (2023)

Baidu คือ บริษัทผู้ให้บริการระบบค้นหาบนอินเทอร์เน็ตอันดับหนึ่งของจีน เจ้าของฉายา ‘Google เมืองจีน’ แต่ระยะหลังเมื่อโลกเข้าสู่ยุคอุปกรณ์การสื่อสารเคลื่อนที่และโซเชียลมีเดียเต็มตัว บริษัทแห่งนี้ประสบปัญหาการเติบโตล่าช้ากว่าคู่แข่งอย่าง Alibaba, Tencent หรือแม้แต่ ByteDance เจ้าของโซเชียลมีเดียมาแรงอย่าง TikTok

ด้วยเหตุนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Baidu จึงทุ่มงบหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ หันมาพัฒนาเทคโนโลยี AI มากขึ้น และกำลังเปลี่ยนธุรกิจจากบริษัทเทคฯ มาเป็นบริษัท AI เต็มตัว เริ่มจากการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ก่อนมาถึงแชตบอตอัจฉริยะที่คล้ายคลึงกับ ChatGPT

รายงานระบุว่า Baidu ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้กับแชตบอตตัวใหม่ของตัวเอง แต่เทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นมาจากระบบ Ernie (เออร์นี) ซึ่งเป็นโมเดล machine-learning ขนาดใหญ่ที่บริษัทพยายามนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลใน search engine ของตัวเองตั้งแต่ปี 2019

โมเดล Ernie พัฒนาต่อยอดมาจากความสำเร็จของ Google ในการยกระดับโปรแกรมค้นหาให้สามารถแสดงผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับคำค้นของผู้ใช้งานมากที่สุด จากนั้นจึงแตกแขนงไปเป็นโมเดลอื่นๆ อีกหลายสิบโมเดล รวมถึง AI ที่สามารถวาดภาพและสร้างงานศิลปะ คล้ายกับ Dall-E ของ OpenAI

Baidu กำลังใช้ Ernie เป็นฐานในการพัฒนาแชตบอตใหม่ของตัวเอง และฝึกให้มันสามารถทำงานได้ทั้งจากฐานข้อมูลที่เป็นภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ไม่ว่าที่มาของข้อมูลนั้นจะมาจากภายใน หรือภายนอกกำแพงปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร หรือ firewall อันเข้มงวดของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง

อย่างไรก็ตาม แชตบอตอัจฉริยะของ Baidu ที่จะเปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้ จะจำกัดการแสดงผลการค้นหาให้เป็นไปตามกฎหมายของรัฐบาลจีน

หากมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการตามไทม์ไลน์ที่ว่าไว้ Baidu จะกลายเป็นบริษัทเทคฯ เจ้าแรกที่ให้บริการแชตบอตอัจฉริยะรูปแบบใหม่กับชาวจีน เนื่องจาก ChatGPT ไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในประเทศจีน เพราะติดปัญหาระบบเซนเซอร์อันเข้มงวดของรัฐบาลปักกิ่ง

การร่วมวงพัฒนาระบบค้นหาด้วยแชตบอตอัจฉริยะของ Baidu ครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้การแข่งขันในภาคเทคโนโลยี AI มีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น หลังจาก Microsoft เพิ่งออกมาทุ่มงบนับ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับ OpenAI เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ท่ามกลางความตื่นตัวของ Google ซึ่งเกรงว่า ChatGPT จะเข้ามาโค่นล้มระบบค้นหาที่ตนเองเป็นเจ้าตลาดมานานหลายสิบปี

โรบิน ลี (Robin Li) ซีอีโอของ Baidu เคยกล่าวสุนทรพจน์กับพนักงานของตนเมื่อเดือนธันวาคม 2022 ว่า เทคโนโลยีแชตบอตที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง ChatGPT คือโอกาสใหม่ที่บริษัทต้องการเข้าไปแข่งขันให้สำเร็จ

ChatGPT คือระบบค้นหาที่แสดงผลลัพธ์เป็นบทสนทนา คล้ายการถาม-ตอบกับผู้เชี่ยวชาญทั่วไป โปรแกรมนี้เปิดตัวให้คนทั่วโลกเริ่มใช้งานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 และกลายเป็นเทคโนโลยีที่มีผู้ใช้งานครบล้านคนรวดเร็วที่สุด ภายในเวลาไม่กี่วัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ChatGPT เป็นระบบ AI ที่ประมวลผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปบนโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และมีข้อมูลที่เข้าข่าย ‘สร้างความเกลียดชัง’ หรือ ‘เหยียดเพศ’ จน OpenAI ต้องเซนเซอร์ข้อมูลบางส่วน และพยายามหาทางแก้ไขปัญหาจุดนี้

ขณะที่การเข้ามาร่วมวงเพื่อแข่งขันพัฒนา AI ของ Baidu นอกจากจะทำให้วงการ AI มีความคึกคักมากขึ้น ยังอาจเป็นชนวนให้เกิดความตึงเครียดรอบใหม่ ระหว่างวงการเทคฯ ของจีน กับอเมริกา หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งประกาศแบนการส่งออกเทคโนโลยีให้กับบริษัท Huawei (หัวเว่ย) ของจีน โดยอ้างเหตุผลหลักด้านความมั่นคง

เขียนโดย Phanuwat Auaudomchaisakun

Sources: http://bit.ly/3JuQ9Qk

http://bit.ly/40dZJwP